น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

เทคนิคสร้างลูกฉลาด

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคสร้างลูกฉลาด

พูดถึงความฉลาด หลาย ๆ คนอาจนึกถึงการมี IQ ดี อันที่จริงแล้วภายใต้คำว่าฉลาดมีส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งสำหรับวัยคิดส์ที่ ต้องมาเชื่อมร้อยให้สอดคล้องกับเด็ก ๆ แต่ละคนซ่อนอยู่ อยากรู้ว่าความฉลาดที่แท้จริงคืออะไร เรามีคำตอบ
ตีความฉลาดให้แตก (ฉาน)
การจะบอกว่า เด็กคนนั้นฉลาดกว่าเด็กคนนี้เพียงเพราะเขามีคะแนนสอบดีกว่าเพื่อนยังไม่พอ เพราะหากนึกดี ๆ แล้ว หากลูกสอบได้ที่ 1 เรียนเก่งเหนือใครแต่กลับไม่มีเพื่อน ไม่รู้วิธีเข้าสังคม หรือแม้แต่ไม่รู้จะเล่นกับเพื่อนอย่างไร นั่นคุณคิดว่าลูกคุณฉลาดพอแล้วหรือ
ศาสตราจารย์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชื่อว่าความฉลาดของบุคคลมีหลายด้านและทุกด้านก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครเด่นด้านไหน ซึ่งความสามารถนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล สรุปง่าย ๆ ก็คือ
- ถ้าลูกวัยอนุบาลไม่เก่งคณิต แต่เก่งศิลปะ นั่นก็บอกได้ว่าเขามีความฉลาดเฉพาะตนอยู่
- หากลูกวัยประถมไม่เก่งทั้งคณิต ภาษา แต่มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับคนรอบข้าง ก็เรียกได้ว่านั่นคือความฉลาดอีกทางหนึ่ง
กล่าวโดยสรุปคือ มนุษย์มีปัญญาหลายด้าน ดังนั้นคำว่าฉลาดจึงตีความได้ว่า เป็นความสามารถหลายด้านรวมกันจนเกิดเป็นความสามารถเฉพาะตัวของเด็ก ๆ ที่ทำให้เขาเรียนรู้และอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข
5 เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมความฉลาดให้ลูก
1. เรื่องนอนเรื่องใหญ่
เด็กอนุบาลควรนอนวันละ 11 - 13 ชั่วโมงต่อวัน เด็กประถมควรนอนวันละ 11 ชั่วโมงต่อวัน การนอนที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็ก ๆ มีสมาธิ การเรียนรู้จดจำ (ขณะตื่น) มีประสิทธิภาพ ดังนั้นอยากให้ลูกฉลาด เรื่องนอนไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย
2. อย่าลืมอาหารสมอง
ให้ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่ และอาหารบำรุงสมองเป็นประจำช่วยการเรียนรู้ที่ดีได้   
- เมนูไข่ อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมองและจำเป็นต่อการสร้างเยื่อหุ้มเส้นใยประสาทด้วย
- เมนูปลา เนื้อปลาและน้ำมันปลามีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาความจำและการเรียนรู้ เสริมสร้าง "เดนไดร์" ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงเรื่องเรียนรู้จากเรื่องหนึ่งไปสู่เรื่องหนึ่งได้ดี
3. Exercise ช่วยฟิต (หลายเรื่อง)
วิจัยจากสหรัฐอเมริกาพบว่า สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ควบคุมความจำและการเรียนรู้ของเด็กที่ออกกำลังกายจะ มีขนาดใหญ่กว่าเด็กที่ขาดการออกกำลังกายถึง 12 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยสร้างความมั่นใจ ลดความตึงเครียด มีเพื่อน ฯลฯ
4. ไม่เปรียบเทียบ เรียนรู้ไม่สะดุด
ไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น เพราะนั่นเปรียบเหมือนการสร้างแรงกดดันในการเรียนรู้ให้กับลูก และทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณกำลังจับผิดเขาอยู่ทุกฝีก้าว ดังนั้นไม่เปรียบเทียบและดูความถนัดของลูกว่าถนัดสิ่งไหนแล้วส่งเสริมสิ่ง นั้นกับเขา ก็จะช่วยให้ความฉลาดที่มีอยู่ในตัวลูกไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งปรากฏขึ้นอย่าง แน่นอน
5. อย่าลืมว่ามีคนมอง
ทุกครั้งที่คุณแสดงพฤติกรรมใด ๆ ก็ตาม อย่าลืมว่าเด็ก ๆ เตรียมก๊อปปี้จากคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่น การปฏิบัติตัวทั้งเรื่องกิน เรื่องอยู่ เรื่องหาความรู้รอบตัว อยากให้ลูกเป็นแบบไหนแค่จำไว้ว่า "ทำดีให้ดู เพราะหนูมองพ่อแม่อยู่นะ"
การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของลูกให้ฉลาดรอบด้านนั้น จะเห็นได้ว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากแต่ผู้ใหญ่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกพบปะประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลาย อีกทั้งไม่มองที่คะแนนสอบเป็นตัวตั้ง แต่ให้ค้นหาความถนัดตามศักยภาพที่ลูกมีอยู่ เพียงเท่านี้คุณก็จะเห็นแววความฉลาดในแบบที่เป็นตัวตนของลูกได้แล้วค่ะ


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

แนะ' 3 เคล็ดลับ'สอน ป.1 ใช้แท็บเล็ต


จิตแพทย์แนะ '3 เคล็ดลับ' สอน ป.1 ใช้แท็บเล็ต

แนะ'3เคล็ดลับ'สอนป.1ใช้แท็บเล็ต

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการเสวนาวิชาการหัวข้อ "แท็บเล็ตทำไมต้อง ป.1" ว่า การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมา มีหลายสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้ผลเต็มที่ โดยเฉพาะการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ถ้าใช้หนังสือเรียนอย่างเดียว จะทำให้การเรียนรู้มีข้อจำกัด เหตุผลที่แจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 เพราะรัฐบาลต้องการวางรากฐานตั้งแต่ชั้น ป.1 เพราะเด็กยังมีความสดใส ความพร้อมที่จะฝังความคิด และพัฒนาการด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการอ่านการเขียน

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายกสมาคมจิตแพทย์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า หากมองแง่จิตวิทยา การใช้แท็บเล็ตสำหรับเด็ก ป.1 จะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา ซึ่งเด็กระดับนี้ จะเริ่มเรียนรู้คำ การเขียน หรือภาษาที่เข้าใจง่ายๆ ในเรื่องการคิด เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้น การนำแท็บเล็ตมาใช้ จะต้องมีกระบวนการ ส่งเสริม 3 ด้าน คือ 1.การอธิบายที่ทำให้เห็นภาพและเสียง จะช่วยการเรียนรู้ต่อเด็ก 2.ครูไม่ควรปล่อยให้เด็กเรียนรู้แท็บเล็ตโดยลำพัง และ 3.ครูต้องใช้แท็บเล็ตให้เป็นสื่อการสอน และเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กทำการบ้านได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น







 ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน 

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

กรมสุขภาพจิต แนะคนไทยดูข่าววันละ 2 ชม. ลดเครียดการเมืองศุกร์ 13

พบคนไทย 1 ใน 4 เครียดการเมือง! โดยเฉพาะวันศุกร์ 13 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฯ อ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ รธน.ล้างการปกครอง กรมสุขภาพจิตแนะ ปชช.ดูข่าวไม่เกินวันละ 2 ชม. ลดรับข้อมูลข่าวสารที่รุนแรง และหากิจกรรมคลายเครียด พร้อมฝากสื่องดเสนอข่าวเชิงขัดแย้ง และลดการแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงในสังคมออนไลน์

กรมสุขภาพจิต แนะคนไทยดูข่าววันละ 2 ชม. ลดเครียดการเมืองศุกร์ 13

วันนี้ (13 ก.ค.) ที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้าทีมโฆษกกรมสุขภาพจิต และนายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าว ถึงกรณีวันศุกร์ 13 ซึ่งเป็นวันที่องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ในเวลา 14.00 น. ว่า ระหว่างรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ความตึงเครียดทางการเมืองย่อมเกิดขึ้น ซึ่งผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร ย่อมมีคนพอใจและไม่พอใจเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น กรมสุขภาพจิตจึงอยากเตือนประชาชนว่า ไม่ควรเครียดกับการเมืองมากนัก เนื่องจากปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปี 2553 นั้น กรมสุขภาพจิตพบว่า ประชาชนมีปัญหาความเครียดกับการเมืองมาก โดยมีอัตราความเครียดระหว่างผู้หญิงผู้ชายเท่ากัน ซึ่งอาการของความเครียดนั้นจะรุนแรงมากขึ้นตามสถานการณ์ความรุนแรงทางการ เมือง

"เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความเครียด ประชาชนควรดูข่าวไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง และลดการรับข้อมูลข่าวสารที่รุนแรง ส่วนคนที่มีความเครียดรุนแรงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดอารมณ์รุนแรงนั้นลง เช่น ลดการรับข้อมูลข่าวสารที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ หากิจกรรมคลายเครียด เช่น ออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนในชุมชนที่มีความเครียด ทางการเมืองสูงเราควรให้บุคคลที่มีความเครียดสูงเหล่านั้น ซึ่งในระดับสังคมก็ต้องช่วยกัน เช่น สื่อต้องไม่ควรนำเสนอข่าวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งให้ในเสนอในลักษณะการหา ทางออก เครือข่ายสังคมออนไลน์ควรลดการแสดงความคิดเห็นที่มีแนวโน้มการขาดการควบคุม ตัวเอง และทุกคนช่วยกันทำให้ปัญหาผ่านไปลดการเผชิญหน้า" นายกสมาคมจิตแพทย์ฯ กล่าว

ด้าน นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าว ว่า ความเครียดเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติดังนั้นคนที่เครียดนานๆ มีผลต่อร่างการ เช่น การนอนไม่หลับทำให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งปัจจุบันสังคมไทยมีการแบ่งแยกที่ชัดเจนมีความเห็นที่ต่างกันจนเกิดเป็น ความขัดแย้ง ดังนั้น ตนจึงห่วงเรื่องสุขภาพจิตของประชาชน และห่วงเรื่องความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าคนไทย 1 ใน 4 มีความเครียด ดังนั้น เราควรช่วยกันหาทางออกเรื่องความแตกแยกเพื่อลดปัญหาความเครียด ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราจะพบปัญหาคนป่วยทางจิตชอบทำร้าย ร่างกายผู้อื่น ด้วยเหตุนี้เวลาอยู่ในที่สาธารณะเราควรมีความระมัดระวังให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพบคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตเราสามารถแจ้งให้ทางตำรวจทำการจับกุม เพื่อนำไปบำบัดได้ด้วย พ.ร.บ.ของกรมสุขภาพจิต ที่กำหนดไว้เฉพาะเกี่ยวกับการควบคุมคนมีปัญหาทางจิตให้เข้ารับรักษาโดยที่ ผ่านมาก็มีการใช้ พ.ร.บ.ตัวนี้ควบคุมผู้ป่วยทางจิตมาบำบัดแล้วหลายร้อยราย





ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ปั่นจักรยาน สุขภาพดี ลดโรคร้อน


ปั่นจักรยาน สุขภาพดี ลดโรคร้อน

     
จักรยาน เป็นยานพาหนะหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ ยังเป็นเครื่องมือในการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านข้อต่อ ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้ดี ยิ่งขี่จักรยานอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้นค่ะ
การออกกำลังกายด้วยจักรยาน มีทั้งจักรยานแบบเคลื่อนที่ได้และอยู่กับที่ ซึ่งจักรยานแบบอยู่กับที่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้ทุกสภาพอากาศ อีกทั้งยังสามารถปรับระดับแรงต้านทานให้มีความเหมาะสมกับความพร้อมของ ร่างกายได้อีกด้วย
แต่ก่อนจะเริ่มปั่นจักรยาน มาฟังข้อแนะนำที่ควรทำเพื่อให้ได้ผลดีแก่ร่างกายคุณ
1.ปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย
2.ก่อนปั่นจักรยานต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง
3.ปรับเบาะมือบังคับให้ได้ระดับเหมาะสม
3.1ความสูงของเบาะนั่งต้องเหมาะสม (ปรับเบาะให้อยู่บริเวณสะโพก) คือ เมื่อนั่งบนเบาะ วาง
เท้าบนบันไดที่ต่ำ งอเข่าเล็กน้อยทำมุมประมาณ 5องศา หากตั้งเบาะต่ำไปอาจทำให้
ปวดเข่าเมื่อขี่จักรยาน
3.2ความสูงของมือจับปรับให้พอดี โดยปรับให้สูงแล้วค่อยเลื่อนต่ำลงมา ตำแหน่งที่เหมาะสม
คือ ข้อศอกงอเล็กน้อย และจับสบายไม่ปวดหลัง
4.การเลือกรองเท้า ควรเลือกพื้นรองเท้าที่แข็งพอสมควร เพื่อจะได้ปั่นจักรยานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรใช้รองเท้าสำหรับวิ่งหรือรองเท้าสำหรับการเต้นแอโรบิก เพราะพื้นรองเท้านุ่มเกินไป
5.การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ตั้งแต่ผ้าเช็ดเหงื่อสำหรับเช็ดโดยเฉพาะมือจับ เพราะหากมีเหงื่อมากอาจจะทำให้มือจับลื่น และดื่มน้ำ 3ครั้ง คือ ก่อนออกกำลังกาย 1แก้ว หลังออกกำลังกายไปแล้ว 40นาที ประมาณครึ่งลิตร และหลังการออกกำลังกายเสร็จสิ้น ดื่มน้ำอีก 1แก้ว
6.อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย โดยปั่นจักรยานแบบไม่มีแรงต้านทาน 5-10นาที หลังจากนั้น จึงเพิ่มแรงต้านและความเร็วตามลำดับ ส่วนผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง ควรมีการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจอย่างเคร่งครัด และมีผู้ควบคุมดูแลในด้านการออกกำลังกายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด เจ็บหน้าอก ให้หยุดปั่น และบอกคนใกล้ชิดหรือผู้ควบคุมทันที
7.ระวังในการวางผ้าเช็ดเหงื่อ แก้วน้ำดื่ม และของใช้ต่างๆ ขณะทำการปั่นจักรยาน ควรวาง ในที่ที่ปลอดภัยหรือช่องวางของที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการตกหล่นในขณะที่ทำการปั่นได้
ลองทำตามนะคะ นอกจากคุณจะได้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยลด


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ


PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด PG&P ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด

“โรคมือเท้าปาก”ภัยร้ายในเด็ก

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

“โรคมือเท้าปาก” ภัยร้ายในเด็ก

เป็นที่ตื่นตระหนกกันยกใหญ่ เมื่อองค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศเตือนโรคลึกลับในเอเชียกับการเสียชีวิตของเด็กเขมรจากโรคประหลาด ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือนด้วยอาการระบบหายใจล้มเหลว ทำเอาสาธารณสุขต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ว่ามันคือโรคอะไรกันแน่...
ล่าสุด....กระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชาและองค์การอนามัยโลก (ฮู) ได้ออกมาแถลงการณ์ร่วมกัน ว่าเด็กที่เสียชีวิตด้วยโรคปริศนาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 55 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 52คนจากจำนวนเด็กที่ป่วย 59 คน โดยเด็กที่เสียชีวิตมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนถึง 11 ขวบ อีกทั้งผลการตรวจตัวอย่างจากคนไข้ 24 คน พบ 15 คนติดเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 ( อีวี-71) ที่ทำให้เกิด “โรคมือเท้าปาก” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ชนิดรุนแรงที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบประสาทที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กเหล่านั้น
ส่วนในประเทศไทยนั้น นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข (สธ.) ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 ในประเทศไทย โดยได้มีการแจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ที่ให้เฝ้าระวังโรคเป็นพิเศษ คือ ศูนย์เด็กเล็กตามแนวชายแดน ซึ่งจะต้องระมัดระวัง ดูแลเรื่องสุขอนามัยของเด็ก ต้องสอนเด็กล้างมือให้สะอาด ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ถือเป็นโรคระบาด แต่พบประปราย
ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทยเมื่อปี 2554พบ มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์นี้ 6คน แต่ในปีนี้เป็นลักษณะกระจาย ไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มใหญ่ครั้งเดียว ตั้งแต่เดือนม.ค.-สิ้นเดือน มิ.ย.ทั่วประเทศมีรายงานเด็กป่วย 10,813ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยในปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกับปี 2554กว่า 2เท่าตัว แต่ไม่มีการเสียชีวิตเช่นกัน โดยพบว่าผู้ป่วยในประเทศไทยคือ เชื้อไวรัสคอกซากี่ เอ 16และเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71พบได้อย่างละครึ่ง
ซึ่งจริงแล้ว โรคมือ-เท้า-ปาก นี้ เป็นไข้ออกผื่นชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กซึ่งติดต่อกันง่าย แต่มักไม่รุนแรงและหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงมีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อกลุ่มไวรัส เอนเทอโร (enterovirus) ซึ่งมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ค็อกแซกกีเอ (coxsackie A) ค็อกแซกกีบี ไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 โรคนี้ส่วนใหญ่ติดต่อจากการกินอาหาร น้ำดื่ม การดูดเลียนิ้วมือ หรือของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ส่วนน้อยที่ติดต่อโดยการสูดเอาฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายที่ผู้ป่วยไอหรือจามรด เชื้อก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ ค็อกแซกกีเอชนิด 16  ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ไม่รุนแรง และหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ที่พบน้อยแต่รุนแรงคือ ไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 ซึ่งเป็นต้นเหตุการตายของเด็กเล็กในประเทศต่างๆ ดังกล่าว
โดยอาการที่จะสังเกตได้เมื่อเป็นคือ หลังติดเชื้อ 3-7 วัน เด็กจะมีอาการไข้ และอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วย หลังจากนั้น 1-2 วัน จะมีน้ำมูก เจ็บปาก เจ็บคอ ไม่ยอมดูดนม ไม่อยากกินอาหาร เด็กเล็กอาจร้องงอแง เมื่อตรวจดูในปากพบจุดนูนแดงๆ หรือมีน้ำใสอยู่ข้างใต้ ขึ้นตามเยื่อบุปาก  ลิ้นและเหงือก ซึ่งต่อมาจะแตกกลายเป็นแผลตื้นๆ เจ็บมาก ในเวลาไล่เลี่ยกันก็จะมีผื่นขึ้นที่มือและเท้า บางคนขึ้นในฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือแก้มก้น ตอนแรกขึ้นเป็นจุดแดงราบก่อน แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำตามมา มักไม่คันไม่เจ็บ ส่วนน้อยอาจมีอาการคัน อาการไข้มักเป็นอยู่ 3-4 วันก็ทุเลาไปเอง ส่วนแผลในปากมักจะหายได้เอง และตุ่มน้ำที่มือและเท้าจะหายได้เองเช่นกัน ในรายที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนรุนแรง ซึม ไม่ค่อยรู้ตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย
ถึงแม้จะรู้อาการและสาเหตุของโรคนี้ ปัจจุบันก็ยังไม่มีตัวยาที่ใช้รักษาโดยตรง ทั่วไปแล้วแพทย์จะรักษาตามอาการของผู้ป่วย ทางที่ดีเราจำเป็นต้องดูแลป้องกันตัวเองและป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายสู่ คนหมู่มาก โดยเมื่อพบเด็กที่ป่วยควรแยกเด็ก ไม่ให้คลุกคลีกับเด็กอื่น เวลาไอหรือจาม ควรใช้ผ้าปิดปาก อย่าจากรดใส่กันล้างมือด้วยน้ำกับสบู่หลังถ่ายอุจจาระ หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม ก่อนเตรียมและก่อนทานอาหารหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของ เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด  ขวดนม ช้อนชาม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ของเล่นร่วมกับคนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคนี้สุดท้าย ฝึกเด็กให้มีสุขนิสัยที่ดี รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใส่นิ้วมือหรือของเล่นเข้าปากเพียงเท่านี้เราก็จะ ยับยั้งโรคมือเท้าปาก ไม่ให้แพร่เข้าสู่ตัวเราและคนรอบข้างได้แล้ว
จากข่าวคราวนี้คงบอกกับเราได้ว่าเชื้อโรคอยู่รอบตัวเรามีอยู่มากมาย ทั้งชนิดที่รักษาได้ รักษาไม่ได้ เราคงต้องพร้อมรับมือกับมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาวุธสำคัญที่จะชนะมันคือการมีสุขภาพดี ด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีประโยชน์ เริ่มเสียแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ยืนยาว


เรื่องโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่ Teamcontent www.thaihealth.or.th

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks