น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมสุขภาพจิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมสุขภาพจิต แสดงบทความทั้งหมด

จิตแพทย์ ชี้ แม่มูเซอฆ่าลูกอาการกำเริบเพราะขาดยา | PG&P

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กรมสุขภาพจิต เผยหญิงฆ่าลูกเคยอยู่ รพ.สวนปรุง ชี้อาการกำเริบเพราะขาดยา แจงอาการรุนแรงถึงขั้นพูดจาไม่รู้เรื่องคิดว่าลูกเป็นหมู

กรมจิต ชี้ แม่มูเซอฆ่าลูกอาการกำเริบเพราะขาดยา คิดว่าลูกเป็นหมู

จากกรณีที่แม่ชาวมูเซอฆ่าหั่นศพ บุตรทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นเด็กอายุ 5 ขวบ และ 1 ขวบครึ่งนั้น นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นคนไข้เก่าของโรงพยาบาลสวนปรุง แต่ขาดยาจนทำให้มีอาการหลงผิดชั่วคู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนป่วยคิดว่าลูกเป็นหมู ซึ่งเมื่อทำการรักษาอาการหลงผิดจนดีขึ้น ผู้ป่วยอาจจำได้ว่าได้ฆ่าลูกและอาจจะส่งผลให้มีอาการซึมเศร้าตามมา

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหลงผิดจะดำเนินการเหมือนผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ แต่จะเพิ่มเติมการประเมินอันตรายต่อคนรอบข้างเพื่อต้องกลับเข้าสู่สังคม ผู้ป่วยรายนี้อาจจะต้องอยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเป็นพิเศษแต่ไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด

 “ปัญหาคือผู้ป่วยรายนี้น่าจะมีอาการกำเริบมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ แต่ญาติไม่ได้สนใจ หรือระยะทางจากบ้านมาโรงพยาบาลไกลเกิน จึงไม่ได้เข้ารับการรักษา ซึ่งอาการของผู้ป่วยถือว่ารุนแรงเพราะไม่รู้สึกตัว ว่าได้ทำอะไรผิดปกติหรือผิดธรรมชาติไปบ้าง”นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยนิติจิตเวชคิดเป็น 50% ของผู้ป่วยจิตเวชทั้งประเทศ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตทั่วไปที่อยู่ในโรงพยาบาลมีประมาณ 6 แสนราย ทั้งนี้บุคคลทั่วไปสามารถสังเกตอาการผู้ที่มีอาการทางจิตได้ โดยมักจะเป็นคนร่อนแร่พเนจรแต่งกายสกปรก ชอบพูดคนเดียว นอนไม่หลับ ทำกิจวัตรผิดแปลก เช่น จากนอนกลางคืนเป็นนอนกลางวันหวาดระแวงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ ซึ่งในการรักษาต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่องเพราะ 90% ของผู้ที่มีอาการรุนแรงเกิดจากการขาดยา







ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

"ขนมจีนน้ำยา" ทานเป็นยา

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"ขนมจีน" เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเส้นชนิดหนึ่งที่แปรรูปจากข้าว และคนไทยนิยมบริโภคกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะงานบุญและเทศกาลต่างๆ มีการผลิตเส้นขนมจีนกันแพร่หลายในทุกภาค แต่ละภาคนิยมบริโภคกับอาหารประเภทแกงที่มีส่วนผสมแตกต่างและหลากหลาย

"ขนมจีนน้ำยา" ทานเป็นยา

ปัจจุบัน "ขนมจีนน้ำยา" ยังเป็นอาหารจานเดียวนิยมกันทุกภาค ทั้งที่เป็นอาหารทั่วไปและเป็นอาหารจัดเลี้ยงในงานบุญงานพิธีต่างๆ ขนมจีนจัดเป็นเมนูนิยมสำหรับชาวต่างชาติด้วย ถึงขนาดเรียกขานขนมจีนของไทยว่าสปาเกตตี้ไทยแลนด์เลยทีเดียว

ส่วนประกอบหลักของขนมจีนน้ำยาคือ เส้นขนมจีน น้ำยา และผักเครื่องเคียง เครื่องแกงจะคล้ายกับแกงคั่วคือ ใส่พริกแห้ง เกลือ ตะไคร้ ข่า หัวหอม กระเทียม กะปิ และกระชาย เครื่องแกงน้ำยาจะไม่ใส่ผิวมะกรูด รากผักชี และพริกไทย แต่จะใส่กระชายลงไปเป็นจำนวนมากเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อปลา

ผักเครื่องเคียงในขนมจีนนั้นมากมายด้วยเส้นใยอาหาร และยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรในตัวอีกด้วย เช่น "ผักชีฝรั่ง" มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยตัดรสเลี่ยน ดับกลิ่นเนื้อสัตว์ในอาหารอีกทั้งมีสารเบต้าแคโรทีน ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินเอ

ช่วยบำรุงสายตาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งระบบ มากด้วยวิตามิน บี 1 บี 2 และไนอาซีนช่วยให้ระบบร่างกายสมดุล นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสอีกด้วย

"พริก" ไม่ว่าจะเป็นพริกคั่วหรือพริกสดมีสารแคปไซซีน (Capsaicin) และไดไฮโดรแคปไซซีน (Dihhydrocapsaicine) การรับประทานพริก มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เป็นยาขับลมบำรุงธาตุช่วยให้เจริญอาหารช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ทั้งยังช่วยเพิ่มรสชาติในการทานน้ำยาให้เผ็ดร้อนถึงใจยิ่งขึ้นด้วย

"ใบสะระแหน่" เป็นผักกลิ่นหอมเย็น มีคุณสมบัติช่วยขับเหงื่อ ช่วยย่อยอาหารมีสารเบต้าแคโรทีน กับวิตามินซี บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ

ช่วยไม่ให้เป็นหวัดง่าย ส่วน "โหระพา" ช่วยแต่งกลิ่นขนมจีนน้ำยาให้หอม เสริมรสชาติให้เผ็ดร้อนขึ้นอีกเล็กน้อยช่วยเจริญอาหาร ขับเหงื่อและเสมหะ ขับพยาธิ แก้ท้องอืด

ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ แก้ไข้และอาการปวดศีรษะ

นอกจากนี้ ขนมจีนน้ำยายังนิยมทานกับ "หยวกกล้วย" หรือ "หัวปลี"ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนมสำหรับสตรีที่คลอดบุตรใหม่ๆ เพราะมีสารแทนนินซึ่งจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซีอีกด้วย ขนมจีนน้ำยาจัดเป็นเมนูอาหารที่หาทานได้ง่าย ไม่ว่าจะตามร้านค้าแผงลอย ตลาดสด งานวัด แม้แต่ในห้างสรรพสินค้าก็มีให้เลือกรับประทาน แต่ที่สำคัญเราต้องทานกับผักเครื่องเคียงด้วย จึงจะเรียกว่าได้ประโยชน์ครบครัน
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ตั้งสติ..ป้องกันอาการ'แพนิค'

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความกลัวหรือความตระ หนกตกใจที่เกิดขึ้นอย่างทัน ทีเหมือนจู่โจมเป็นลักษณะสำคัญของโรคทางจิตเวชโรคหนึ่งคือ โรคแพนิค ซึ่งมีอาการทางกายที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 3-10 นาที เกิดขึ้นเป็นพักๆ อาจนานถึงครึ่งชั่วโมง โดยเกิดขึ้นร่วมกับความหวาดกลัว

อาการแพนิค

โรคแพนิคพบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ทำให้ความสามารถในการประกอบอาชีพลดลง และความสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิดตึงเครียดมากขึ้น ผู้ป่วยมักคิดว่าตนเองเป็นโรคหัวใจหรือโรคร้ายแรง เวียนไปพบแพทย์บ่อยๆ การตรวจร่างกายและการทดสอบพิเศษจะไม่พบความผิดปรกติใดๆ ซึ่งอาการต่างๆ ที่พบนั้นมี 2 อย่างคือ

1.อาการที่เกิดขึ้นแบบจู่โจม (แพนิค) มัก เกิดโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่จึงยากที่จะทำนายได้ ทำให้บางรายเกิดความหวาดกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือกิจกรรมนั้นๆ ที่เคยมีแพนิคเกิดขึ้น

2.อาการแพนิคสงบลง ผู้ป่วยมักตกอยู่ ในสภาพหวาดหวั่น วิตกว่าจะเกิดอาการขึ้นมาอีก ไม่อาจรู้ว่าเมื่อไรและที่ไหน หากผู้ป่วยยิ่งมีความหวาดหวั่นและวิตกกังวลมากเท่าไรก็จะเกิดอาการจู่โจมมาก ขึ้นเท่านั้น เพราะผู้ป่วยได้ตกอยู่ในวงเวียนของการเกิดอาการแล้ว คือใจเต้นเร็ว รัวลั่นเหมือนตีกลอง เจ็บบริเวณหน้าอก หายใจติดขัด หายใจไม่อิ่ม รู้สึกมึนงง โคลงเคลง เป็นลม รู้สึกชา หรือซ่าตามปลายเท้า ตัวร้อนวูบวาบ ตัวสั่น เหงื่อแตก อ่อนเพลีย คลื่นไส้หรือปั่นป่วนในท้อง ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน มีการรับรู้บิดเบือนไป ความกลัวอย่างท่วมท้นร่วมกับความรู้สึกสังหรณ์ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลัง เกิดขึ้นกับตัวเอง และเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ กลัวว่าจะตาย ควบคุมตนเองไม่ได้เหมือนจะเป็นบ้าหรือแสดงบางอย่างที่น่าอายออกไป

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคแพนิคได้มาจาก 1.ศูนย์ควบคุมการทำงานของสมองและจิตใจเกี่ยวกับความหวาดกลัวไวต่อสิ่ง กระตุ้นมากกว่าปรกติ 2.กรรมพันธุ์ และ 3.อาการจู่โจมที่เกิดขึ้นครั้งแรก อาจมีความสัมพันธ์กับความตึงเครียดในชีวิต

การรักษา

ในปัจจุบันวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพคือ การรักษาทางยาร่วมกับการดูแลทางด้านจิตใจ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นมากจนหายขาดได้ 7 หรือ 9 ราย ใน 10 ราย โดยอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายหลังเริ่มการรักษาแล้ว 6-8 สัปดาห์ เมื่ออาการดีขึ้นแล้วแพทย์ยังคงให้การรักษาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 6เดือน เพื่อป้องกันการกำเริบของอาการ การหยุดยา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรหยุดยาทันที เพราะจะเกิดอาการของการหยุด ยาหรือมีอาการเก่ากำเริบ คำแนะนำ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

1.ควรไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และรักษา

2.ไม่ควรบรรเทาอาการด้วยการเสพสุรา หรือใช้ยานอนหลับ เพราะอาการอาจรุนแรงขึ้นเมื่อหยุดเสพ

3.ลดหรืองดกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลังหรือเครื่องดื่มที่มีสารกาเฟอีนประเภทโคล่าทุกชนิด

4.ออกกำลังกายตามสมควร ตามความสามารถ

5.เมื่ออาการต่างๆ ทุเลาแล้ว ควรออกไปเผชิญกับสถานการณ์ที่เคยหวาดกลัว

6.ฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เพื่อลดระดับของความตึงเครียด

การฝึกการผ่อนคลายสามารถทำได้โดยการนอนหงายตามสบายบนเตียง หรือพื้นที่ในบริเวณที่สงบ มือทั้งสองประสานวางอยู่บนหน้าท้อง ไม่เกร็ง ผ่อนคลายกล้ามเนื้ออกและหัวไหล่ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าช้าๆ ทั้งสังเกตและจดจ่ออยู่ที่การเคลื่อนไหวของลมหายใจที่ผ่านรูจมูกเข้า ไปลึกเต็มที่จนหน้าท้องขยายขึ้น รู้สึกได้จากการที่มือทั้งสองถูกยกขึ้นช้าๆ และหัวไหล่เคลื่อนขึ้น เมื่อหายใจเข้าเต็มที่แล้ว นับ 1 2 3 ในใจช้าๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆพร้อมทั้งสังเกตและจดจ่อที่การเคลื่อน ไหวของลมหายใจที่เคลื่อนที่ออกผ่านรูจมูกจนหน้าท้องแฟบลง มือทั้งสองลดต่ำลง เมื่อหายใจออกจนหมด นับ 1 2 3 ในใจช้าๆอีกครั้ง และเริ่มหาย ใจเข้าและหายใจออกสลับกันไปเป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างน้อย 10 ครั้ง

เมื่อมีความชำนาญอาจทำเวลานั่งโดย พิงเก้าอี้ตามสบาย มือทั้งสองวางไว้ที่หน้าขาหรือประสานกันอยู่ที่หน้าท้อง วิธีการเหมือนกับการควบคุมการหายใจในท่านอนหงายทุกประการ







 ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข 

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ยายกับหลาน ช่องว่างต่างวัย

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จากเหตุกระทบกระทั่ง ยาย-หลาน ที่จบลงด้วยความรุนแรงและชีวิต สะท้อนสภาพปัญหาสังคมไทยของ คนสองวัย ที่ต้องมาอยู่ด้วยกันตามลำพังด้วย สภาพความจำเป็นของครอบครัว

ยายกับหลาน ช่องว่างต่างวัย

ไม้ ที่ยายหยิบมาตีหลานมีที่มาจากหลากหลายปัญหา ทางออกในเรื่องนี้ควรเป็นเช่นไร ใครต้องเข้ามาช่วยเยียวยา

เพราะยังมีคนเฒ่าคนแก่และเด็กไทยหลายคนที่ตกอยู่ในภาวะความกดดันเช่นเดียวกับ ยาย และ หลานชาย ผู้จากไป

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

เป็นเรื่องน่าเสียใจ ทุกอย่างเมื่อถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่ามีคนที่สูญเสียทุกฝ่าย เสียลูกที่รัก หรือเสียหลานที่ครั้งหนึ่งเคยดูแลผูกพันกันมาก แต่ละคนยังสูญเสียสถานะทางสังคมและความไว้วางใจต่อกัน

การดูแลจิตใจผู้เป็นแม่เองในกรณีนี้มี 2 ประเด็น คือการช่วยให้แม่ปรับตัวจากการสูญเสียลูกชาย อีกส่วนหนึ่งคือการทำความเข้าใจกับพฤติกรรมอารมณ์โกรธและการคลี่คลายปัญหา ที่ขาดสติของยาย กลไกตรงนี้ต้องใช้ความสามารถด้านจิตใจระดับหนึ่ง และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและเครือญาติด้วย

ขั้นตอนนี้การจะก้าวข้ามไปได้แม่ต้องสงบเยือกเย็น ควรแยกแยะว่ายายซึ่งเป็นแม่ของตัวเองเคยสั่งสอนดูแลหลาน มองความผูกพันเชิงเครือญาติและยึดเป็นหลัก ยายอาจมีข้อจำกัดตรงวิธีคิด การจัดการ เกิดความกดดันและการปะทะกันของความรู้สึก การยอมรับการปรับปรุงพฤติกรรมกลไกนี้ต้องใช้เวลา

ยายเองที่เลี้ยงหลานมากับมือ ทำไปเพื่อระบายความโกรธหรือลดความคับข้องใจ คนที่อยู่ในภาวะแบบยายอาจเสียใจหรือทุกข์ใจไม่แพ้กัน

กรณีนี้อาจมีหลายปัญหาที่เป็นเงื่อนปมซับซ้อนในครอบครัว เช่น เรื่องเศรษฐกิจ ฐานะทางครอบครัว ความเครียด ความกดดันในการดำรงชีวิต หากถูกเร้าจากปัญหาทางโรงเรียน ทั้งหลาน แม่ ยาย ต่างมีปัญหาอารมณ์

ยังมีหลายครอบครัวที่น่าห่วงใย ซึ่ง ณ วันนี้ต่างกันตรงที่ไม่ได้พลั้งมือทำร้ายถึงชีวิต แต่อาจล่อแหลมต่อพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งยังเดินมาไม่ถึง ต้องเพิ่มความเข้าอกเข้าใจ มีทักษะการคลี่คลายปัญหา ควบคุมอารมณ์และเข้าใจช่วงวัยของกันและกัน

ครูยุ่น มนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก

เด็กขาดทั้งพ่อและแม่ เมื่อยายดูแลเด็กแต่ช่องว่างระหว่างยายกับเด็กห่างกันมาก ห่างกันโดยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ห่างกันด้วยภาวะปัญหา เมื่อไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เด็กก็โหยหา

เด็กอายุ 13 ปี ส่วนยาย 55 ปี มีความห่างกันเรื่องอายุ ต่างคนต่างมีความคาดหวัง เด็กก็หวังว่ายายจะมาทดแทนบางจุดของพ่อแม่ได้ ส่วนยายก็หวังว่าหลานที่เลี้ยงดูมาไม่น่าจะนำความเดือดร้อนมาให้ แต่กลับผิดหวังเมื่อต่างคนต่างมีเงื่อนไข

นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจน ความรุนแรงในการลงโทษถูกนำมาเลือกใช้ลงโทษเด็กเสมอ บางภาวะอารมณ์ของความรู้สึกทำให้ขาดความยับยั้ง

อุทาหรณ์สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปรากฏการณ์ที่รุนแรงไม่เหมาะสำหรับเด็กและนำมาแก้ปัญหา มีโอกาสพลั้งพลาดได้เสมอเมื่อบวกกับความรู้สึกและภาวะแวดล้อมภายในของคน

ในประเทศไทยยังมีปัญหานี้อีกมาก และมีคนอีกเยอะแยะที่อยู่ในภาวะเดียวกับยายหรือคล้ายคลึงกับยายที่เอาหลาน ไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ เวลามีปัญหาก็ไม่มีทางออก

หากมีคนมาแชร์ปัญหาเรื่องหลานให้ยาย อาจไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง หรือถ้าติดต่อพ่อแม่เด็กได้ ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา น่าจะมีองค์กรหรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษายายหรือช่วยเหลือเขาได้ ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยเฉพาะกับวัยรุ่นและเด็กที่กำลังก้าวสู่ วัยรุ่น

สิ่งที่เราขาดคือเมื่อเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือ แม้เด็กอยู่กับพ่อแม่ เวลาเด็กประสบปัญหาหรือคนเลี้ยงดูถึงทางตัน ควรมีกลไกเข้าไปช่วยเหลือให้คำปรึกษา หรือมีองค์กรของรัฐเข้าไปดูแลเด็ก เยี่ยมเยือน เป็นที่ปรึกษา กลไกเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเด็ก แต่บ้านเรายังขาด

ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชนในขณะนี้เราได้แต่วิพากษ์และนินทาเด็กว่าเด็ก วัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมทางเพศมั่วเซ็กซ์ ติดเกม รุนแรง ติดเพื่อน ในรูปแบบเก็บข้อมูลหรือวิจัย

ก่อนที่เด็กเป็นแบบนี้ เรามีเครื่องมือกลไกที่ช่วยเหลือเด็กและคนเลี้ยงดูเด็กหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดความรู้ในการเลี้ยงดูเด็ก การแก้ปัญหาเด็กควรกระจายไปอยู่ใกล้มือที่สุด เข้าถึงง่าย สำหรับคนที่มีกำลังอาจซื้อหาคู่มือหนังสือ หรือปรึกษานักจิตวิทยา

มีเด็กที่กำลังอยู่ในชะตากรรมแบบนี้ และยายที่อยู่ในภาวะแบบนี้อีกเยอะ สำหรับเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เด็กกำพร้า หรือกรณีพ่อแม่เอาเด็กไม่อยู่ บางทีเด็กก็อยากมีคนเข้าไปคลี่คลายปัญหา

ทั้งคนเลี้ยงและเด็กต้องการบุคคลหรือวิธีการที่ช่วยคลี่คลายปัญหา หากมีบริการของภาครัฐ หน่วยงานให้คำปรึกษา เหตุการณ์เหล่านี้จะคลี่คลายและลดลง

สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผอ.มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

การทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตแสดงให้เห็นถึงการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ หากพิจารณาจากอายุของยาย 55 ปี แม่ของเด็กอายุ 38 ปี แสดงว่ายายมีลูกตอนอายุ 17 ปี ในขณะนั้นคงอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนและดูแลรับผิดชอบลูกที่เกิดมา และมีวุฒิภาวะที่หยุดการพัฒนาตั้งแต่เป็นแม่คน จึงมีปัญหาในเรื่องการควบคุมตนเอง

ลักษณะเด็กวัยนี้อาจมีความก้าวร้าว เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศทำงานสูง ผู้ใหญ่จึงต้องมีหน้าที่ขัดเกลา หากเลี้ยงไม่ไหวก็ควรให้แม่มารับตัวเด็กไป

คดีนี้เป็นคติสอนใจสำหรับพ่อแม่ของเด็กได้ดีว่า ก่อนจะผลักลูกให้เป็นภาระของคนอื่น ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าบุคคลที่จะเลี้ยงดูลูกนั้นมีนิสัยใจคออย่างไร เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ เพราะความคิดที่ว่าการเป็นปู่ย่าตายายแล้วจะไม่ทำอะไรเด็กถือเป็นความคิดที่ ไม่ถูกต้อง หรือหากไปฝากเลี้ยงแล้วควรเข้าไปสนใจไยดีชีวิตของเด็กบ้าง

ขณะนี้มีหลายล้านคนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขควรให้ความสำคัญและเพิ่มบทบาทของกรมสุขภาพจิต จัดสรรทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอ

อารีวรรณ จตุทอง ทนายความทำงานด้านประเด็นผู้หญิง

กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดเจนถึงความรุนแรงในครอบครัว และเห็นได้ว่าไม่ว่าชายหรือหญิงก็ก่อความรุนแรงได้เหมือนกัน

ประเด็นสำคัญคือ สาเหตุของการใช้ความรุนแรงไม่ใช่เกิดจากบุคคลอื่นเท่านั้น แต่เกิดจากตัวผู้ใช้ความรุนแรงเองด้วย กรณีนี้ทราบว่ายายเคยมีคดีฆ่าสามีตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ซึ่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ศาลสามารถใช้อำนาจส่งตัวผู้กระทำความรุนแรงเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา ได้ นับเป็นนวัตกรรมที่นำบทลงโทษทางอาญามาผนวกกับการแก้ปัญหาที่รากเหง้าของการ ใช้ความรุนแรง

กรณีของยายหลานไม่รู้ว่าสาเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงคืออะไร ทำไมการโต้เถียงจึงผิดวิสัยของครอบครัวโดยปกติ ต้องกลับไปดูพฤติกรรมการสั่งสอนในครอบครัว

บางคนยังมีความอดทนต่ำ จึงใช้ความรุนแรงที่เกินขอบเขตจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ

ปัญหาคือกระบวนการยุติธรรมมักดำเนินการฝ่ายเดียว โดยไม่นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดเยียวยา ซึ่งปัจจุบันศาลสามารถสั่งให้นำผู้กระทำผิดมาบำบัดเยียวยาได้ จะทำให้ครอบครัวกลับมาสงบสุขมากขึ้น ไม่เช่นนั้นผู้ก่อความรุนแรงก็ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางออกคือกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการทางสาธารณสุขต้องทำงานร่วมกัน

ส่วนแม่ของเด็กซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจนั้น จำเป็นต้องได้รับการเยียวยาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเช่นเดียวกัน จะได้เรียนรู้วิธีคลายทุกข์ และป้องกันไม่ให้ก่อความรุนแรงในอนาคต







ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

กรมสุขภาพจิตแนะเจอคนเร่ร่อนไม่ชัวร์มีอาการทางประสาท รีบแจ้ง 1300

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



กรมสุขภาพจิตแนะเจอคนเร่ร่อนไม่ชัวร์มีอาการทางประสาท รีบแจ้ง 1300

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะเจอคนเร่ร่อนและอาจมีอาการทางประสาท ให้แจ้งศูนย์ประชาบดี สายด่วน 1300 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสุขภาพจิต
นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงเหตุการณ์สาวประเภทสองถูกชายเร่ร่อนชิงทรัพย์บริเวณถนนพระอาทิตย์ แล้วพลาดท่าล้มถูกรถเมล์ทับตายสยอง เมื่อเช้าวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุอ้างมีอาการทางประสาท ว่า คนที่มีอาการประสาท หรือคนบ้า ที่เร่ร่อนตามท้องถนน มีจำนวนไม่มาก โดยมีอยู่ประมาณร้อยละ 30 ของจำนวนผู้เร่ร่อนทั้งหมดเท่านั้น หากประชาชนพบเห็นคนเร่ร่อนแล้วไม่แน่ใจว่ามีปัญหาสุขภาพจิต หรือมีอาการทางประสาทหรือไม่ สามารถแจ้งไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือศูนย์ประชาบดี สายด่วน 1300 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบสุขภาพจิตได้ หากพบว่าเป็นคนเร่ร่อนปกติ ก็จะเข้าไปอยู่ในความดูแลของ พม.แต่หากเป็นบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต ก็จะนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชต่อไป
นพ.ทวี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หากพบเห็นบุคคลที่มีอาการทางประสาทเร่ร่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ประชาชนทุกคนสามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมการปกครอง ในพื้นที่ดังกล่าว ให้นำบุคคลที่มีอาการทางประสาทส่งสถานพยาบาลได้เช่นกัน ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เผยสถิติไทยฆ่าตัวตาย 6 ต่อแสน

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กรมสุขภาพจิต เผยสถิติคนไทยฆ่าตัวตาย 6 ต่อแสน ย้ำเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต้องจัดว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำ

เผยสถิติไทยฆ่าตัวตาย6ต่อแสน

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่กรมสุขภาพจิต นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลง ข่าว "ปัญหาการฆ่าตัวตาย" ว่า การฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตาย เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข และสังคมทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลกประมาณการว่าในแต่ละปีมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน คิดเฉลี่ยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทุก 40 วินาที ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการโครงการป้องกันการฆ่าตัวตายมาอย่างต่อ เนื่องในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการรณรงค์ การคัดกรอง การปรับปรุงให้เกิดการเข้าถึงบริการ ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงโดยลำดับ จนทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ตลอด 5 ปี คือ 5.97-6.03 รายต่อแสนประชากร เทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต้องจัดว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ทั้งนี้เพศชายยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิง และพบว่า กลุ่มอายุ 30-39 ปี ฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมา คือ อายุ 20-29 ปี และอายุ 40-49 ปี ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ข่าวการฆ่าตัวตายในแต่ละเดือนอยู่ระหว่าง 11-25 ราย ส่วนใหญ่อยู่ที่เดือนละ 23-25 ราย หากตรวจสอบสถิติผู้ที่ฆ่าตัวตายในรอบปีที่ผ่านมาจะพบว่าไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6 ต่อแสนประชากร โดยการป้องกัน ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดต้องคอยให้ความสนใจผู้ที่จะฆ่าตัวตาย เพราะคนกลุ่มนี้จะมีอาการที่แสดงให้เห็นก่อน 1-2 สัปดาห์

"สัญญาณเตือนสังเกตได้จากมีอาการหงอย นอนไม่หลับ ชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องความตาย กินข้าวไม่ได้ มักเกิดอาการเหล่านี้หลังจากที่พบกับการสูญเสีย หมดหวังในชีวิต สามารถโทร.มาปรึกษาที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร.1323 ซึ่งการได้พูดคุยกับผู้อื่นในการให้คำปรึกษาจะช่วยให้ความรู้สึกอยากฆ่าตัว ตายลดลงได้" นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าว ว่า แม้อัตราการฆ่าตัวตายในไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่หากดูเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี พบว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มีการฆ่าตัวตาย 188 คน ปี 2552 มีการฆ่าตัวตาย 202 คน และปี 2553 มีการฆ่าตัวตาย 215 คน





ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

=======
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks