น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

สับปะรด “รักษาโรคนิ้วล็อก-ไต-เบาหวาน-ความดัน” | PG&P

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ในอดีตคนไทยเรานอกจากจะรับประทาน สับปะรดเป็นของหวานล้างปากแล้วยังนิยมทำแกงสับปะรดที่แสนอร่อยอีกด้วย ในเรือกสวนไร่นาจึงนิยมปลูกสับปะรดไว้รับประทาน ระยะหลังมีการส่งเสริมปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ ปลูกในหลายจังหวัด
เวลาขับรถลงทางใต้แถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะมองเห็นแปลงปลูกสับปะรดลาน ตาไปหมด ชาวบ้านก็จะนำมาจำหน่ายตามไหล่ทางเป็นของฝาก ส่วนทางจังหวัดอุตรดิตถ์ก็มีปลูกพันธุ์ “ห้วยมุ่น” ส.ส.ที่นี่เขาคุยให้ผมฟังว่า สับปะรดห้วยมุ่น รสชาติอร่อยเพราะปลูกบนที่สูง น้ำแร่ที่ถูกชะล้างจากยอดเขาไหลลงมาผ่านแปลงสับปะรด ถูกดูดซับไปหล่อเลี้ยง ทำให้รสชาติสับปะรดของจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่เหมือนใคร ฮ่าๆๆ
จากการวิจัยในสับปะรดมีสารอาหาร ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด โดยสารอาหารที่มีมาก ก็ได้แก่ แมงกานีสและวิตามินซี ซึ่งแมงกานีสเป็นเกลือแร่ตัวหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้ เนื่องจากช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและควบคุมการทำงานของ เอนไซม์หลายชนิด รวมทั้งการเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันให้เป็นพลังงานของร่างกาย ส่วนวิตามินซีช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันโรคหัวใจ ความดันและโรคเหงือกได้ นอกจากนี้ยังมีสารตัวหนึ่งชื่อ “โบรมีเลน” (Bromelain) ซึ่งพบเยอะมากในสับปะรดช่วยย่อยโปรตีนในเนื้อสัตว์
การรับประทานสับปะรดเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ
 หมอพื้นบ้านของไทยจะใช้ตำรับยา สับปะรด 1 ลูก ปอกเปลือกและตัดตาให้เรียบร้อยพร้อมกับใบโหระพา 1 กำมือ ตำผสมรวมกันคั้นกรองเอาแต่น้ำ ให้คนเฒ่าคนแก่ดื่ม 1 ถ้วยกาแฟหลังอาหารเย็นทันทีวันละครั้งเพื่อเสริมเม็ดเลือดและเสริมกระดูกให้ แข็งแรง โดยเฉพาะไต ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระดูก ถ้าไตแข็งแรงก็จะเสริมกระดูกให้แข็งแรงไปด้วย หมอพื้นบ้านเขาว่ากันอย่างนั้น
สำหรับคนที่มีอาการไตวายก็ให้ใช้สับปะรดทั้งเปลือก 1 ลูก กับสารส้มบดแล้ว ประมาณครึ่งช้อนกาแฟ ต้มสารส้มกับสับปะรดโดยใส่น้ำเปล่าให้ท่วมสับปะรด ต้มจนสับปะรดเปื่อยแล้วกรองเอาแต่น้ำดื่ม ประมาณ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น หากอยู่ระหว่างแพทย์คุมปริมาณน้ำ ให้ดื่มน้ำยาในปริมาณที่แพทย์กำหนด
และโรคที่ยอดฮิตอีกโรคคือ “นิ้วล็อก” หรือโรคนิ้วเหนี่ยวไกปืนภาษาอังกฤษเรียกว่า “Trigger Finger” หลายคนอยู่ดีๆ ก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอก็ไม่ได้ จะยืดก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาเหมือนผีเข้า และนิ้วที่เป็นบ่อยคือนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ (แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกนิ้ว) แถมพอจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ
แนวทางการรักษามีหลายวิธี ทั้งการกินยา กายภาพบำบัด ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ การผ่าตัด มีคนเป็นโรคนิ้วล็อกและหินปูนที่ข้อกระดูกมือ มือชามานานหลายปี ชาชนิดที่กระจกบาดยังไม่รู้ พอไปปรึกษาหมอหมอบอกเป็นพังผืด และพูดสั้นๆ โดยไม่ต้องแปลว่า..ต้องผ่า พูดง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แต่ผู้ป่วยทำใจลำบาก ฮ่าๆๆ
ลองกลับมารักษาด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านดูสิ ครับ ท่านให้เอาขนมปังแผ่น มีขายทั่วไป เลือกเอาแผ่นบางที่สุดตัดขนาดพอใช้หุ้มนิ้วที่เป็นเตรียมไว้ จากเอาน้ำส้มสายชูจากสับปะรดชนิด 5% นำมาชุบกับชิ้นขนมปังที่ตัดเตรียมไว้ให้ชุ่ม พอกบริเวณข้อนิ้วที่ล็อก ใช้ผ้าพันไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแกะออก ทำวันละครั้งตอนไหนก็ได้ และทำเรื่อยๆ จะช่วยละลายพังผืดที่หุ้มข้อนิ้วกับหินปูนที่เกาะตามข้อให้หมดไป ทำให้อาการนิ้วล็อกหายได้ ง่ายนิดเดียว



ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

"อาวุธร้าย" ทำลายปอด | PG&P

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สูบบุหรี่ นอกจากจะเผาเงินยังเผาไฟเข้าสู่ร่างกายเพราะบุหรี่เป็นอาวุธร้ายทำให้ปอดอักเสบและเกิดการอุดกั้นจนร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

 โรคปอดอุดกั้น

ความพิเศษของ "โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง" (Chronic Obstructive Pulmonary Disease : COPD) คือเป็นกลุ่มโรคที่มักจะถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับการวินิจฉัยและเป็นสาเหตุ การตายอันดับ 5 ของโลก ที่อาจจะขยับขึ้นเป็นอันดับ 3 ในอีก 18 ปีข้างหน้าหรือปี 2573 อีกด้วย

ย้อนกลับไปในปี 2548 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 3 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทุกสาเหตุทั่วโลก ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคปอดอุดกั้น เรื้อรังเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 ในอีก 10 ปีข้างหน้า นอกเสียจากว่าจะมีการจัดการป้องกัน และรณรงค์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมสูบบุหรี่ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของโรค

"โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้น จะทำให้เกิดอาการปอดอักเสบเรื้อรัง ซึ่งทำให้โครงสร้างของหลอดลมเปลี่ยนไปจนแคบลง จากการสูดเอาสารพิษต่างๆ เช่น ควันบุหรี่หรือสารเคมี มีผลให้อาการอักเสบแพร่ขยายออกไปก้วางยิ่งขึ้น" ศ.พญ.สุมาลี เกียรติบุญศรี หน่วยโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์อธิบาย

ถึงแม้ว่าการสูบบุหรี่จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่ ศ.พญ.สุมาลี ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าการสูบบุหรี่ที่จะเป็นเหตุใหญ่เพียงอย่างเดียว ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เลยหรือเลิกสูบมานานแล้วก็อาจล้มป่วยจากโรคนี้ได้เช่นกัน

ปอดอุดกั้นเรื้อรังถือเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ ประกอบด้วย โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคถุงลมโป่งพองผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้น จะมีอาการหายใจติดขัดหอบ ไอเรื้อรัง เหนี่อยง่ายและมีเสมหะมาก

จากการสำรวจระบาดวิทยาและผลกระจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในทวีปเอเชีย โดยบริษัททาเคดา ฟาร์มาซูติคอล ถือเป็นการสำรวจขนาดใหญ่เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นครั้งแรกของเอเชีย ซึ่งครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างกว่า 100,00 ครัวเรือนในจีน ฮ่องกง อินโดนีเชีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม จะเห็นได้ว่าความชุกของโรคอยู่ในกลุ่มคนวัย 40 ปีขึ้นไป คิดเป็นประมาณร้อยละ 6

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 1 ใน 5 ของกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในระดับรุนแรง

รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพิ่มเติมว่าในประเทศไทย ร้อยละ 61 ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจจำนวน 214 คน เป็นผู้ป่วยที่ได้ไปพบแพทย์แล้ว เนื่องจากมีอาการของโรคและอาการกำเริบต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่มีโอกาสเจ็บป่วยสูง เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศอยู่รอบตัว

คนกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ ไอ มีเสมหะ แพทย์แนะนำให้เข้ารับการตรวจสอบสภาพปอดอยู่สม่ำเสมอ เพื่อจะได้ตรวจหาอาการของโรคพบแต่เนิ่นๆ และรับการรักษาที่ถูกต้อง โดยการใช้ยาพ่น ยากิน สิ่งสำคัญคือ ต้องลดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะไปสัมผัสกับสารพิษโดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ร่วมกับการออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร

การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometr)

การตรวจสมรรถภาพของปอด คือการตรวจวัดอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอดด้วยเครื่องสไปโรมิเตอร์ (Spirometer) เพื่อบ่งชี้ถึงการเสื่อมของปอด

ก่อนตรวจ ผู้เข้าทดสอบไม่ควรออกกำลังกายก่อนมาตรวจอย่างน้อย 30 นาที ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดบริเวณอกและท้อง เลี่ยงการทานอาหารจนอิ่มมากก่อนตรวจ 2 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ส่วนผู้ป่วยโรคหืดต้องหยุดยาขยายหลอดลมก่อนตรวจ

วิธีทดสอบ เริ่มจากยืนตัวตรงตามสบาย จากนั้นหนีบจมูก แล้วหายใจเข้าจนเต็มที่อมกระบอกเครื่องเป่า และปิดปากให้แน่นไม่ให้มีลมรั่วออกภายนอก เมื่อหายใจออกมาต้องหายใจออกให้เร็วและแรงอย่างเต็มที่กว่าจะไม่มีอากาศออก จากปอดอีก ซึ่งควรจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 วินาที

จากนั้น จะวัดจำนวนของอากาศที่วัดได้เมื่อหายใจออกหรือ (FVC: Forced Vital Capacity) และตรวจหาความผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นมีการอุดกั้นของหลอดลม ความยืดหยุ่นของปอดลดลง หรือมีความผิดปกติทั้ง 2 อย่างรวมกัน ซึ่งต้องครวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อรักษาต่อไป







ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย ลาลินีย์ ทันพิลา

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ไข่แดงก่อโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ไม่แพ้บุหรี่ | PG&P

วารสารทางวิชาการ “โรคหลอดเลือดแดงแข็ง” ของสหรัฐฯ รายงานทางออนไลน์ว่า หากกินไข่แดงมากๆ อาจจะทำให้เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้เร็วขึ้น ไม่แพ้กับการสูบบุหรี่
ดร.เดวิด สเปนซ์ มหาวิทยาลัยเวสเติร์น ของแคนาดา ได้ ศึกษาโดยสำรวจจากคนไข้ชาวแคนาดาอายุเฉลี่ย 61.5 ปี นับไม่ต่ำกว่า 1,200 ราย พบว่า การกินไข่แดงเป็นประจำ จะเร่งให้เกิดคราบไขมันอุดตันหลอดเลือดแดงได้ง่ายขึ้น เหมือนกับการสูบบุหรี่ การเป็นดังกล่าวนับเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคลมอัมพาตและหัวใจวายได้
คณะนักวิจัยได้กล่าวว่า ปกติคราบไขมันจะจับผนังหลอดเลือดตามความยาวเรื่อยไป ตั้งแต่อายุล่วงเข้า 40 ปี และยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสูบบุหรี่ และกินไข่แดง เคยมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่กินไข่แดงอาทิตย์ละ 3 ฟองขึ้นไป จะมีคราบไขมันมากกว่าคนที่กินไม่เกินกว่าอาทิตย์ละ 2 ฟอง เรื่องนี้ยังไม่ขึ้นอยู่กับเพศ ไขมันในเลือด ความดันโลหิต ดัชนีมวลกายและการเป็นโรคเบาหวานหรือไม่
ดร.เดวิดได้แนะนำให้ทำการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อพิจารณา รวมถึงการออกกำลังและขนาดโตของพุงประกอบด้วย แต่ได้ย้ำว่า ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ควรจะหลีกเลี่ยงกับการกินไข่แดงประจำไว้


ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

22 ก.ย.วันรณรงค์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวโลก | PG&P

ชมรมโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวฯ เผยสถิติผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังทั่วโลกมีประมาณ 1-2 รายต่อประชากร 1 แสนคน  เตรียมจัดวันรณรงค์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวโลก 22 ก.ย.นี้

22 ก.ย.วันรณรงค์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวโลก

ศ.พญ.แสงสุรีย์ จูฑา ประธานชมรมโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์แห่งประเทศไทย (Thai CML Working Group) เปิด เผยว่า ในปี 2555 นี้ ทางชมรมฯ ได้ร่วมกับกลุ่มตัวแทนผู้ป่วยภายใต้ Thai CML Patient Group ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML และประชาสัมพันธ์งาน "วันโรคมะเร็ง เม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์แห่งโลก"หรือ World Awareness Day 2012 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ป่วย CML ทั่วโลก ที่กำหนด ให้วันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันแห่งการรณรงค์โรค CML โดยทางชมรมจะจัดงานขึ้น ในวันที่ 22 กันยายนนี้ เวลา 10.00-11.30 น. ณ ห้องประชุมอรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชั้น 5 อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทั้งนี้ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ ทางการแพทย์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด และไม่ได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งจากสถิติผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง หรือ CML ทั่วโลกมีประมาณ 1-2 รายต่อประชากร 1 แสนคน โดยโรคนี้จะมีการสร้างเม็ดเลือดขาวที่สูงผิดปกติ โดยสามารถทราบได้จากการตรวจสุขภาพทั่วไป สำหรับอาการที่พบได้แก่ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง น้ำหนักลด คลำเจอก้อนที่ชายโครงซ้าย หรือผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ



         

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ร่างกายผู้ชายเปราะบางยิ่งกว่าผู้หญิง เป็นเบาหวานแบบที่ 2 ได้ง่ายกว่ากัน | PG&P

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ของอังกฤษ ค้นพบว่า ผู้ชายจะเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2 ได้ง่ายกว่าผู้หญิง เพราะร่างกายสู้โรคโดยธรรมชาติได้น้อยกว่ากัน

 ร่างกายผู้ชายเปราะบางยิ่งกว่าผู้หญิง เป็นเบาหวานแบบที่ 2 ได้ง่ายกว่ากัน

พวกเขาพบว่า บุรุษเพศที่อ้วนน้อยกว่าสตรี ทั้งที่ดัชนีมวลกายต่ำกว่าก็เป็นได้ สงสัยว่าอาจเป็นเพราะแหล่งสะสมของไขมันอยู่ต่างที่กัน อาจมีส่วนสำคัญ ด้วยเหตุว่าผู้ชายจะมีไขมันสะสมอยู่ที่ตับและแถวรอบเอว ในขณะที่ของสตรีจะอยู่แถวใต้ผิวหนัง แถวโคนขาและสะโพก ซึ่งส่อว่าผู้หญิงคงต้องมีไขมันสะสม เป็นปริมาณมากกว่าเพศตรงกันข้าม จึงจะเป็นอันตรายถึงขีดจะเป็นโรค

โรคเบาหวานแบบที่ 2 เกิดจากมีน้ำตาลในเลือดมากเกิน เนื่องจากร่างกายขาดความสามารถที่จะควบคุมปริมาณน้ำตาลไว้ได้ เป็นเหตุให้อวัยวะต่างๆพากันเสื่อมสภาพ

นักวิจัยได้สรุปความเห็นว่า จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บุรุษตามดินแดนหลายส่วนของโลก พากันป่วยเป็นเบาหวาน เกินหน้าผู้หญิงไปตามๆกัน







ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks