น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

สธ.ย้ำปรับค่านิยมป้องกันโรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สธ. แนะ ปรับเปลี่ยนค่านิยม ป้องกันซึมเศร้าฆ่าตัวตาย ย้ำ ความงามไม่ใช่เพียงรูปร่างหน้าตา

 สธ.แนะปรับค่านิยมป้องกันโรคซึมเศร้า

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สธ.กล่าวว่า การทำศัลยกรรมความงามแล้วไม่พอใจผลการทำศัลยกรรม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ที่ให้คุณค่ากับเรื่องรูปร่างหน้าตา สะท้อนค่านิยมของสังคมในภาพรวม ทั้งการลดความอ้วน การดัดฟันการผ่าตัด หรือการฉีดเพื่อความสวยงาม ฯลฯ ทั้งนี้ พบว่า ส่วนหนึ่งอาจมีปัญหาสุขภาพจิต กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่วิตกกังวลเกินเหตุ กลุ่มที่สอง คือ คิดว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองบกพร่องตลอดเวลา ซึ่งจะพยายามทำศัลยกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่พอใจในสิ่งที่ทำ และกลุ่มสุดท้าย คือ มีภาวะซึมเศร้า ทำให้มองตัวเองติดลบ ซึ่งมองไปถึงความไม่พอใจรูปร่างหน้าตา

รมช.สธ. กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะให้คุณค่ากับรูปร่างหน้าตา พ่อแม่ เพื่อน วัยรุ่น โรงเรียน แพทย์ ตลอดจนสื่อมวลชน ควรมีการส่งเสริมความสามารถหรือเน้นคุณค่าทางบวกที่จะทดแทนและมีคุณค่าเหนือ กว่าเรื่องรูปร่างหน้าตา รวมทั้ง พึงระวังว่า ความไม่พอใจรูปร่างหน้าตา นอกจากเป็นเรื่องค่านิยมแล้ว อาจมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุ หรือเป็นผลจากการทำศัลยกรรมตกแต่งก็ได้ ดังนั้น หากมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เมื่อสภาวะจิตใจดีขึ้นแล้วอาจต้องทำจิตบำบัดให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเองให้ มากขึ้น

รมช.สธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของวิชาชีพ โดยเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษารูปร่างหน้าตา โดยจะต้องมีจรรยาแห่งวิชาชีพในการให้บริการ คำนึงว่าผู้รับบริการมีปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่ โดยการพูดคุยสังเกตเบื้องต้น และส่งต่อจิตแพทย์เมื่อพบปัญหา มากกว่าคำนึงถึงแต่การป้องกันการฟ้องร้อง

นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนค่านิยมที่เน้นความสวยงามมากกว่าความรู้ความ สามารถ หรือการทำความดี ช่วยเหลือสังคม ซึ่งต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ทั้งนี้ การศัลยกรรม หากทำแล้วไม่เป็นที่พอใจหรือดูแย่กว่าที่เป็นอยู่ก็ยิ่งทำให้เกิดความเครียด มากยิ่งขึ้น ซึ่งครอบครัว เพื่อน หรือผู้ใกล้ชิดต้องคอยสังเกตและเตือน ตลอดจนให้กำลังใจ และปลอบประโลมจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ในที่สุด จึงต้องคำนึงถึงผลดีผลเสียที่เกิดขึ้นให้มากด้วย อย่างไรก็ตาม สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ได้ที่สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง





ที่มา :หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

เผยปีนี้คนไทยป่วย "โรคมือ เท้า ปาก" เพิ่มขึ้น

คร.พบคนไทยป่วยโรคมือเท้าปากมาก กว่าปีที่แล้ว แต่ไร้ตาย ยันสถานการณ์ไม่น่าห่วง เหตุเชื้อไม่รุนแรง ไม่มีการระบาดกลุ่มใหญ่ แนะโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หากระบาดเกิน 3 คนให้ปิดห้อง เกิน 3 ห้องให้ปิดโรงเรียน พร้อมจี้สอนเด็กล้างมือให้สะอาดและถูกต้องป้องกันโรคได้
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเกิดการระบาดโรคมือ เท้าปาก ที่ศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งใน จ.ตราด จนต้องปิดศูนย์เด็กเล็กดังกล่าว ว่า สถานการณ์ในประเทศไทยถือว่าไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเชื้อไวรัสที่เกิดในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นเชื้อชนิดที่ไม่รุนแรง ตั้งแต่ต้นปี 2555 - ปัจจุบัน มีผู้ป่วย 6,800-6,900 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต แม้ว่าแนวโน้มการระบาดจะมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่เป็นการป่วยแบบกระจายตัวไม่มีการระบาดเป็นกลุ่มใหญ่ จะพบการติดเชื้อครั้งละ 20-50 คนเท่านั้น ซึ่งจังหวัดที่มีการป่วยมาก เช่น เชียงราย พะเยา บุรีรัมย์ ตราด และสุพรรณบุรี
นพ.พรเทพ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด ที่พบการระบาดที่ จ.ตราด จากการรายงาน เป็นการระบาดในศูนย์เด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) 2 แห่ง แห่งละประมาณ 10 คน ซึ่งการสั่งปิดศูนย์เด็กเล็กชั่วคราวเป็นอำนาจของอบต. อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคมีข้อแนะนำว่า หากมีนักเรียนป่วยในห้องเรียนเดียวกันเกิน 5 คน ให้ปิดห้องเรียนนั้น หากติดเกิน 3 ห้อง ให้ปิดศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดกลุ่มใหญ่ ทั้งนี้ การจะสั่งปิดโรงเรียนหรือไม่นั้น ไม่จำเป็นต้องแจ้งกรมควบคุมโรค แต่ขณะนี้ยังไม่พบการระบาดในโรงเรียนระดับอนุบาล หรือ ประถม แต่อย่างใด
"โรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทยมีความรุนแรงของโรคน้อย มีคนป่วยหลายพัน แต่ไม่มีคนเสียชีวิตเลย โดยโรคนี้ติดจากมือของเด็กที่เข้าห้องส้วม แต่ล้างมือไม่สะอาดและไปสัมผัสอาหารหรือของเล่น ทำให้เชื้อติดต่อสู่เด็กคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นต้องสอนให้เด็กล้างมืออย่างถูกวิธี ทั้งหน้ามือ หลังมือ ซอกนิ้ว ข้อมือ เล็บมือ หากล้างมือได้ดีก็จะไม่เกิดการติดต่อของโรคนี้" นพ.พรเทพ กล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTV ผู้จัดการ

สธ.สั่งตรวจเข้ม 'หวัดนก' ทั่ว ปท. หลังพบไก่ติดเชื้อที่จีน

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

'วิทยา บุรณศิริ'สั่ง สสจ.ทั่วประเทศเข้มตรวจไข้หวัดนก หลังพบไก่ติดเชื้อที่จีน รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติยันยังไม่พบเชื้อใน 'นกธรรมชาติ-นกอพยพ'

 สธ.สั่งเข้มหวัดนกทั่วประเทศ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว ถึงกรณีที่ทางการเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือประเทศจีน พบการระบาดของไข้หวัดนก เอช 5เอ็น 1 (H5N1) ในไก่ ตั้งแต่วันที่ 20มิถุนายน เป็นต้นมา โดยได้ฆ่าไก่ไปแล้ว กว่า 150,000ตัวว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ.ทุกจังหวัด ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน สภาพอากาศชื้น อาจทำให้เชื้อไข้หวัดนกมีโอกาสแพร่ระบาดได้ แม้ว่าผลการเฝ้าระวังในประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกติดต่อกันมานาน กว่า 5 ปีก็ตาม และขอความร่วมมือประชาชน หากพบสัตว์ปีกป่วย ตายผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อย่านำมาทำเป็นอาหารเด็ดขาด เพราะหากสัตว์ติดเชื้อไข้หวัดนก เชื้อจะติดต่อถึงคนขณะชำแหละได้

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าว ว่า วิธีการสังเกตสัตว์ปีกว่าอาจป่วยเป็นหวัดนกตามคำแนะนำกรมปศุสัตว์ โดยทั่วไปจะมีอาการดังนี้ ซูบผอม ซึมมาก ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด  ไอ จาม หายใจลำบาก น้ำตาไหลมาก หน้าบวม หงอนมีสีคล้ำ หรืออาจมีอาการของระบบประสาท และท้องเสีย ในรายที่รุนแรงจะตายอย่างรวดเร็วโดยไม่แสดงอาการ โดยหากพบสัตว์ปีกตายผิดสังเกต อาจเกิดจากโรคระบาดได้หลายโรค ซึ่งหากเป็นเชื้อไข้หวัดนก เชื้อจะแพร่ระบาดไปสู่สัตว์ตัวอื่นอย่างรวดเร็ว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือ อสม. เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร แจ้งสำนักงานเขตที่พบสัตว์ตาย หรือศูนย์ปฏิบัติการไข้หวัดนก กทม. โทรสายด่วน 1555หรือกรมปศุสัตว์ โทร.0-2653-4551-4ต่อ 101-105ส่วนต่างจังหวัด แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัด อสม. เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล อบต.

"ในการเก็บซากสัตว์ปีก ห้ามจับซากสัตว์ด้วยมือเปล่า ควรสวมถุงมือยาง ถ้าไม่มีให้ใช้ถุงพลาสติกหนาๆ สวมมือ เก็บใส่ลงในถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น แล้วนำไปเผาหรือฝัง หากใช้วิธีฝังควรราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือโรยปูนขาว หรืออาจใช้น้ำเดือดราดที่ซากก่อนกลบดินให้แน่น อย่าทิ้งซากสัตว์ลงในแม่น้ำ ลำคลอง นอกจากนี้ ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลเด็กไม่ให้เล่นหรืออุ้มสัตว์ปีก โดยเฉพาะนกหรือไก่ เนื่องจากเด็กมักชอบเล่นกับสัตว์เลี้ยง และหากติดเชื้อไข้หวัดนก และฝึกให้ล้างมือเป็นนิสัย หลังเข้าห้องน้ำห้องส้วม สั่งน้ำมูก จับหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ และก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย" รองอธิบดี คร.กล่าว

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าว ว่า ที่ผ่านมา กรมอุทยานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังไข้หวัดนก ออกตรวจและเก็บตัวอย่าง นกอพยพ และนกในธรรมชาติทั่วประเทศ รวมทั้งในตัวเมืองอย่างกลุ่มนกนางแอ่น ที่อพยพมาจากประเทศไซบีเรีย และประเทศจีน ยังไม่พบนกที่ติดเชื้อไข้หวัดนกแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าทั่วประเทศรายงานสถานการณ์ที่ผิดปกติเข้ามา ตลอดเวลาเพื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที







ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

เปลี่ยนอย่างละนิด ก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้

เปลี่ยนอย่างละนิด ก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้

การลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร อาจจะไม่สามารถทำได้ทันทีทันใด แต่หากเปลี่ยนอย่างละนิด ก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ง่ายๆ

ถ้าปกติคุณเลือกทาน

1. นมสด หรือนม low fat ลองเปลี่ยนมาเป็น นม 0%fat

2. น้ำอัดลม ลองเปลี่ยนมาเป็น น้ำอัดลมแบบ 0 แคลอรี, น้ำผลไม้, น้ำเปล่า

3. ชอบทานขนมหวาน ลองเปลี่ยนมาเป็น ผลไม้สดที่ไม่หวานมาก

4. นั่งทานอาหารได้นาน ๆ ไปเรื่อย ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็น หยุดหรือลุกเมื่อทานอาหารเสร็จ

5. ชอบทานมื้อใหญ่ ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็น ใช้จานอาหารที่มีขนาดเล็กลง

6. ชอบทานขนมปังขาวหรือ pasta ลองเปลี่ยนมาเป็น แป้งที่เป็นชนิด ธัญพืช หรือ whole grain

7. ชอบใช้เนยทำอาหาร ลองเปลี่ยนมาเป็น ใช้น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง

8. เป็นคนรีบรับประทานในรถ ลองเปลี่ยนมาเป็น ผลไม้ที่เตรียมไว้ หรือ cereal bar ไว้ในรถ

9. ชอบทานเนื้อแดง ลองเปลี่ยนมาเป็นเลือกเนื้อชนิดที่ไม่ติดมันหรือมันน้อย ๆ

10. ชอบของว่างเป็นมันฝรั่งทอด ลองเปลี่ยนมาเป็น ให้มีผลไม้หรือผักติดตู้เย็นไว้ตลอด

11. ไม่ค่อยได้ทานอาหารเช้า ลองเปลี่ยนมาเป็น ให้มีอาหารเช้าสุขภาพทุก ๆ เช้า

12. ชอบทานอาหารทอด ลองเปลี่ยนมาเป็น เลือกอาหารอบ นึ่ง ย่าง แทนการทอด







ที่มา :Dr.carebear www.facebook.com/drcarebear

ทำไมถึงต้องผ่าฟันคุด ไม่ผ่าได้หรือไม่

ทำไมถึงต้องผ่าฟันคุด ไม่ผ่าได้หรือไม่

การผ่าตัดฟันคุดมีจุดประสงค์หลายประการ ได้แก่
1. เพื่อป้องกันอาการปวด เพราะตัวฟันคุดเองมีแรงผลักเพื่อจะงอกขึ้นมาในขากรรไกร แต่ถูกกันหรือติดโดยฟันข้างเคียง ทำให้มีแรงย้อนกลับไปกดที่เส้นประสาทของขากรรไกร อาการปวดมีตั้งแต่ทนได้จนกระทั่งปวดมาก ในบางครั้งอาจมีอาการปวดแบบส่งต่อหลังจากตำแหน่งฟันคุดไปยังบริเวณอื่นของใบ หน้า เช่น ปวดหน้าหู ปวดตา ปวดศีรษะ เป็นต้น
2. เพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เพราะจะมีเศษอาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก แล้วไม่สามารถทำความสะอาดได้ เชื้อแบคทีเรียที่มาสะสมอยู่จะทำให้เหงือกอักเสบ ปวดและบวมเป็นหนอง ถ้าทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปใต้คาง หรือใต้ลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
3. เพื่อป้องกันฟันข้างเคียงผุ ซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น ทำความสะอาดได้ยาก เศษอาหารจะติดค้างอยู่ทำให้เกิดฟันผุได้ทั้งสองซี่
4. เพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่ พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป
5. เพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นาน เนื้อเยื่อที่หุ้มรอบฟันคุด อาจจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดการทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้น หากไม่เคยได้รับการตรวจฟัน มักจะรู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นใบหน้าเอียงหรือขากรรไกรข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง ซึ่งถ้าพบและรีบทำการผ่าตัดออกได้เร็ว การสูญเสียอวัยวะ ขากรรไกรก็น้อย ยังสามารถรักษารูปหน้าให้เหมือนเดิมได้ แต่ถ้าถุงน้ำหรือเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากๆ ก็อาจต้องตัดขากรรไกรบางส่วนออก การรักษารูปใบหน้าให้เหมือนเดิมก็ทำได้ยากขึ้น
6. เพื่อป้องกันกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องจากการที่มีฟันคุดฝังอยู่ จะทำให้กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นบางกว่าตำแหน่งอื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อได้รับอุบัติเหตุ หรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นก็จะหักได้ง่าย
7. วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ในการจัดฟัน มักต้องถอนฟันกรามซี่ที่สาม ออกเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนฟันซี่อื่น ๆ และแรงดันของฟันคุด ยังมากพอที่จะผลักให้ฟันข้างเคียงรับแรงกระทบต่อๆ กันไปจนฟันบิดซ้อนเกได้ ในการจัดฟันทันตแพทย์จึงมักแนะนำให้ถอนฟันคุดออกก่อนใส่เครื่องมือ
จะเห็นได้ว่าการเก็บฟันคุดไม่มีผลดีเลย ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่เกิดอันตรายกับสุขภาพปากของคนเราหลายด้าน จึงควรผ่าเอาออก... ผลดีมีมากกว่าจริงๆ ค่ะ



ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามดารา

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks