น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

โรคอ้วนในวัยทอง ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม !!

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555


ในปัจจุบันโลกของเรามีจำนวนประชากร 7 พันล้านคน และในจำนวนนี้ ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 12.8  ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนว่า ในปัจจุบันโลกของเรามีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ทางภาครัฐและเอกชนหันมาตระหนักถึงปัญหาของโรคภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับวัยชราที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
โดยเฉพาะปัญหาภาวะอ้วนในวัยทอง ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง กล่าวคือ ภาวะโรคอ้วนทำให้เกิดโรคต่างๆ ที่ร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง ที่มีอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกในปี 2548 สูงถึง 5.7 ล้านคน/ปี โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนอายุ 60 ปีขึ้นไป
รศ.พญ.มยุรี จิรภิญโญ นายกสมาคมสตรีวัยหมดระดูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมวัยหมดระดูนานาชาติ (The International Menopause Society) โดยความร่วมมือกับ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้กำหนดให้วันที่ 18 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสตรีวัยทองโลก และที่ผ่านมา ได้มีการร่วมมือในการรณรงค์ ให้ความรู้แก่ประชาชนถึงความรุนแรงของโรคอ้วนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ช่วงชีวิตในแต่ละวัย 
ในช่วงชีวิตของสตรีจะมี 3 วัย คือ วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์  และ วัยหมดระดู โดย “วัยเด็ก ” จะนับตั้งแต่แรกเกิด จนถึงเริ่มเป็นวัยรุ่นสาว กินเวลาประมาณ 10-12 ปี ในวัยนี้รังไข่ยังไม่มีการผลิตฮอร์โมนจนกว่าจะถึง “วัยเจริญพันธุ์ ” ซึ่งวัยเจริญพันธุ์ของสตรีเป็นวัยที่สามารถมีบุตรได้ และยังมีประจำเดือน  ในวัยนี้ร่างกายจะได้รับอิทธิพลของฮอร์โมนจากรังไข่ ได้แก่ เอสโตรเจน ทำให้ร่างกายเจริญเปลี่ยนแปลงจากเด็กหญิง มาเป็นเด็กสาว และมีการเจริญเติบโตของอวัยวะเพศอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีการตกไข่ออกจากรังไข่เดือนละหนึ่งครั้ง สามารถมีบุตรเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ได้ และมีประจำเดือนหรือระดูสม่ำเสมอทุกเดือน ตราบใดที่ยังไม่ตั้งครรภ์
ส่วน “วัยหมดประจำเดือน” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “วัยทอง” จะเป็นวัยที่รังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่ และหยุดสร้างฮอร์โมน สังเกตได้จากการมีประจำเดือนหรือระดูมาไม่ปกติ และหายไปในที่สุด ช่วงตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเป็นต้นไป เรียกว่า วัยหมดประจำเดือน เกิดขึ้นในช่วงอายุ 45-55 ปี ซึ่งโดยเฉลี่ยที่เริ่มเข้าสู่วัยหมดระดูของสตรีไทย อยู่ที่อายุประมาณ 48 ปี ซึ่งจะมีเวลาเหลืออีกประมาณ 20-30 ปีกว่าจะสิ้นอายุขัย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าวัยหมดระดูมีเวลานานถึง 1 ใน 3 ของชีวิตสตรี
อย่างไรก็ตาม สำหรับสตรีแล้ว ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ “ช่วงปลายของวัยเจริญพันธุ์” ซึ่งรังไข่จะทำงานน้อยลง มีการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ แต่ยังผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ ระยะนี้จะสังเกตได้ว่าประจำเดือนมาไม่ค่อยปกติ คือมาเร็วหรือช้ากว่าธรรมดา เลือดออกมากและนาน หรือออกน้อย หรือไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิม อาการผิดปกตินี้มักเกิดในช่วงอายุเลย 35 ปีขึ้นไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน
โรคอ้วน” ภัยคุกคามสตรีวัยทอง
พญ.มยุรี กล่าวว่า สำหรับการรณรงค์ในปีนี้ สมาคมฯ จะเน้นการดูแลสุขภาพโดยการควบคุมน้ำหนัก และตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของโรคอ้วน เพราะเราจะพบว่า สตรีในวัยทองเมื่อฮฮร์โมนหมดไป จะมีอาการหงุดหงิดง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ได้รุนแรงนัก แต่ปัญหาที่รุนแรงกว่า คือโรคเรื้อรังที่เกิดจากวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเกิดจากกระบวนการชราภาพของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย นอกจากกระบวนการตามธรรมชาติแล้ว ฮอร์โมนก็มีส่วนเช่นกัน
“ถ้าหากมีความอ้วนเข้ามาเสริมด้วย ความอ้วนก็จะทำให้ความรุนแรงของโรคมีมากขึ้น ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้น เมื่ออายุ 40 ปี  ขึ้นไป ก็จะพบว่า ทำไมถึงต้องมีการตรวจร่างกาย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันในเลือด มะเร็ง ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต จนถึงขั้นเสียชีวิต มีการวิจัยออกมาพบว่า ผู้ที่อายุ 50-60 ปี จะเป็นช่วงวัยที่น้ำหนักขึ้นได้ไวที่สุด โดยมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักเฉลี่ย 0.5 ก.ก / ต่อปี ซึ่งหากไม่ได้รับการควบคุมก็จะมีการเพิ่มของน้ำหนัก ก็จะกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด” พญ.มยุรี กล่าว
เมื่อเปรียบเทียบกับในวัยอื่น ปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ก็จะขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารเป็นหลัก ซึ่งจะต่างจากวัยหมดประจำเดือน ที่ถึงแม้ว่าจะมีการควบคุมอาหารแล้ว บางรายก็ยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด จึงต้องควบคุมตั้งแต่ก่อนจะถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว คนที่อ้วนจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดม ากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติถึง 3 เท่า เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญในการรณรงค์เพื่อให้ควบคุมน้ำหนักก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน เพราะถ้าเราควบคุมน้ำหนักได้ดี โรคเรื้อรังต่างๆ ที่จะต้องทำให้วิ่งเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ก็จะเกิดน้อยลง โอกาสในการเสียชีวิตก็จะน้อยลงตามไปด้วย
“เราอาจจะเริ่มควบคุมน้ำหนักตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ซึ่งเดี๋ยวนี้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น ปัจจุบันจะเห็นว่าสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว เพราะตัวเลขล่าสุดที่ออกมาคนไทย 65 ล้านคน จะมีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปประมาณ 8 ล้านคน เฉลี่ยอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าสังคมใดมีปริมาณผู้สูงอายุเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ นั้นหมายความว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นภาครัฐจึงต้องมีการเตรียมรับกับสังคมผู้สูงอายุด้วย”
ใส่ใจเรื่องอาหาร-ออกกำลังกาย
ปัญหาในการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร เป็นปัญหาที่สำคัญของคนในสังคมเมือง โดย พญ.มยุรี กล่าวว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ มักจะรับประทานอาหารที่เป็น Fast food ซึ่งเป็นอาหารที่อันตราย เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน ดังนั้นหากไม่สามารถทำอาหารรับประทานเองได้ อย่างน้อยก็ควรเลือกประเภทอาหาร โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โปรตีนสูง หวาน เค็ม เป็นต้น แต่ให้เน้นที่ผักและผลไม้มากขึ้น 
ส่วนการออกกำลังกาย พญ.มยุรี แนะนำว่า อย่างน้อยที่สุด หากได้ยืดเส้นยืดสายบ้างก็จะช่วยได้ เช่นการเดินออกไปจ่ายตลาด หรือเดินเล่นอย่างน้อยวันละ 30 -60 นาที ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งการเดินออกกำลังกาย ควรจะเดินในช่วงเช้า-เย็น ที่มีแดดอ่อนๆ เพื่อให้ได้รับแสงแดดที่มีวิตามินดี ที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ทั้งนี้เคยมีการสำรวจพบว่า ในคนชนบทจะมีมวลกระดูกที่แข็งแรงกว่าคนในเมือง เนื่องจากได้รับแสงแดดที่มีวิตามินดี ขณะที่คนในเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ค่อนข้างไม่ได้รับแสงแดด เนื่องจากคนในเมืองมักทำงานในออฟฟิศเป็นหลัก รวมถึงคนผิวขาวในประเทศซีกโลกเหนือ ที่มีแสงแดดน้อย เช่นในทวีปยุโรป ก็จะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน
“ในปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ เราจึงต้องตระหนักถึงภาวะโรคอ้วนในวัยสูงอายุให้มากและควรมีการดูแลและควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตั้งแต่ในวัยเด็ก วัยหนุ่มสาวและช่วงวัยกลางคนก่อนจะเข้าสู่วัยสูงอายุ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ” พญ.มยุรี กล่าวทิ้งท้าย
ปัจจุบันแม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก โดยมนุษย์ทุกวันนี้มีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การวางแผนป้องกันโรคร้าย ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งวิธีง่ายๆ และเป็นพื้นฐานที่สุด คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อไม่ป่วยง่ายๆ ก็ไม่ต้องไปพบแพทย์หรือไปซื้อยามากินบ่อยๆ ให้เสียเวลาทำงาน และเสียรายได้ที่ควรจะสามารถเก็บออมไว้ยามจำเป็น



ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า


PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ทำไมคุณพ่อ..."ต้องลาคลอด"

บทบาท “คุณพ่อ” ที่สำคัญ
1. ลดภาวะซึมเศร้าให้แม่หลังคลอด
คุณแม่ที่ดูแลลูกเพียงลำพงอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ความเหนื่อยล้าจากการให้นมและดูแลลูก 24 ชั่วโมง คุณพ่อสามารถช่วยอุ้มลูก โอบกอด หรือนวดผ่อนคลาย จะทำให้คุณแม่มีกำลังใจ และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
2. ช่วยให้นมแม่ไหลออกมาได้ดี
หลังคลอด คุณแม่จะเหนื่อยล้า อ่อนเพลียและมีภาวะเครียด หากพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อการไหลของนมแม่ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการให้นม (โปรแลคติน/อ๊อกซิโทซิน) ความเรียดจะทำให้ผลิตน้ำนมได้น้อยลง หากคุณพ่อช่วยดูแลลูกและแบ่งเบาภาระงานบ้าน เพื่อให้แม่ได้มีเวลาพัก และไม่เครียด หรือกังวลในการเลี้ยงลูก
3. เพิ่มความรักความผูกพันพ่อ-ลูก
ผลวิจัยชี้ชัดว่า พ่อที่ได้อุ้มลูกตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังคลอด ได้โอบกอดสัมผัสอย่างทะนุถนอม หรือได้ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือจับนิ้วมือนิ้วเท้าเล่น พ่อจะมีความผูกพันกับลูกมากกว่า ไม่ใช่คุณแม่ฝ่ายเดียวที่ได้ใกล้ชิดลูก คุณพ่อก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจมากขึ้นเท่านั้น
4. หมดปัญหาพี่เลี้ยงเด็ก
พ่อแม่หลายท่านต้องทำงานหาเงินจนแทบไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก จึงต้องพึ่งพี่เลี้ยงแทน พบปัญหาพี่เลี้ยงเด็กทุบตี ทำร้ายเด็กอยู่บ่อยๆ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว คุณพ่อควรจัดสรรเวลามาเลี้ยงลูกบ้าง หรือควรมองหาคนที่ไว้ใจได้ เช่น ปู่ยา ตายาย หรือยายพี่น้อง
5. เป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ลูก
ลูกสามารถเรียนรู้ จดจำ และเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ เช่น การเล่น การเล่านิทาน การร้องเพลงกล่อมลูก จะทำให้ลูกรับรู้ถึงความอบอุ่นและอ่อนโยน ซึ่งคุณพ่อสามารถช่วยเติมความสุขนี้ได้ คุณพ่อคือต้นแบบที่ดีของลูก เมื่อลูกเติบใหญ่ ก็จะเป็นพ่อแม่รุ่นใหม่ที่เป็นแบบอย่างที่ดีจากรุ่นสู่รุ่น
"สามี มีบทบาทเป็นพ่อในการดูแลลูกร่วมกับแม่มากขึ้น เริ่มตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ คลอดและหลังคลอด คุณพ่อควรลามาช่วยคุณแม่หลังคลอดทันที เพราะ 15 วันแรกสำคัญที่สุด"


ที่มา : มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ความมั่นคงทางอาหาร...เริ่มจากครัวชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ความมั่นคงทางอาหาร...เริ่มจากครัวชุมชน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นานาประเทศต่างต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติ รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร หลายประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะเมื่อผลผลิตทางการเกษตรมีราคาแพง และไม่สามารถผลิตได้เพียงพอตามความต้องการ เนื่องในวันอาหารโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี หลายหน่วยงานจึงมีความพยายามที่จะร่วมกันฝ่าวิกฤต ก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารรวมถึงประเทศไทยด้วย
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้จัดการแผนงานความมั่นคงทางอาหาร โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี บอกว่า ในปี 2555 คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหาร ได้มอบหมายให้แผนงานความมั่นคงทางอาหารร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดประชุมเพื่อขับเคลื่อนให้มีความมั่นคงทางอาหาร โดยคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ได้วิเคราะห์ วางแผน และพยายามหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาตลอด โดยตั้งเป้าว่าก่อนวันอาหารโลก ในวันที่ 16 ตุลาคม จะมีการจัดประชุมแสดงความคิดเห็นเรื่อง “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงอาหารจากชุมชนสู่ระดับชาติ” โดยนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ในแต่ละพื้นที่ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และมุมมองของมิติความมั่นคงอาหาร ในเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ และการปรับตัวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น  ระหว่างคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย นักวิชาการ นักพัฒนา และผู้ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน เพื่อสื่อสารความเข้าใจเกี่ยวกับความมั่นคงอาหารในบริบทประเทศไทยทุกมิติและทุกระดับตั้งแต่ ชุมชน ท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ เพื่อให้เกิดแนวคิดและทิศทางในการจัดทำแผนงานเชิงปฏิบัติการในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหารในทุกระดับ เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยด้านความมั่นคงอาหารที่เหมาะสมและจำเป็นต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต
“ในภาพรวมของประเทศ เราอาจเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกมีบริษัทที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก แต่แท้จริงแล้วประเทศไทยยังมีความไม่มั่นคงทางอาหารอยู่ ซึ่งข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ในช่วงปี 2547 -2549 ประเทศไทยมีประชากรเป็นผู้ขาดสารอาหารถึง 17% ทำให้การเจริญเติบโตของเด็กอยู่อัตราที่ต่ำ ดังนั้น ในภาพรวมดูเหมือนดี แต่ในทางปฏิบัติถือว่ายังมีปัญหา ดังนั้น การแก้ปัญหาเราจะมองแต่ภาพใหญ่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเริ่มจากชุมชน”
นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สำคัญที่เป็นไฮไลท์ในงานนี้จะมีการนำเสนอใน 3-4ประเด็นสำคัญ เช่น วิเคราะห์ภาพใหญ่ของระบบโลกและผลกระทบด้านอาหาร การถอดบทเรียนการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยยก 3 พื้นที่ตัวอย่าง 1.ความมั่นคงอาหารของชุมชนในภูมินิเวศน์ชายฝั่งทะเล อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่มีความโดดเด่นในกระบวนการป้องกันภัยคุกคามความมั่นคงด้านอาหาร เช่น ผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง มีการสร้างท่าเรือ การทำหารประมงที่ทำลายร้าง เป็นต้น 2.ความมั่นคงอาหารชุมชนในภูมินิเวศน์ป่า/ภูเขาที่ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาติพันธุ์มีการผลักดันให้มีการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การลดการใช้สารเคมีในการเกษตร ส่งเสริมพันธุ์พืชที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ การอนุรักษ์ป่าไม้ พืชพรรณท้องถิ่น และ3.ความมั่นคงอาหารชุมชนในภูมินิเวศน์นาข้าวและการแลกเปลี่ยนอาหารของเมืองชนบทในภาคอีสาน ที่ จ.ยโสธร จ.สุรินทร์ จ.มหาสารคาม ซึ่งมีความโดดเด่นในการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อรับประทานเองและจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นที่มีหลายระดับ เป็นการเอื้ออำนวยให้กับคนเมืองสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีได้
นอกจากนี้จะมีการนำเสนอตัวชี้วัดเครื่องมือที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยมีการทำตัวชี้วัดใน 30 ชุมชน เช่น ดูว่าในชุมชนมีทรัพยากรเพียงพอหรือไม่ สามารถเข้าป่าหาอาหารตามธรรมชาติได้หรือไม่ หรือสามารถผลิตอาหารได้เองหรือไม่ มีสัดส่วนอย่างไร เป็นต้น โดยเน้นชุมชนท้องถิ่นที่สามารถพึ่งพิงตนเองด้านอาหารได้ ส่วนในชุมชนเมืองก็มีความสำคัญ ได้มีการนำเสนอเรื่อง “สวนผักคนเมือง” ที่เป็นกระแสใหญ่มากและแนวโน้มของเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยทั้งชุมชนเมืองและชนบทจะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
นายวิฑูรย์ ทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ดี สถานการณ์ปัจจุบันวิกฤตด้านอาหารยังคงอยู่ แม้ว่าสินค้าการเกษตรบางชนิดในช่วงนี้จะมีราคาตกต่ำ แต่ก็เป็นเหตุการณ์แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งความสามารถในการควบคุมราคาสินค้าในตลาดไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว เนื่องจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่คนไทยและคนทั่วโลกที่ต้องเผชิญอยู่ทุกปี เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก เช่น เมื่อ 2-3 ปีก่อน เกิดภัยธรรมชาติในเวียดนาม หรือ สหรัฐอเมริกา ก็ส่งผลกระทบทำให้ราคาอาหารถีบตัวสูงขึ้น ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมความพร้อม ยิ่งหากได้ประกาศตัวเป็นครัวของโลก เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหาร การมองภาพใหญ่อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเริ่มจากชุมชนไปสู่ระดับชาติ
หากเราสามารถสร้างความมั่นคงด้านอาหารในชุมชนได้ ความหวังที่จะเป็นครัวของโลกคงไม่ไกลเกินเอื้อม...

PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

คนกรุงเครียดข้าวของแพงมากที่สุด น่าห่วงวัยรุ่นเลือก "เหล้า" คลายเครียด

คนกรุงเทพฯ เครียดที่สุดเรื่อง ข้าวของแพง น้ำท่วม และรถติด ที่แย่กว่านั้นเยาวชนใช้ แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือคลายเครียดมากที่สุด
 

 
             เนื่องในวันที่ 10 ตุลาคมที่จะถึงนี้เป็นวันสุขภาพจิตโลก ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “สุขภาพจิตของคนกรุงท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและภัยธรรมชาติ”  โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,474 คน พบว่า เรื่องที่ทำให้คนกรุงเทพฯ เครียดและวิตกกังวลมากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาคือ ข้าวของราคาแพง ค่าครองชีพสูง ร้อยละ 28.6 รองลงมาคือกลัวน้ำท่วมกรุงเทพฯ ร้อยละ 15.4  และการจราจรติดขัด ร้อยละ 12.4  ขณะที่ร้อยละ 3.5 ไม่มีเรื่องเครียดและวิตกกังวลเลย   โดยบุคคลที่คิดว่าจะเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นที่พึ่งทางใจ ในยามเครียดและวิตกกังวลมากที่สุดคือ คนในครอบครัว ร้อยละ 60 รองลงมาคือ เพื่อน ร้อยละ 19.7  และคนรัก ร้อยละ 10
            สำหรับกิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ นิยมทำเพื่อผ่อนคลายเมื่อเกิดความเครียดและวิตกกังวลมากที่สุดอันดับแรกคือ ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ ร้อยละ 98.3  รองลงมาคือ ช้อปปิ้ง ดูหนัง ทานข้าว ร้อยละ 88 และออกกำลังกาย ร้อยละ 84.5อย่างไรก็ตามคนกรุงเทพฯ บางส่วนเลือกที่จะใช้วิธีที่ไม่ดีเพื่อผ่อนคลายคือ ร้อยละ 52.9 เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และร้อยละ 24.9 เลือกที่จะสูบบุหรี่   ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบว่า เป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 18-25 ปี มากที่สุด ร้อยละ 19.8
            เมื่อถามว่าคนกรุงเทพฯ จะมีความเสี่ยงต่อปัญหาทางสุขภาพจิต (เช่น โรควิตกกังวล โรคจิต โรคซึมเศร้า) มากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับคนต่างจังหวัด   กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 66 คิดว่าคนกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงมากกว่า   ขณะที่ร้อยละ 29.3 คิดว่ามีพอๆ กัน   และร้อยละ 3.2 คิดว่ามีน้อยกว่า
             ด้านความเห็นต่อปัญหาความแตกแยกในสังคม ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาของแพง ในปัจจุบันมีส่วนทำให้สุขภาพจิตของคนไทยไม่ดี มากน้อยเพียงใด ร้อยละ 94.6 เห็นว่ามากถึงมากที่สุด และร้อยละ 5.4 เห็นว่าน้อยถึงน้อยที่สุด
              สุดท้ายเมื่อถามว่าปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 64.6 เห็นว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญ   และร้อยละ 22.2 เห็นว่าไม่ให้ความสำคัญเลย ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่าให้ความสำคัญมาก

ที่มา :  ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)

PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เชื้อราในยาเสี่ยง 'เยื่อหุ้มสมองอักเสบ'

นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีชาวอเมริกันติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราเพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งทางการคาดว่าเกิดจากการได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในตัวยาสเตียรอยด์ระงับอาการปวดหลัง ส่งผลให้บริษัทต้องเรียกคืนยาทั้งหมดกว่า 17,600 หลอด ว่า สถานการณ์ติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบของคนอเมริกันเป็นการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเท่านั้น ยังไม่มีการส่งผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในประเทศไทย
ส่วนเชื้อราที่ปนเปื้อนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเชื้อราชนิดใด แต่กรณีการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราโดยตรงจากผลิตภัณฑ์นั้น มีโอกาสเกิดได้น้อยมาก สำหรับในประเทศไทยกรณีดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับการติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากสาเหตุอื่นๆ
"สาเหตุหลักๆ ส่วนมากมักเกิดกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์ โดยเกิดจากเชื้อราคลิปโตคอคคัส ส่วนกรณีติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราโดยตรงนั้น อาจเกิดได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อรา อาทิ ยาหยอดตา ยาหยอดหู แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก และประเทศไทยยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากสาเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ การติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจาก เชื้อราจะไม่มีการระบาดเป็นกลุ่ม ถือว่ามีความเสี่ยงที่ต่ำมาก" นพ.ภาสกร กล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks