พ.ศ.2555
ถือเป็นช่วงแห่งการฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกอบกับในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษา
จึงถือเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับชาวไทยจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ง่ายๆ
ด้วยการเลิกเหล้านั้นเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับ สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)
จัดพิธีอนุโมทนาบุญงดเหล้าเข้าพรรษาในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600
ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
รวมทั้งเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้แก่องค์กร ครอบครัวและคนต้นแบบ
ที่ประกาศตนเพื่อสร้างสังคมให้ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ
กล่าวว่า สสส.ริเริ่มจัดโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษามาตั้งแต่ปี 2546
โดยในปี 2555 นี้นับเป็นการรณรงค์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน
จึงได้จัดโครงการ 2,600 ครอบครัว และ 2,600 คนต้นแบบ
งดเหล้าเข้าพรรษามหากุศลขึ้น
โดยได้รับความร่วมมือจาก 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ
และเครือข่ายพระสงฆ์พุทธชยันตีสังฆะเพื่อสังคมซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ
ให้ความสำคัญและเข้าร่วมรณรงค์มากขึ้น
มีการประกาศนโยบายสนับสนุนต่อเนื่องไม่เพียงแค่ช่วงที่เข้าพรรษาเท่านั้น
ผู้จัดการ สสส.กล่าวต่อว่า
จากการสำรวจผลการดำเนินงานโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาช่วง 9 ปีที่ผ่านมา
โดยเอแบคโพล พบว่ามีประชาชนร้อยละ 81.1 เห็นด้วยกับโครงการนี้ และร้อยละ
50 เกิดความตระหนักในพิษภัย และพยายามลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
โดยในปี 2546 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มรณรงค์
มีผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาร้อยละ 40.6 ต่อมาในปี 2554
ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 53.3 จากจำนวนผู้ดื่มทั้งหมด17 ล้านคน
โดยผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาตลอด 3 เดือนประมาณร้อยละ 30
ของผู้ที่ดื่มทั้งหมดประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,857.73 บาทต่อคน
รวมทุกคนที่งดดื่มสามารถประหยัดเงินได้ 31,574 ล้านบาท
การงดเหล้าทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่น และพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน
ช่วยลดปัญหาทางสังคมได้อีกด้วย
ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
กล่าวว่า
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและ
สังคมกว่า 156,105 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 1.97
ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ
โดยคนไทยต้องเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยชั่วโมงละ 3 คน และอีก
260,000 คน กลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่
การแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ
โดยขอให้กำลังใจรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยผลักดันให้เกิด
มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ลดผลกระทบจากเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"ต้องขอความกรุณาจากรัฐบาลพิจารณาเสริมประสิทธิภาพข้อบังคับต่างๆ เช่น
มาตรการเพิ่มภาษี เพื่อให้ราคาสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ
มาตรการด้านจำกัดอายุผู้ซื้อ มาตรการจำกัดใบอนุญาตจำหน่าย
และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น"
"นอกจากนี้ ขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยที่สนับสนุนให้ผู้ว่าฯ
ทุกจังหวัดประกาศนโยบายปลอดเหล้า ซึ่งขณะนี้มี 37
จังหวัดได้ประกาศนโยบายนี้แล้ว มีผลให้การจัดงานบุญประเพณี งานแข่งขันกีฬา
งานกาชาด ฯลฯ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น
และในอนาคตจะมีจังหวัดประกาศนโยบายงดเหล้าเพิ่มขึ้นจนครบทั้ง 77 จังหวัด"
ศ.นพ.อุดมศิลป์กล่าว
ด้าน
ลุงนรินทร์ แป้นประเสริฐ ประธานชุมชนวัดโพธิ์เรียง กทม. อายุ 50 ปี
เล่าว่า เคยดื่มเหล้ามาตั้งแต่อายุ18 ปี จนเมื่อปี2540
ตัดสินใจทำบัตรเครดิตไว้สำหรับจ่ายค่าเหล้าเพียงอย่างเดียว
ตกเดือนละเป็นหมื่นบาทเพราะช่วงนั้นติดเพื่อนดื่มเหล้าเข้าสังคมเป็นประจำ
ต่อมาในชุมชนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดก็ใช้การรณรงค์ให้คนหันมาดื่มเหล้าดีกว่า
ยาเสพติด
เพราะคิดว่าเหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับรุนแรงมากกว่าเดิม ยาเสพติดก็ไม่หมดไป
เพราะยิ่งคนดื่มก็ยิ่งสร้างปัญหาสังคมมากขึ้น ทั้งทะเลาะวิวาท การลักขโมย
จนกระทั่งปี 2550 ที่ต้องทำงานร่วมกับชุมชน
จึงคิดหาทางแก้ปัญหาโดยใช้หลักคิดว่าหากจะให้ยาเสพติดหมดไปต้องเริ่มที่การ
เลิกเหล้าให้ได้ก่อน ดังนั้นจึงทำเป็นแบบอย่างให้กับคนในชุมชนปฏิบัติตาม
"ผมก็เริ่มจากตัวเราเอง โดยการจัดงานบวชลูกชายเป็นงานปลอดเหล้า
พิมพ์ในการ์ดเลยว่าไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ๆ ก็กลัวว่าจะไม่มีคนมา
ปรากฏว่าคนมาเต็มงาน ผมจัดโต๊ะจีน 50 โต๊ะ
แล้วลองคิดดูว่าหากวันนั้นผมมีเหล้าในงาน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 600
บาทต่อโต๊ะ ซึ่งเห็นชัดเจนเลยว่าผมประหยัดไปได้เยอะ
ซึ่งก็มีแต่คนมาชื่นชมคนในชุมชนก็ทำตามเรา เห็นเราเป็นแบบอย่าง"
"ตอนหลังปี 52 ผมเริ่มคุยกับร้านค้าในชุมชน 25
ร้านให้ปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สุดท้าย
ทุกร้านยินยอมปฏิบัติตาม แม้แรกๆ จะได้คำตอบว่าหากฉันทำแล้ว
ร้านอื่นไม่ทำอะไรจะเกิดขึ้น
ซึ่งผมต้องใช้เวลาเป็นปีในการสร้างความเข้าใจจนทุกร้านยอมปฏิบัติตาม
ถึงวันนี้ความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นก็ไม่เกิด
ครอบครัวที่มีพ่อแม่ดื่มเหล้าก็ลดลงลูกก็ได้ไปโรงเรียนตามปกติ
เยาวชนในชุมชนก็มาพูดคุยกันมากขึ้น" ลุงนรินทร์กล่าว
เลิกเหล้าได้แล้วจะส่งผลให้ครอบครัวและชุมชนมีความสุข และที่สำคัญมีเงินเหลือในกระเป๋าอีกเพียบด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
PG&P
สโนว์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI
คลิปตัวอย่าง PG&P
FEED PG&P