น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด

กินครบมื้อการันตีหุ่นดี

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ซอนย่า โกเมซ มาติเนซ นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์อาหาร เทคโนโลยีและโภชนาการ ประเทศสเปน รวบรวมข้อมูลของเด็กๆ ระหว่างอายุ 8-18 ปี จำนวน 1,978 คน พบว่า เด็กที่กินอาหารวันละ 4 มื้อ ส่วนใหญ่มีร่างกายผอมเพรียว และน้ำหนักน้อยกว่ากลุ่มเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เอาแต่อดอาหารเพราะ กลัวอ้วน ยิ่งอดนาน ก็ยิ่งหิว ในที่สุดก็ทนไม่ไหว กลายเป็นเขมือบได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า และจบลงด้วยโรคอ้วน โรคกระเพาะ รวมถึงเสี่ยงต่อโรคบูลิเมีย และอนอเร็กเซียในภายหลัง
นักวิจัยเลยแนะนำวัยรุ่นวัยเรียนให้กินอาหารครบ 5 หมู่ ไม่อดมื้อกินมื้อ และควรกินอาหารเช้าเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายในวัยกำลังโตได้รับสารอาหารเต็มที่ พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ช่วงหนุ่มสาว โดยพื้นฐานอาหารในแต่ละวัน เด็กๆ ควรดื่มนม 3-4 แก้ว ผักผลไม้ 5 ส่วน เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 2 ส่วน และแป้ง 6 ส่วน


ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด 




PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

'ภูมิแพ้' รักษาได้

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


"โรคภูมิแพ้" เป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยากับ "สารก่อภูมิแพ้" ที่พบบ่อยได้แก่ ไรฝุ่น ละอองเกสรหญ้า หรือพวกขนสัตว์ต่างๆ ฯลฯ เมื่อสารก่อภูมิแพ้สัมผัสกับเยื่อบุของร่างกายจะปล่อยสารสำคัญที่เรียกว่า "ฮีสตามีน" ออกมา ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

  'ภูมิแพ้'รักษาได้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายระบบในร่างกาย ได้แก่

1.โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ จะมีอาการน้ำมูกไหล จาม คันจมูก คัดจมูก บางรายอาจมีอาการของไซนัสอักเสบร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการทางตา เช่น คันตา ตาแดง รอบตามีสีคล้ำ บางรายอาจมีอาการหูอื้อ หรือหูชั้นกลางอักเสบ

2.โรคหืดภูมิแพ้มักมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เวลาเป็นหวัดจะไอนานกว่าปรกติ บางรายอาจใช้ยาขยายหลอดลมแล้วรู้สึกดีขึ้น

3.โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ส่วนมากจะมีผื่นคันในระยะแรกผื่นอาจมีน้ำเหลืองปกคลุมอยู่ ในระยะเรื้อรังผื่นจะแห้ง และผิวหนังจะหนาขึ้น เกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ในเด็กจะพบได้บ่อยกว่า ภูมิแพ้กับพันธุกรรม

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าหากคุณพ่อคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกทุกคนจะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย เด็กบางคนอาจเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ทางสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อในทางเดินหายใจในวัยเด็ก

ภูมิแพ้...รักษาได้

สิ่งที่สำคัญและจำเป็นคือเราควรรู้ก่อนว่าแพ้อะไร วิธีการที่จะรู้ได้คือทำการทดสอบภูมิแพ้ หรือ Skin Test โดยแพทย์จะหยดน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนังบริเวณแขนหรือแผ่นหลัง แล้วใช้เข็มสะกิดที่ผิวหนังบริเวณนั้น การทดสอบนี้ไม่เจ็บและทราบผลภายใน 15 นาที เมื่อเรารู้แล้วว่าแพ้อะไรจะทำให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ได้ดียิ่งขึ้น การรักษามีหลายวิธี ได้แก่

1.หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ถ้าแพ้ขนสัตว์ก็ต้องไม่เลี้ยงสัตว์ดังกล่าวไว้ในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอน หรือถ้าตรวจพบว่าแพ้ไรฝุ่น ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่แพ้กันมากถึงร้อยละ 70 ก็ควรหลีกเลี่ยงการปูพรมในห้องนอน เครื่องนอนทุกชิ้นควรซักด้วยน้ำร้อนทุก 2 สัปดาห์ หรืออาจใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนกันไรฝุ่น

2.รับประทานยาแก้แพ้ ใช้ในกรณีที่หลีกเลี่ยงหรือป้องกันสารที่ก่อภูมิแพ้แล้วแต่ยังมีอาการแพ้อีก การรับประทานยาแก้แพ้จำพวกยาต้านฮีสตามีนบางชนิดอาจทำให้มีผลข้างเคียงได้ เช่น อาการง่วงนอน ปากแห้ง คอแห้ง ปัสสาวะลำบาก เป็นต้น

3.การใช้ยาพ่นจมูกสำหรับรักษาภูมิแพ้โดยเฉพาะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ชนิดปานกลางถึงรุนแรง ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ซึ่งพบได้น้อยแต่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการระคายเคืองของเยื่อบุจมูก และเลือดกำเดาไหล ซึ่งถ้าผู้ป่วยพ่นยาอย่างถูกวิธีจะเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวน้อยมาก

4.การใช้ยาสูดเพื่อรักษาโรคหืดภูมิแพ้ ยาสูดเพื่อรักษาโรคหืดภูมิแพ้แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

4.1 ยาสูดเพื่อการรักษาและควบคุมโรคหืด เป็นยาที่ผู้ป่วยต้องสูดต่อเนื่องทุกวันด้วยเทคนิคที่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรใช้ยาเฉพาะตอนมีอาการ หลังสูดเสร็จควรบ้วน ปากและกลั้วคอเพื่อชะล้างยาที่ตกค้างอยู่ในช่องปาก

4.2 ยาสูดเพื่อบรรเทาอาการ ผู้ป่วยควรพกพาติดตัวและนำมาใช้เฉพาะเวลามีอาการ หรือใช้ก่อนออกกำลังกายประมาณ 30นาที ไม่ควรใช้เป็นประจำ ในผู้ป่วยบางรายที่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ ดีพบว่ามีความต้องการ ที่จะใช้ยาชนิดนี้น้อยครั้งมาก

ที่มา :หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข  โดย  รศ.นพ.ต่อพงษ์ ทองงาม 
i-am-wedding

งาดำ พืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่มีคุณประโยชน์มหาศาล

PG&P THAI พีจีแอนด์พี เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์: 


งาดำ พืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่มีคุณประโยชน์มหาศาล จนได้รับการขนานนามว่าเป็น"ราชินีแห่งพืชน้ำมัน ราชันแห่งธัญพืช" โดยสารสำคัญในงาดำมีชื่อว่า "เซซามิน" ส่วนจะมีสรรพคุณอะไรบ้างไปฟังคำตอบกัน

งาดำ

รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา และอาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดงาดำ "เซซามิน" กล่าวว่า เรามีองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากงามากว่า 4,000 ปีแล้ว การทำวิจัยเรื่องนี้ก็เพราะอยากใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์มาพิสูจน์องค์ความรู้ตั้งแต่โบราณ เช่น สรรพคุณในการผสานหรือต่อกระดูก ดูแลเกี่ยวกับความดันโลหิต ดูแลภูมิต้านทาน เมื่อทำวิจัยก็พบว่าสิ่งที่คนโบราณมีความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง

"เซซามิน" ในงาดำมีคุณประโยชน์ 8 ประการ คือ

1. ช่วยในการเผาผลาญ สลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

2. ลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล

3. ทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนพอดี

4. ช่วยในการทำงานของวิตามินอี

5. ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท

6. ลดปฏิกิริยาความเครียด

7. ต้านอนุมูลอิสระ

8. ต้านการอักเสบ

สำหรับสรรพคุณในเรื่องการลดการอักเสบนั้นได้มีการค้นคว้าวิจัยสรรพคุณด้านนี้เป็นพิเศษในเชิงลึก เพราะการอักเสบเป็นตัวการทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่คนไทยเป็นมาก และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีหนึ่งมหาศาล ในระยะแรกได้ทดลองกับกระดูกอ่อนของหมู พบว่า สารเซซามินที่สกัดจากงาดำสามารถยับยั้งการเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มข้อต่าง ๆ ของร่างกายได้ จึงเชื่อว่าจะมีสรรพคุณเช่นเดียวกันเมื่อนำมาใช้กับคน ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการเริ่มทดลองขั้นสูงในระดับคลินิกต่อไป

ปัจจุบันงาดำที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดอาจอยู่ในรูปของสารสกัดที่เป็นแคปซูล ดังนั้นประชาชนทั่วไปอาจทำกินเองได้ ด้วยการคั่วแล้วบดวันละไม่เกิน 4ช้อนชา สิ่งสำคัญคือต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ แต่ ปัญหาคือ การคั่วนาน ๆ อาจทำให้เกิดสารพิษที่ทำให้ก่อมะเร็งได้ ของบางอย่างเมื่อถูกความร้อน ของดีกลายเป็นของไม่ดี กลายเป็นสารพิษได้ และการเก็บไว้นาน ๆ อาจเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน

มีข้อห้ามหรือไม่ว่าใครไม่ควรรับประทานงาดำ? รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวว่า ยังไม่เคยเจอ แต่มีแพทย์บางท่านบอกว่ามีบางคนที่รับประทานเข้าไปอาจเกิดการแพ้ได้







ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดย นวพรรษ บุญชาญ

เคล็ดลับง่าย ๆ ดูบอลยูโรอย่างไรไม่โทรม

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เทศกาลบอลยูโรกำลังใกล้ปิดฉากใน อีกไม่กี่วัน คอบอลหลายคนอาจมีผลข้างเคียงจากการดูบอลมาจากสาเหตุการอดนอน ยังพอมีเวลาสำหรับการปฏิบัติตัวเพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และเป็นข้อแนะนำสำหรับการดูบอลหรือการทำกิจกรรมที่ต้องทำให้พักผ่อนไม่เพียง พอ

เทศกาลบอลยูโร

อ.สง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการแผนงานโภชนาการเชิงรุก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มี คำแนะนำการดูแลสุขภาพในช่วงการรับชมฟุตบอลยูโร 2012 ที่จะมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 8 มิ.ย.-1 ก.ค. 55 ว่า ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลจะมีการถ่ายทอดในช่วงเวลาดึก พฤติกรรมการดูฟุตบอลจะมีผลต่อสุขภาพในหลายด้าน อาทิ ทำให้นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการซึมเศร้าในช่วงเช้าวันใหม่ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเพราะอดนอน ร่างกายเผาผลาญอาหารได้ลดลง มีการสะสมไขมันในปริมาณที่มากเกินไป เกิดความเครียดเมื่อรู้สึกตื่นเต้นลุ้นเชียร์ทีมที่ตนเองชื่นชอบ ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินจุบกินจิบ ทำให้ได้รับอาหารที่ให้พลังงานสูงจนเกิดความอ้วนได้ ตลอดจนภูมิคุ้มกันร่างกายลดลงตามไปด้วย

"อาหารและเครื่องดื่มที่ควรต้องหลีกเลี่ยงคือ กินขนมกรุบกรอบ ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมและไขมันสูง ส่งผลให้เกิดเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไตทำงานหนัก หากเป็นขนมหวานร่างกายก็จะยิ่งได้รับพลังงานสูงและเปลี่ยนเป็นไขมันได้ภายใน ครึ่งชั่วโมง ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ 1 แก้ว ให้พลังงานเท่ากับข้าว 2 ทัพพี หรือประมาณ 150-180 กิโลแคลอรี น้ำอัดลมยิ่งให้น้ำตาลสูง น้ำอัดลม 1 ขวดจะมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 10-12 ช้อนชา ในขณะที่ร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 6-8 ช้อนชาต่อวัน" นายสง่ากล่าว

นายสง่า กล่าวว่า หากจำเป็นต้องนอนดึกและตื่นเช้า ต้องทำให้ร่างกายสดชื่นเร็วที่สุด คือ 1. กินอาหารเช้าที่มีคุณภาพคือ อาหารครบ 5 หมู่ มีผัก ไขมัน แป้ง โปรตีน และรับประทานอย่างเพียงพอ 2. กินน้ำหรือผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น น้ำส้มคั้น น้ำมะนาว ช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นปลายประสาทและทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น ไม่ควรกินกาแฟ เพราะช่วยทำให้สดชื่นแค่ชั่วคราวเท่านั้น 3. หลีกเลี่ยงอาหารระหว่างมื้อที่มีรสหวาน 4. ระหว่างวันพยายามขยับร่างกายลุกขึ้นยืดเหยียด เพื่อให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงปลายประสาทได้ดีขึ้น

หากเป็นไปได้ควรงีบหลังมื้อกลางวันเพียง 10-15 นาทีจะทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น 5. หากต้องนอนดึกควรกินอาหารมื้อเย็นมากกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดความหิวในช่วงกลางคืน และเปลี่ยนจากขนมกรุบกรอบเป็นผลไม้ที่มีรสหวานน้อยแทน เช่น ส้มโอ 3-5 กลีบ ฝรั่ง ชมพู่ แก้วมังกร แอปเปิ้ล อย่างละไม่เกิน 2 ลูก หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น ทุเรียน ขนุน ลิ้นจี่ เป็นต้น และดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ จะช่วยลดความเครียดได้

"การดูการแข่งขันฟุตบอลยูโรไม่ให้เสียสุขภาพควรต้องจัดระเบียบชีวิตของ ตัวเองใหม่ โดยเลือกรับชมคู่ที่ชื่นชอบ ไม่ใช่รับชมทุกคู่ เพราะหากดูทุกคู่ร่างกายก็จะทรุดโทรมได้ง่าย วันไหนที่ต้องดูบอลเวลาดึก ก็ให้เข้านอนเร็วขึ้น เช่น ฟุตบอลมีตอนตี 1 ก็ต้องรีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อตื่นมาดูช่วงดึกได้ ที่สำคัญต้องดูแบบกีฬาไม่มีการพนัน เพราะยิ่งดูเพื่อการพนันยิ่งทำให้ร่างกายเกิดความเครียดสูง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงตามได้ ช่วงเวลาพักการแข่งขันก็ควรขยับร่างกายบ้าง โดยอย่านั่งดูติดกันนานเกิน 2 ชั่วโมง อาจจะยืดเหยียดกล้ามเนื้อ สลัดข้อมือข้อเท้าบ้างโดยอาจใช้พื้นที่ที่รับชมการแข่งขันเป็นที่ผ่อนคลาย" นายสง่า กล่าว


ที่มา :หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks