"อีโบลา"ไวรัสไข้เลือดออกสาย
พันธุ์มรณะกลับมาระบาดอีกครั้งในยูกันดาและคองโก
แม้อยู่ห่างจากประเทศไทยไปไกลถึงทวีปแอฟริกา แต่หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้
เนื่องจากในแต่ละปีมีชาวต่างชาติจากประเทศทั้งสองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว
เกือบ 1 หมื่นคน!!
ข้อมูลสถิติการเดินทางเข้าออก จำแนกตามสัญชาติในปี 2554
จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่ามีชาวคองโกเข้ามาประเทศไทยประมาณ 5,600
คน ส่วนชาวยูกันดาประมาณ 2,500 คน
ที่สำคัญเชื้อตัวนี้สามารถแพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ด้วย
และอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 80-90
วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวทั่วโลกรายงานถ้อยคำของ
"โยเวรี มูเซเวนี"
ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐยูดา (Republic of
Unganda)ซึ่งออกแถลงการณ์ฉุกเฉินทางโทรทัศน์เตือนประชาชนให้ระวังเชื้อไข้
เลือดออกอีโบลาที่กำลังระบาดหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 14 คน
และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 6 คน ตัวเลขนี้เฉพาะรายงาน
อย่างเป็นทางการเท่านั้น
คาดว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วเสียชีวิตโดยไม่ได้รายงานอีกจำนวนหนึ่ง
พร้อม
ขอร้องให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการจับมือ จูบ
หรือมีเพศสัมพันธ์ด้วย
เพราะเชื้อไวรัสมรณะตัวนี้รุนแรงติดแล้วเสียชีวิตภายใน 72 ชั่วโมง
ไวรัสอีโบลากำลังระบาดหนักในบริเวณเขตคิบาล ห่างจากเมืองหลวงยูกันดาประมาณ
200 กม. ห่างจากชายแดนประเทศคองโก 50 กม.

ขณะ
นี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อให้เข้าสู่
พื้นที่กักกันโรค รวมถึงแพทย์และพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยด้วย
ทั้งนี้โรงพยาบาลกรุงกัมปาลา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวง สั่งกักพื้นที่แพทย์ 4
คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 13 คน หลังจากรับผู้ป่วย 2 คนเข้ามารักษา
แล้วเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากผู้ป่วยจนเสียชีวิต
หลังยูกันดาประกาศเตือนได้ไม่กี่วัน
องค์การอนามัยโลกรายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า
ประเทศเพื่อนบ้านของยูกันดาคือประเทศคองโกก็มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสร้ายตัว
นี้ไปแล้ว 9 คนเช่นกันและพบผู้ติดเชื้อกว่า 20 คน
ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีพรมแดนติดกับยูกันดา ผู้เสียชีวิตชาวคองโก
3 ใน 9 คนเป็นบุคลากรแพทย์ติดเชื้อจากการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ภายในโรงพยาบาล
"อีโบลา"(Ebola)เป็นชื่อของแม่น้ำสายหนึ่งในคองโก
แหล่งต้นกำเนิดไวรัสตัวนี้ พบระบาดครั้งแรกเมื่อปี 2519
นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าไวรัสอีโบลามีต้นตอมาจากสัตว์ท้องถิ่นในป่าแถว
แอฟริกา มีการระบาดเป็นระยะ ครั้งร้ายแรงสุดเกิดขึ้นในยูกันดาเมื่อปี 2543
มีผู้ติดเชื้อกว่า 400 คน ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในเวลาไม่กี่วัน
อาการป่วยเริ่มแรกจะเป็นไข้
ปวดเมื่อยเนื้อตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก ปวดช่องท้อง
อาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ จากนั้นเริ่มหายใจลำบาก
ผู้ป่วยทั้งหมดมีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ระบบอวัยวะภายในด้วย
หลายฝ่ายสงสัยว่า ทำไม "ไวรัสมรณะอีโบลา"ทำให้แพทย์และพยาบาลที่ใกล้ชิดผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างง่ายดาย !?!
ศ.ดร.พิไลพรรณ พุทธวัฒนะ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีว
วิทืยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยบาลไขปริศนาให้ฟังว่า
เชื้อไวรัสไข้เลือดออกทั่วโลกพบ 14 สายพันธุ์
โดยอีโบลาเป็นหนึ่งในเชื้อตัวดุสุด อัตราผู้เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 80-90
ส่วนไวรัสไข้เลือดออกที่พบในไทยนั้นเป็นสายพันธุ์ "เดงกี่" (Dengue)
ตัวนี้ไม่ร้ายแรงนัก มีอัตราผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 1
สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลติดเชื้อจากผู้ป่วยได้ง่ายเนื่องจากคนไข้
ที่ป่วยโรคนี้จะมีอาการเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงถ่ายเป็นเลือดด้วย
เชื้อไวรัสจะออกมาพร้อมของเหลวเหล่านี้ และไปติดตามเตียงหรืออุปกรณ์แพทย์
โรงพยาบาลในแอฟริกาส่วนใหญ่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ เช่น
ผ้าปิดปาก ถุงมือ แอลกอฮอล์ และน้ำที่จะใช้ทำความสะอาด
ทำให้สัมผัสเชื้อโดยตรงได้ง่าย
โรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อพบผู้ป่วยต้องสั่งปิดโรงพยาบาลทันทีเพราะรู้ตัวดีว่า
ไม่สามารถควบคุมได้

"ปัจจุบัน
ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาไวรัสไข้เลือดออก
แพทย์ทำได้แค่ประคับประคองตามอาการ เช่นให้ยาลดไข้ ยาสลายลิ่มเลือด
ให้เกล็ดเลือดเพิ่ม ฯลฯ
แต่เชื้อตัวนี้จะไม่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
ต้องสัมผัสจากตัวผู้ป่วย หรือเลือดและสารคัดหลั่งที่ออกมาตามร่างกาย
หากคุมพื้นที่ได้เชื้อจะหายไป แต่จะกลับระบาดใหม่
เมื่อมีคนเข้าไปในป่าลึกแล้วติดจากสัตว์ที่มีไวรัสตัวนี้
ไวรัสจะเข้าไปในร่างกายทำให้มีอาการป่วยรุนแรงเมื่อญาติไปสัมผัสก็ติดทันที
รวมถึงแพทย์และพยาบาลด้วย แต่ยังไม่เคยพบโรคระบาดไปนอกทวีป แอฟริกา
ในเอเชียเคยมีรายงานว่าพบสายพันธุ์คล้ายๆ กัน ที่ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
แต่เกิดจากการสัมผัสสัตว์ท้องถิ่นในป่าลึกโดยตรง"
ผู้เชี่ยวชาญเชื้อไวรัสข้างต้น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
ช่วงแรกที่ค้นพบเชื้อนี้คาดเดาว่าพรานไปล่าสัตว์แล้วติดมาจากลิง
เพราะผู้ป่วยรายแรกเล่าว่า เดินทางเข้าไปในลึกเกือบ 20
กม.ไม่รู้ว่าสัมผัสสัตว์ตัวไหนบ้าง แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า
น่าจะเป็นเชื้อจากค้างคาวชนิดหนึ่งมากกว่า
ขณะที่
ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ม.มหิดล
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส วิทยา เตือนว่า
ไวรัสตัวนี้สามารถติดจากคนสู่คนได้ง่าย เป็นเชื้อรุนแรงทำให้ป่วยเฉียบพลัน
แพร่กระจายรวดเร็ว แต่ต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเท่านั้น
ยังไม่เคยมีรายงานการพบผู้ป่วยไข้เลือดออกด้วยเชื้อไวรัสอีโบลาในเมืองไทยมา
ก่อน ส่วนที่กังวลว่าอาจมีนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาสัมผัสเชื้อแล้วไม่รู้ตัว
กลายเป็นพาหะนำไวรัสเข้ามาในไทยนั้น
ส่วนตัวแล้วเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก
"ใครก็ตามที่ติดเชื้อตัวนี้ จะป่วยแทบลุกไม่ไหวทันที ระยะฟักตัว 2-3
วันเท่านั้น คงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้
และถ้ามีชาวแอฟริกันซึ่งอยู่ในระยะแพร่เชื้อเดินทางเข้ามาในไทยจริง
เมื่อป่วยแล้วไปโรงพยาบาล แพทย์จะรู้ทันทีจากอาการป่วยและการสัมภาษณ์
ยิ่งรู้ว่าเดินทางมาจากยูกันดา หรือ คองโก หรือประเทศแถบแอฟริกา
คงต้องกักพื้นที่เพื่อรักษาและไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไป"
ศ.นพ.ประเสริฐกล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
PG&P
สโนว์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI
คลิปตัวอย่าง PG&P
FEED PG&P