น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

โรคยอดฮิตบนดอยสูง | PG&P THAI

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

โรคที่มักพบมากในผู้ป่วยที่อาศัย อยู่บนดอยสูง ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส อุจจาระร่วงในเด็ก และโรคผิวหนังที่เกิดจากสภาพอากาศแห้ง เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง จึงได้มีการแนะนำให้รับประทานอาหารประเภทแป้งและไขมัน ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายได้
นายแพทย์สมดี รัตนาวิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยถึงการออกตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่อยู่บนดอยสูง ว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ จำนวนประมาณ 30 คน ออกหน่วยแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 87 อำเภอแม่ฟ้าหลวงตำบลเทิดไทย และ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดหนองบัวพิทยา ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลบนดอยสูงที่ยากแก่การเข้าถึงของการ บริการทางด้านสาธารณสุข
โดยทีมแพทย์ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและให้บริการด้านการรักษาแก่ ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ อาทิ ตรวจรักษาด้านอายุรกรรม โรคทางกระดูกและข้อ และทันตกรรม เป็นต้น รวมถึงให้คำปรึกษาด้านการดูแลรักษาสุขภาพ การรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ และการวางแผนครอบครัว ซึ่งมีนักเรียนและประชาชนเข้ารับการตรวจรักษาประมาณ 417 คน
ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ กล่าวต่อไป ว่าโรคที่มักพบมากในผู้ป่วยที่อาศัยอยู่บนดอยสูง ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส อุจจาระร่วงในเด็ก และโรคผิวหนังที่เกิดจากสภาพอากาศแห้ง เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง จึงได้มีการแนะนำให้รับประทานอาหารประเภทแป้งและไขมัน เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เนื้อสัตว์ติดมัน ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ และที่สำคัญควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ อย่างน้อยดื่มให้ได้วันละ 6-8 แก้ว โดยทางศูนย์ฯ คาดว่า จากการออกตรวจและแนะนำให้ประชาชนบนดอยในครั้งนี้จะทำให้ สุขภาพและการดูแลรักษาเพื่อช่วยเหลือตัวเองดีขึ้น


ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ระวังเตือนดื่ม "น้ำเย็น" อุณหภูมิร่างกายเพี้ยน | PG&P THAI

แพทย์แผนไทยแนะหน้าร้อนควรดื่มน้ำ มากๆ แต่ไม่ควรดื่มรวดเดียวหมด ควรดื่มแบบค่อยๆจิบทีละเล็กน้อย และไม่ควรดื่มน้ำเย็นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายผิดปกติ อาจทำให้ป่วยได้เพราะการปรับตัวไม่ทันของร่างกาย
ภญ.วรีวรรณ รัตรสาร แพทย์แผนไทยด้านเวชกรรมไทย กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อน ร่างกายจะสูญเสียเหงื่อมากกว่าปกติ สิ่งสำคัญควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 1.5-2 ลิตร แต่ไม่ควรดื่มแบบรวดเดียว ควรดื่มแบบค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ ที่สำคัญไม่ควรดื่มน้ำเย็นดับกระหาย แต่ควรดื่มน้ำที่อยู่ในอุณหภูมิห้อง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น หากดื่มน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายจะปรับอุณหภูมิความร้อนขึ้นมา ยิ่งดื่มน้ำเย็นมาก ร่างกายก็จะปรับอุณหภูมิขึ้นจนอาจมีอาการร้อนใน อย่างไรก็ตาม มีสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกายได้ โดยใช้น้ำต้มฝางหรือจันทน์แดง ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงเลือด ระบายไข้ แก้ร้อนใน แต่หากไม่ชอบกลิ่นก็สามารถต้มน้ำใบเตยแทนได้ และให้ดื่มแบบไม่ต้องแช่เย็น เพราะจะยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้น
"ผู้หญิงไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะทำให้รอบเดือนมักเป็นลิ่ม รอบเดือนหายบ่อย เกิดฝ้าง่าย ปวดหัวง่าย ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่นมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส แต่ไม่เหมือนชาวต่างประเทศที่อยู่ในพื้นที่เย็นจัด กลุ่มนั้นกินน้ำเย็นไปก็ไม่เย็นไปกว่าอุณหภูมิภายนอก ที่พวกเราป่วยก็เพราะดื่มน้ำเย็นกันมาก แต่ไม่รู้" แพทย์แผนไทยกล่าวไว้
และว่า การรับประทานอาหารคลายร้อน ประเภทผักและผลไม้ควรกินตามฤดูกาล เพราะจะมีลักษณะชุ่มน้ำและมีฤทธิ์เย็น แต่หากจะกินในช่วงเวลาบ่ายหรือเย็นควรเลือกที่มีฤทธิ์ขับลมปนอยู่ด้วยเพื่อ แก้อาการท้องอืด เช่น น้ำตะไคร้ ใบแมงลัก โหระพา ขมิ้น และว่านหางจระเข้ เป็นต้น ส่วนไอศกรีมที่มักชอบกินในหน้าร้อน หากจะกินในมื้อเย็นควรกินน้ำอุ่นตาม เพื่อให้ร่างกายไม่สร้างความร้อนขึ้นมาจนเป็นร้อนใน และไม่ควรกินหลังมื้ออาหาร เพราะกระเพาะต้องการความร้อนในการย่อย ส่วนผลไม้ที่ช่วยย่อยหลังอาหารได้ดีคือ มะละกอ หรือสับปะรด


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน


PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

หวั่นไข้เลือดออกพุ่งหลังสงกรานต์ | PG&P THAI

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

รองปลัด สธ. เผย สถานการณ์โรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ราย เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับบ้านเกิดอาจติดเชื้อไข้เลือดออกแต่ยังไม่แสดง อาการทำให้มีการกระจายเชื้อไปที่ต่างๆ ได้
นายแพทย์โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานวอร์รูมแก้ไขป้องกันโรคไข้เลือดออกของกระทรวงสาธารณสุข เปิด เผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการและประเมินสถานการณ์โรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ พบว่า ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ราย แนวโน้มจำนวนลดลงกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2556 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมรักษาหายแล้วรวม 17,960 ราย เสียชีวิต 20 ราย ซึ่งทั้งจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตยังสูงกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีที่ผ่าน มา 3 เท่าตัว สาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง อาจเป็นได้จากโรงเรียนปิดเทอม ยุงลายมีแหล่งอาหารน้อยลงความเสี่ยงของการป่วยเป็นไข้เลือดออกขณะนี้จึงไป อยู่ที่บ้าน หากบ้านไหนไม่มีการดูแลความสะอาด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 5-7 วัน เช่น ในถาดรองกระถางไม้ประดับ แจกันปลูกไม้ประดับ น้ำหล่อขาตู้กับข้าว หรือในภาชนะเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิดมิดชิด จะมีลูกน้ำยุงลายเกิดขึ้นและโตเป็นยุงเต็มวัยอาศัยอยู่กับคนภายในบ้าน
อย่างไรก็ดี จากการประเมินทิศทางสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกของคณะผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าอาจจะมีปัญหาการระบาดในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดยาว 5 วัน เนื่องจากประชาชนทั่วประเทศ จะเดินทางกลับไปฉลองสงกรานต์ที่ภูมิลำเนาเดิม ในทางวิชาการการแพทย์พบว่าประชาชนอาจติดเชื้อไข้เลือดออกแต่ยังไม่แสดงอาการ เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านทำให้มีการกระจายเชื้อไปที่ต่างๆ ได้ หากถูกยุงลายที่บ้านกัด
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้วางแผนป้องกันไว้ก่อน โดยสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ โรงพยาบาลทุกแห่ง ดำเนินการรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนทุกหลังคาเรือนทำความ สะอาดบ้านเรือนรวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจลูกน้ำยุงลายในสถานที่สาธารณะ ไม่ให้มีแหล่งยุงลายวางไข่ได้ จำนวนยุงลายก็จะลดลงได้


ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า


PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เกษตรคุมเข้มหวัดนกหวั่นระบาดซ้ำ | PG&P THAI

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งกำชับให้กรมปศุสัตว์เข้มงวดป้องกันและเฝ้าระวังโรค เดือน เม.ย.นี้ กรมปศุสัตว์จะฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกกว่า 1.3 ล้านแห่งทั่วประเทศ
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีสาธารณรัฐประชาชนจีนพบผู้ป่วยจากการติดเชื้อไข้หวัดนก H7N9 3 ราย โดยมี 2 รายเสียชีวิตว่า สาเหตุของการเกิดโรคยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางระบาดวิทยา และเชื้อ H7N9 ที่พบในจีน แม้ยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อในมนุษย์ และไม่เคยพบเชื้อในไทย ทั้งในคนและในสัตว์ แต่กระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับให้กรมปศุสัตว์เข้มงวดป้องกันและเฝ้าระวังโรค รวมถึงติดตามสถานการณ์การพบโรคในประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน “กรมปศุสัตว์ได้เพิ่มความเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกบริเวณชายแดน เพราะเสี่ยงที่อาจพบเชื้อปะปนมาจากการค้าขายบริเวณชายแดน และในเดือน เม.ย.นี้ กรมปศุสัตว์จะฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกกว่า 1.3 ล้านแห่งทั่วประเทศ”
ด้านนายทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานการระบาดโรคนี้ในอินเดีย กัมพูชา และเม็กซิโก จากก่อนหน้านี้พบในบังกลาเทศ เม็กซิโก เนปาล อียิปต์ ภูฏาน อินโดนีเซีย และจีน ซึ่งขณะนี้กรมฯร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอุจจาระและซากนกอพยพ และนกธรรมชาติในแหล่งที่นกอาศัยอยู่ทั่วประเทศ หากมีนกตายผิดปกติ หรือพบเชื้อโรคไข้หวัดนก จะเข้าควบคุมโรคในพื้นที่ทันที
“กรมฯ เฝ้าระวัง และป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง และเข้มงวดอยู่แล้ว เช่น รณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกแบบบูรณาการปีละ 2 ครั้ง ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงปีละ 4 ครั้ง ควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก และซากสัตว์ปีกระหว่างจังหวัด และระหว่างโซน 5 โซน จนไทยปลอดจากเชื้อไข้หวัดนก และส่งออกเนื้อไก่สด และผลิตภัณฑ์ในปี 55 ได้ 552,117 ตัน มูลค่า 70,852 ล้านบาท คาดจะส่งออกเนื้อไก่สดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะหลายประเทศที่เคยห้ามนำเข้าจากไทย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เดินทางมาตรวจประเมินระบบการควบคุมสัตว์ปีกของไทย เพื่อจะได้อนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกสดได้อีกครั้ง”
                                                                                                                                   
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

แนะใช้ก๊าซชีวภาพกู้วิกฤติไฟฟ้าดับ | PG&P THAI

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนคร พิงค์ เร่งหารือร่วมใจกู้วิกฤติไฟฟ้าดับ หลังพม่าหยุดซ่อมท่อส่งก๊าซ ชี้หลังดำเนินการมา 18 ปี ไทยควรใช้ก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ม.เชียงใหม่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ ERDI  พร้อมนักวิจัย ได้ร่วมกันแถลงข่าว "Biogas 1,000 ฟาร์ม ร่วมใจกู้วิกฤติไฟฟ้าดับ"
รศ.ประเสริฐ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นไป ประเทศพม่าจะหยุดซ่อมท่อส่งก๊าซ ส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศไทยเหลือระดับวิกฤตประมาณ 700 เมกกะวัตต์ และคาดการณ์ว่าในวันดังกล่าวจะมีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในเวลาประมาณ 14.00 น.หากประชาชนไม่ทราบอาจทำให้ไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ อาจต้องตัดไฟฟ้าในบางส่วนซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจและประชาชน ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ
ทั้งนี้ สถาบันได้ดำเนินงานด้านพลังงานก๊าซชีวภาพหรือไบโอก๊าซในภาคปศุสัตว์ทั่ว ประเทศมากว่า 18 ปีแล้ว ซึ่งในปัจจุบันสถาบันได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบกิจการฟาร์ม ปศุสัตว์ทั่วประเทศ ทั้งฟาร์มสุกร ฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และโรงฆ่าสัตว์ กว่า 1,062 แห่งทั่วประเทศให้นำเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพมาใช้ในการสร้างระบบก๊าซชีวภาพ เพื่อผลิตพลังงานทดแทน และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบพลังงานต่างๆ
“โบโอก๊าซที่เราผลิตได้นอกจากนำไปใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วยังต่อยอด นำไปใช้เติมในรถยนต์ในรูปก๊าซไบโอมีเทนอัด หรือ ซีบีจี มากว่า 2 ปีแล้ว และจากการทดสอบก็พบว่าแรงม้าหรือกำลังเครื่องยนต์ไม่ต่างจากเอ็นจีวี แต่ดีกว่าตรงที่ว่าจากการตรวจสอบสภาพพบว่าไฮโดรคาร์บอน หรือคาร์บอนมอนนอกไซด์ต่ำกว่ามาตรฐานอีกด้วย ทั้งนี้ สรุปได้ว่าซีบีจีมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับเอ็นจีวี สามารถใช้ทดแทนกันได้ รถที่นำมาใช้ไม่ต้องดัดแปลง หากการขาดแคลนพลังงานเป็นปัญหาสำคัญ การแสวงหาพลังงานทดแทนก็เป็นการแก้ปัญหาได้ และคาดหวังว่าในอนาคตผลงานวิจัยนี้จะมีใช้กันทั่วประเทศ” ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

PG&P
น้ำมันรำข้าว  สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks