น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฆ่าตัวตาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฆ่าตัวตาย แสดงบทความทั้งหมด

เผยสถิติไทยฆ่าตัวตาย 6 ต่อแสน

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กรมสุขภาพจิต เผยสถิติคนไทยฆ่าตัวตาย 6 ต่อแสน ย้ำเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต้องจัดว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำ

เผยสถิติไทยฆ่าตัวตาย6ต่อแสน

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่กรมสุขภาพจิต นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลง ข่าว "ปัญหาการฆ่าตัวตาย" ว่า การฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตาย เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข และสังคมทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลกประมาณการว่าในแต่ละปีมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน คิดเฉลี่ยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทุก 40 วินาที ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการโครงการป้องกันการฆ่าตัวตายมาอย่างต่อ เนื่องในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการรณรงค์ การคัดกรอง การปรับปรุงให้เกิดการเข้าถึงบริการ ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงโดยลำดับ จนทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ตลอด 5 ปี คือ 5.97-6.03 รายต่อแสนประชากร เทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต้องจัดว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ทั้งนี้เพศชายยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิง และพบว่า กลุ่มอายุ 30-39 ปี ฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมา คือ อายุ 20-29 ปี และอายุ 40-49 ปี ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ข่าวการฆ่าตัวตายในแต่ละเดือนอยู่ระหว่าง 11-25 ราย ส่วนใหญ่อยู่ที่เดือนละ 23-25 ราย หากตรวจสอบสถิติผู้ที่ฆ่าตัวตายในรอบปีที่ผ่านมาจะพบว่าไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6 ต่อแสนประชากร โดยการป้องกัน ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดต้องคอยให้ความสนใจผู้ที่จะฆ่าตัวตาย เพราะคนกลุ่มนี้จะมีอาการที่แสดงให้เห็นก่อน 1-2 สัปดาห์

"สัญญาณเตือนสังเกตได้จากมีอาการหงอย นอนไม่หลับ ชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องความตาย กินข้าวไม่ได้ มักเกิดอาการเหล่านี้หลังจากที่พบกับการสูญเสีย หมดหวังในชีวิต สามารถโทร.มาปรึกษาที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร.1323 ซึ่งการได้พูดคุยกับผู้อื่นในการให้คำปรึกษาจะช่วยให้ความรู้สึกอยากฆ่าตัว ตายลดลงได้" นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าว ว่า แม้อัตราการฆ่าตัวตายในไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่หากดูเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี พบว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มีการฆ่าตัวตาย 188 คน ปี 2552 มีการฆ่าตัวตาย 202 คน และปี 2553 มีการฆ่าตัวตาย 215 คน





ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

=======
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด

สธ.ย้ำปรับค่านิยมป้องกันโรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สธ. แนะ ปรับเปลี่ยนค่านิยม ป้องกันซึมเศร้าฆ่าตัวตาย ย้ำ ความงามไม่ใช่เพียงรูปร่างหน้าตา

 สธ.แนะปรับค่านิยมป้องกันโรคซึมเศร้า

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สธ.กล่าวว่า การทำศัลยกรรมความงามแล้วไม่พอใจผลการทำศัลยกรรม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ที่ให้คุณค่ากับเรื่องรูปร่างหน้าตา สะท้อนค่านิยมของสังคมในภาพรวม ทั้งการลดความอ้วน การดัดฟันการผ่าตัด หรือการฉีดเพื่อความสวยงาม ฯลฯ ทั้งนี้ พบว่า ส่วนหนึ่งอาจมีปัญหาสุขภาพจิต กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่วิตกกังวลเกินเหตุ กลุ่มที่สอง คือ คิดว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองบกพร่องตลอดเวลา ซึ่งจะพยายามทำศัลยกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่พอใจในสิ่งที่ทำ และกลุ่มสุดท้าย คือ มีภาวะซึมเศร้า ทำให้มองตัวเองติดลบ ซึ่งมองไปถึงความไม่พอใจรูปร่างหน้าตา

รมช.สธ. กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะให้คุณค่ากับรูปร่างหน้าตา พ่อแม่ เพื่อน วัยรุ่น โรงเรียน แพทย์ ตลอดจนสื่อมวลชน ควรมีการส่งเสริมความสามารถหรือเน้นคุณค่าทางบวกที่จะทดแทนและมีคุณค่าเหนือ กว่าเรื่องรูปร่างหน้าตา รวมทั้ง พึงระวังว่า ความไม่พอใจรูปร่างหน้าตา นอกจากเป็นเรื่องค่านิยมแล้ว อาจมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุ หรือเป็นผลจากการทำศัลยกรรมตกแต่งก็ได้ ดังนั้น หากมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เมื่อสภาวะจิตใจดีขึ้นแล้วอาจต้องทำจิตบำบัดให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเองให้ มากขึ้น

รมช.สธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของวิชาชีพ โดยเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษารูปร่างหน้าตา โดยจะต้องมีจรรยาแห่งวิชาชีพในการให้บริการ คำนึงว่าผู้รับบริการมีปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่ โดยการพูดคุยสังเกตเบื้องต้น และส่งต่อจิตแพทย์เมื่อพบปัญหา มากกว่าคำนึงถึงแต่การป้องกันการฟ้องร้อง

นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนค่านิยมที่เน้นความสวยงามมากกว่าความรู้ความ สามารถ หรือการทำความดี ช่วยเหลือสังคม ซึ่งต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ทั้งนี้ การศัลยกรรม หากทำแล้วไม่เป็นที่พอใจหรือดูแย่กว่าที่เป็นอยู่ก็ยิ่งทำให้เกิดความเครียด มากยิ่งขึ้น ซึ่งครอบครัว เพื่อน หรือผู้ใกล้ชิดต้องคอยสังเกตและเตือน ตลอดจนให้กำลังใจ และปลอบประโลมจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ในที่สุด จึงต้องคำนึงถึงผลดีผลเสียที่เกิดขึ้นให้มากด้วย อย่างไรก็ตาม สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ได้ที่สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง





ที่มา :หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks