น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยา แสดงบทความทั้งหมด

อย.ยันไม่มียามะเร็ง-เบาหวานปลอมจากจีนเข้ามาขายในไทย | PG&P

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันไม่มียารักษาโรคมะเร็งและโรคเบาหวานปลอมจากจีนเข้ามาขายในไทยตามที่ เป็นข่าว ระบุรอบปีที่ผ่านมาพบเพียงยาปลอมกลุ่มรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าว ถึงกรณีมีข่าวพบยารักษาโรคมะเร็งและยารักษาโรคเบาหวานปลอมจากจีนส่งขายใน ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ว่า มีโอกาสน้อยมากที่ประชาชนไทยจะได้รับยารักษาโรคมะเร็งและยารักษาโรคเบาหวาน ปลอม เนื่องจากยาดังกล่าวอยู่ในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของไทย ผู้ป่วยสามารถเบิกจ่ายยาดังกล่าวตามสิทธิ์ไม่ต้องไปหาซื้อเอง อีกทั้งยารักษามะเร็ง เป็นยาควบคุมพิเศษที่ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ อย. ได้เตือนไปยังสถานพยาบาลบางแห่งที่ไม่ได้ใช้ระบบจัดซื้อยารวม ให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของยาในทุกตัวอย่างเคร่งครัดแล้ว
ทั้งนี้ ปัญหายาปลอม โดยทาง อย. ได้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมปัญหายาปลอมให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยเฉพาะด่านอาหารและยาทุกด่านทั่วประเทศ ได้ตรวจสอบยาที่จะนำเข้าประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้นำเข้ายา ต้องมีใบอนุญาตนำเข้ายาและต้องผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับยาอย่างถูกต้องตาม กฎหมายก่อน โดยในรอบปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาปลอมรายใหญ่ๆ ได้ 20 ราย แบ่งเป็นความผิดจากการลักลอบนำเข้า 16 ราย และผู้จำหน่ายกระทำผิดกฎหมาย 4 ราย โดยสถิติยาปลอมที่จับได้ เป็นยากลุ่มรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งยาดังกล่าวปัจจุบันมีราคาแพง ทำให้ประชาชนเข้าถึงยาได้ยาก เช่น ยา Sildenafil และ ยา Tadalafil แต่ต่อไปปัญหาน่าจะลดลง เพราะองค์การเภสัชกรรมกำลังขอขึ้นทะเบียนตำรับยาในยากลุ่มประเภทรักษาอาการ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ กับ อย. ซึ่งจะจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น


ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ว่านมหากาฬ แก้เริมงูสวัด | PG&P

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

         โรคเริม เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีคนเป็นกันเยอะ เป็นแล้วปวดแสบปวดร้อน บางคนเป็นในที่ลับต้องไปพบแพทย์ให้ช่วยรักษา
       ในทางสมุนไพร ตำรายาแผนไทยระบุว่า ให้เอา ใบสด ของ “ว่านมหากาฬ” หรือ รวมกับรากสด กะจำนวนพอประมาณ หรือตามแต่จะหาได้ตำพอละเอียดพอกบริเวณที่เป็นเริม หรือเป็นงูสวัด จะช่วยถอนพิษปวดแสบปวดร้อนและทำให้เริมหรืองูสวัดแห้งและหายได้ รากเดี่ยว ๆ ชนิดสดของ “ว่านมหากาฬ” ยังนำไปต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ได้อีกด้วย นิยมใช้กันมาแต่โบราณแล้ว
       ว่านมหากาฬ หรือ GYNURA PSEUDO CHINA DC.VAR.HISPIDA THY. อยู่ในวงศ์ COMPOSITAE เป็นไม้ล้มลุกมีรากใหญ่สามารถเลื้อยยาวไปตามพื้นดิน ลำต้นอวบน้ำชูยอดตั้งขึ้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับเวียนรอบลำต้น ใบเป็นรูปใบหอก ขอบใบหยักห่างๆ หลังใบเป็นสีม่วงเข้ม มีขน เส้นใบสีเขียว ท้องใบเป็นสีเขียวแกมสีเทา ยอดอ่อนมีขนละเอียดหนาแน่น เวลามีใบดกสีสันของใบจะสวยงามน่าชมมาก
       ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ลักษณะดอกคล้ายดอกดาวเรืองมีกลีบดอกเป็นสีเหลืองทอง เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามมาก “ผล” เป็นผลแห้งไม่แตกอ้ามีเมล็ดเยอะดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปัจจุบัน “ว่านมหากาฬ” มีขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ
       ปลูกได้ในดินทั่วไป เป็นไม้ชอบแดดไม่ชอบน้ำท่วมขัง นอกจากจะปลูกเป็นพืชสมุนไพรแล้ว ยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับอีกด้วย เนื่องจากใบและดอกมีสีสันงดงามนั่นเอง ชาวจีนเรียกอังตังปึง หรือ อังตั้งปี๊ บางพื้นที่เรียก ผักกาดนกเขา ผักกาดกบ และ คำโคก   


ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

วิธีการการใช้ยาอย่างถูกวิธี จากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประสบความสำเร็จในการรณรงค์ให้ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร นำยาเก่าที่ไม่ใช้แล้วไปคืนเจ้าหน้าที่แลกกับไข่สดกลับไปปรุงอาหารกินที่ บ้าน และได้รับการตอบรับอย่างดีได้ยาคืนกว่า 37 ล้านเม็ด และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น

ร่างกายฟิต ตามชนิดของงาน

อีกด้านหนึ่ง นพ.นิทัศน์ รายยวา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า การใช้ยาที่ถูกต้องยังเป็นเรื่องสำคัญที่ สธ.จะต้องรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้การใช้ยาไม่ก่อเกิดอันตรายต่อสุขภาพ คือ ต้องกินยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะที่รักษาโรคติดเชื้อ จะต้องกินจนครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคดื้อยา ซึ่งหากดื้อยาแล้วจะทำให้ต้องใช้ยาที่แรงขึ้น ราคาแพงขึ้น

ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคจิต ฯลฯ หากกินยาไม่ต่อเนื่อง อาจเกิดอาการกำเริบหรือเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือพิการได้

ทั้งนี้ ในการเก็บรักษายา ควรเก็บไว้ในขวด แผง หรือซองตามที่ได้รับมา เก็บให้พ้นมือเด็ก ไม่ถูกแสง ความร้อน และความชื้น ไม่เก็บไว้ในรถยนต์ เพราะความร้อนจะทำให้ยาเสื่อมสภาพเร็ว ยาที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นให้ใส่ในช่องธรรมดา ไม่ใส่ช่องแช่แข็ง และต้องตรวจดูยาที่หมดอายุ หรือเสื่อมสภาพ สำหรับยาที่ไม่มีฉลาก หรือฉลากลบเลือน ไม่ชัดเจน ให้เก็บทิ้งทันที







ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน  

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

"ยานอก-ยาใน" ยาไหนดี?

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แพทย์เผยหลักเลือกยาง่ายๆ ระหว่างยาแพงของนำเข้ากับยาราคาย่อมเยาผลิตในประเทศ
มุมสุขภาพ วันนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะหลักชั่งใจสำหรับการเลือกซื้อยาใกล้ตัวเพื่อความคุ้มค่าของเงินที่จ่าย ไป...
ในบรรดายาหาซื้อง่ายตามร้านยาทั่วไปนั้นมักจะมีอยู่ 2เกรดง่ายๆ คือ “ยาใน” กับ “ยานอก” เป็นคำพูดติดปากที่ชอบพูดกันแถมคนส่วนใหญ่คิดว่า ยานอกต้องดีกว่า ทั้งที่ไม่จริงเสมอไป
ยกตัวอย่างการเลือกซื้อยา ถ้าเป็นคนทั่วไป ใครจะรู้ว่าอะไรคือยาใน ไหนคือยานอก เช่น ยาง่ายๆ อย่าง พาราเซตามอล (อะเซตามิโนเฟน) รู้หรือไม่ว่าเป็นยาในหรือยานอก ทั้งนี้ มีตัวอย่างยานอกและยาในที่ใช้บ่อยมาเล่าสู่กันฟัง แม้จะออกฤทธิ์เหมือนกันแต่บางชนิดราคาแพงต่างกันลิบลับเลย
กลุ่มยาแก้ปวด อย่างพาราเซตามอล มีหลายยี่ห้อหลากบริษัท เมื่อถูกจัดเกรดเป็น “ยานอก” แล้วราคาก็จะสูงขึ้น จากถูกสุดเม็ดละไม่ถึงบาทอาจเพิ่มขึ้นเป็น 100%ได้ การเลือกใช้ก็ดูที่ “ขนาด(Dosage)” มี 2 แบบคือ 325 กับ 500 มิลลิกรัม อย่างแรกมักใช้ในเด็ก ส่วนผู้ใหญ่ถ้าตัวเล็กก็อาจเริ่มที่ 500 มิลลิกรัมเม็ดเดียวก่อน ไม่จำเป็นต้อง 2 เม็ดดังในโฆษณาเสมอไป ในกรณีกินยาเม็ดไม่ได้ พาราเซตามอลแบบน้ำก็มีให้เลือก
กลุ่มยาแก้หวัด คนขายก็มักจะให้เลือกว่ามีแบบ “ง่วง” กับ “ไม่ง่วง” จะเอาแบบไหน หลักง่ายๆ คือ เลือกที่เหมาะกับการใช้ชีวิต เช่น ถ้าต้องขับรถทั้งวันอย่าไปเลือกยาง่วงเข้า แต่ถ้ามีเวลาหยุดงานก็เลือกแบบง่วงเพราะช่วยให้ได้พักผ่อน ซึ่งมีข้อสังเกตว่า ตัวยาแบบไม่ง่วงส่วนใหญ่มักเป็นยานอกซึ่งมีให้เลือกมากชนิด ท่านสามารถใช้ได้ หรือถ้าอยากประหยัดงบก็จบลงที่ยาแก้หวัดที่ดีและถูกอย่าง “คลอเฟนิรามีน” ที่เม็ดละแค่ 10สตางค์
กลุ่มยาแก้อักเสบฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะคือชื่อของยากลุ่มนี้ มีทั้งฆ่าเชื้อคออักเสบ, ตาเจ็บ, แผล และท้องเสีย ในเด็กมักอยู่ในรูปยาน้ำขวดละสิบกว่าบาท ถ้าในส่วนของยานอกจะแพงหลักร้อยกว่าขึ้นไป ฤทธิ์ของยาแรงก็จริง แต่ใช่ว่าจะรักษาได้มากกว่ายาราคาถูก เพราะขึ้นอยู่กับ “ชนิดเชื้อ” ที่ใช้ ยกตัวอย่าง คออักเสบ แต่ถ้าไปซื้อยานอกที่ฆ่าไม่ตรงเชื้อก็จะไม่หาย
ส่วนยาฆ่าเชื้อของผู้ใหญ่ อย่าง อะม็อกซีซิลลิน แก้คอเจ็บนี้ ถ้าเป็นยานอกก็ราคาต่างกันเป็นเท่าตัว หรืออย่างยาแพงพวก อะม็อกซีคลาวูลิเนต หรือ อะซิโทรมัยซิน ที่กิน 6เม็ดก็ปาเข้าไปเกือบสี่ห้าร้อยบาทแล้ว จะเห็นว่าเม็ดละเป็นร้อยก็มี
กลุ่มวิตามิน แบบของนอกมีทั้งมาจากจีนหรืออินเดีย ซึ่งคุณภาพสินค้าก็จะอีกเกรดหนึ่งซึ่งไม่ใช่ว่าไม่ดี ของอย่างนี้ต้องดูที่ชนิด, ปริมาณ และการดูดซึม ไม่จำเป็นต้องแพงเกิน และไม่ควรต้องเลือกแช่อยู่ยี่ห้อเดียว อาจเลือกกระจายกันไปหลายยี่ห้อได้ ข้อควรดูอีกประการ คือ หีบห่อที่ป้องกันแดด และการจัดวางในร้านให้หลบมุมไม่ตากแดดลมจนเกินไป
กลุ่มเวชภัณฑ์อื่น เช่น ยาฉีด, น้ำเกลือ, ออกซิเจน, อุปกรณ์ทำแผล อย่างยาฉีดก็ไม่จำเป็นว่ายานอกต้องดีเสมอไป เพราะในบ้านเราก็ผลิตยาคุณภาพดีได้ไม่แพ้กัน เช่น ยาต้านไวรัสเอดส์ขององค์การเภสัชกรรมก็ทำออกมาได้ในราคาถูกกว่าของนอกเป็น เท่าตัว ช่วยประชาชนคนหาทางเลือกได้เยอะ ทำให้คนเข้าถึงยาได้ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลเอกชนรับยาแพงเสมอไป


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อันตรายยาชื่อพ้อง มองคล้าย สภาเภสัชกรรมเผยผลสำรวจเบื้องต้น

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สภาเภสัชกรรมเผยผลสำรวจเบื้องต้น เกี่ยวกับการรับรู้เรื่องยาในต่างจังหวัด พบว่า 3 ใน 4 หรือร้อยละ 75 ใช้ยาโดยไม่รู้จักชื่อยา ในขณะที่คนกรุงเทพฯ ผลลัพธ์ที่ได้จากการสำรวจก็ไม่แตกต่างกัน เผชิญอันตรายกว่าที่คิด เพราะยามีหลายชนิดที่ "ชื่อพ้อง มองคล้าย" เสี่ยงใช้ยาผิดชนิด ผิดขนาด หรือผิดประเภท และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การใช้ยา

ภญ.รศ.ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรมเปิดเผยว่า สภาเภสัชกรรมได้ทำการสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับการรับรู้เรื่องยาของผู้ป่วย โรคเรื้อรัง โดยทำในกลุ่มตัวอย่างที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลใหญ่ 3 แห่งในภาคใต้ และภาคกลาง จำนวนกว่า 1,000 คน เป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดหัวใจ หอบหืด ภูมิแพ้ และโรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น โดยร้อยละ 20 ของกลุ่มตัวอย่างมีรายการยาที่ต้องใช้เป็นประจำ 6-10 รายการ แต่จากการสำรวจ พบว่า มีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 25 เท่านั้นที่รู้จักทั้งชื่อยาและสรรพคุณยาที่ตนเองใช้อยู่ ในขณะที่ผู้ป่วยอีกร้อยละ 75 ไม่รู้จักชื่อยา รู้แต่สรรพคุณและวิธีใช้ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยร้อยละ 25 ไม่เคยอ่านฉลากยาก่อนใช้ยา ร้อยละ 86 หยิบยาใช้เอง

จากผลสำรวจเบื้องต้น พบว่าปัจจุบันคนไทยยังให้ความสำคัญกับชื่อยาน้อยมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะชื่อยาเป็นภาษาอังกฤษจำยากไม่คุ้นหู หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องช่วยกันรณรงค์ เพราะการที่ผู้ป่วยไม่รู้จักชื่อยาที่ใช้นั้นอันตรายกว่าที่คิด เนื่องจากยาที่ใช้รักษาอาการหรือโรคเดียวกันมีหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตมีเป็นสิบๆ ชนิด และแต่ละตัวยังมีหลายขนาดความแรง ซึ่งยาแต่ละตัวอาจจะเหมาะกับผู้ป่วยรายหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยอีกราย หรืออาจมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยอีกรายทั้งนี้ขึ้นกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วย แต่ละคนด้วย

การที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ชื่อยาที่ใช้อยู่ทำให้น่าเป็นห่วง เพราะคนไทยชอบแนะนำยาให้คนใกล้ชิดหรือเพื่อนๆ กันลองใช้ดูเพราะเห็นว่าตนเองใช้ได้ผลดี การบอกเพียงรูปลักษณ์ของยามีโอกาสเสี่ยงที่จะแนะนำยาผิด


ที่มา :หนังสือพิมพ์มติชน


อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว 
วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks