น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

แนะผลไม้สมุนไพร อาหารกันปากเปื่อย

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แพทย์เตือน พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยงติดโรคมือเท้าปากต้องระวัง ตัว แนะรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงชุมชน รู้จักกินอาหารต้านโรค ชูก๋วยเตี๋ยวเรือ พะโล้ที่มีโป๊ยกั๊กเป็นตัวชูรส ถือว่าสุดยอด เพราะสมุนไพรดังกล่าวต้านไวรัสได้ดี รวมถึงหวัด 2009 นอกจากนี้ก็มีกระเทียม ขมิ้นชัน เห็ดหลินจือ เห็ดหอม หัวหอม รำข้าวโอ๊ต องุ่น ส้มและเสาวรส

แนะผลไม้สมุนไพร อาหารกันปากเปื่อย

 นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าว ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากที่ทำให้เด็กไทยป่วยเป็นจำนวนมากอยู่ ในขณะนี้ นอกจากจะต้องระมัดระวังในตัวเด็กแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคดังกล่าว ยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มียารักษาโดยตรง แต่ในเบื้องต้นก็สามารถหาทางป้องกันไว้เป็นดีที่สุด เพราะการแห่ไปโรงพยาบาลกันมากๆ อาจต้องเผชิญกับแหล่งรวมเชื้อ ดีไม่ดีอาจจะมีอาการหนักกว่าเดิม

 สำหรับแนวทางป้องกันนั้น นพ.กฤษดากล่าวว่า ขอแนะนำให้เน้นความสะอาด เพราะโรคดังกล่าวติดจากการสัมผัสกันมากที่สุด โดยเฉพาะในกิจกรรมที่มักทำร่วมกันเป็นประจำ คือ การจับราวบันได ใช้ลิฟต์ร่วมกัน เล่นของชิ้นเดียวกัน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้หากมีการแพร่กระจายของเชื้อเร็วขึ้น ก็เป็นที่น่ากังวลว่ามันอาจจะพัฒนาเชื้อจนแข็งแรงและระบาดลามถึงกลุ่ม ผู้ใหญ่ได้ ดังนั้นในการป้องกันการสัมผัสจึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะหากป้องกันได้จะไม่ใช่ช่วยลดแค่โรคเดียว หากแต่ช่วยลดโรคที่มากับสัมผัสดังต่อไปนี้ได้ด้วย คือ ไข้หวัด 2009  อีสุกอีใส เริมและงูสวัด ไวรัสตับอักเสบเอและบี ท้องเสีย ติดเชื้อทางเดินอาหาร ตุ่มหนองผิวหนัง ตาแดง

 นพ.กฤษดากล่าวว่า สิ่งที่ป้องกันได้อีกทางที่ดีคือ การสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วย โดยขอแนะนำก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือพะโล้ ที่มีโป๊ยกั๊กเป็นส่วนประกอบ เพราะโป๊ยกั๊กเป็นสมุนไพรไล่ไวรัสตัวฉกาจ มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กในเยอรมนี ระบุไว้ชัดเจนว่า ช่วยสกัดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสเริม นอกจากนั้นสารสำคัญอย่างกรดชิคิมิก (Shikimic acid) ที่สกัดได้ยังนำมาใช่ตั้งต้นในการผลิตยาต้านไวรัสไข้หวัด 2009ที่ชื่อ โอลเซตามิเวียร์ (Oseltamivir) ได้

 "สำหรับท่านที่ปรารถนาอยากทานอย่างอื่นบ้างที่อร่อยด้วยและช่วยป้องกัน ได้ ก็ขออนุญาตนำเสนออีก 8เมนูป้องกันไวรัสสไตล์อายุรวัฒน์ คือ ขมิ้นชัน มีสารสำคัญคือ  เคอคิวมินอยด์ (Curcuminoids)   ช่วยลดการอักเสบ ต้านการติดเชื้อ เป็นเสมือนยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ อาจทานเป็นเม็ดอาหารเสริมหรือแบบสดก็ได้ มีทั้งในแกงเหลือง, ผัดผงกะหรี่, ขนมจีนน้ำยาหรือว่าคั่วกลิ้ง ก็แซบก็ร่อยกันได้ทุกภาค ช่วยให้ไกลจากไวรัสได้ดี เห็ดหลินจือ มีหลายสี แต่สีที่ถือกันว่ามีวิตามินเสริมภูมิดีคือ สีแดง คนญี่ปุ่นนิยมมาก มีฟาร์มเพาะเห็ดกันเป็นล่ำเป็นสัน โดยหั่นตอไม้เป็นแว่นใหญ่ให้เห็ดได้งอก โดยสารสกัดจาก กาโนเดอมา (Ganoderma) ถือเป็นตัวสำคัญ การรับประทานเห็ดหลินจือที่สะดวกคือในรูปอาหารเสริม"

 นพ.กฤษดากล่าวว่า เห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ (Shitake)มี สารสำคัญคือ เล็นติแนน (Lentinan) ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวในเลือด เสริมภูมิคุ้มกันในการสู้โรคภัยไข้เจ็บ โดยมีการผลิตยาที่เป็นลูกผสมระหว่างเห็ดหลินจือและเห็ดหอม เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้ป่วย รวมถึงรักษามะเร็งได้ เพราะมีสารออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง (Anti-tumor agent) ปัจจุบันมีการสกัดออกมาแล้ว กระเทียม มีสารประกอบสำคัญเป็นกลุ่มกำมะถันที่มีชื่อว่าไดอัลลิล ซัลไฟด์ (Diallyl dsulfide) ซึ่งเมื่อกระเทียมถูกบดจะได้เป็นเคมีที่ออกฤทธิ์ดีกว่าคือ อัลลิซิน (Allicin) เป็นตัวสำคัญที่ช่วยไล่เชื้อโรค ดังนั้นการกินที่ดีควรกินกระเทียมบดหรือเคี้ยวให้ละเอียด

 หัวหอม จะหอมแดงหรือหอมใหญ่ได้ทั้งสิ้น การกินจะช่วยให้ร่างกายได้สารสำคัญ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายได้จากสารแอนตี้ออกซิแดนต์กลุ่มซัลเฟอร์ และเคอซิทิน (Quercitin) กินแล้วช่วยลดการอักเสบจากการติดเชื้อได้ รำข้าวโอ๊ต (Oat bran) เพราะมีสารช่วยเสริมภูมิ เบต้า กลูแคน (Beta glucan) สูง ส่วนอื่นของข้าวโอ๊ตก็มีสารนี้แต่น้อยกว่า ช่วยในการสร้างเซลล์ฆ่าเชื้อโดยธรรมชาติ (Natural killer cell) และเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่นๆ ให้มีมากขึ้น

 ส้มและเสาวรส มีสารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) สูง การกินสดหรือดื่มน้ำคั้นจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ จากการที่มีทั้งวิตามินซีและสารเฮสเปอริดินในปริมาณที่เข้มข้น ยังช่วยป้องกันเส้นเลือดจากริดสีดวงและเส้นเลือดขอดด้วย องุ่น โดยเฉพาะองุ่นสีดำเข้ม มีการศึกษาว่าน้ำองุ่นสดสามารถไล่ไวรัสจำพวกเริมและงูสวัดได้ อีกทั้งสารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและติดเชื้อตามส่วน ต่างๆ ของร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้

 นพ.กฤษดาย้ำว่า แม้จะมีอาหารต้านไวรัสตามที่แนะนำแล้ว แต่สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านอย่าลืมว่าการจะพาตัวหนีห่างจากไวรัสอันตรายที่ได้ จากการสัมผัสนั้นก็คือหลักสะอาด โดยเฉพาะการล้างมือให้ดี หนีจากที่ติดเชื้อ และไม่เบื่อออกกำลังกาย ส่วนใหญ่แล้วเชื้อพวกนี้ก็เหมือนคนที่ชอบสังคม คือชอบอยู่ในที่คนเยอะๆ มีคนพลุกพล่านเป็นชุมนุมชนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาล, สถานเลี้ยงเด็ก, ตลาดสด, โรงหนัง, รถสาธารณะ หรือว่าจะตามบ้านบอล เครื่องเล่นของเด็กๆ ก็ต้องเช็กให้ดี



        



ที่มา:หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

สธ.แนะปชช.ใช้ 5 ป.ปราบยุงลาย ลดไข้เลือดออก

สธ.พบ ปี 2555 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 21,289 ราย ภาคกลางป่วยมากสุด กำชับ สสจ.ทั่วประเทศคุมเข้ม ชูตำบลน้ำดิบ จ.ลำพูน ตัวอย่างชุมชนควบคุมโรคไข้เลือดออกแบบบูรณาการจนไม่มีผู้ป่วย แนะประชาชนใช้มาตรการ 5 ป.ปราบยุงลาย

สธ.แนะปชช.ใช้ 5 ป.ปราบยุงลาย ลดไข้เลือดออก

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนดูงานการควบคุมโรคไข้เลือดออก ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วง เพราะเป็นช่วงอากาศร้อนสลับกับฝนตก ทำให้เกิดน้ำขังบริเวณพื้นที่ต่างๆ และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ ส่งผลให้ช่วงนี้ประชาชนอาจป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกง่ายและมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้น สธ.จึงได้แจ้งแนวทางไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่ง ดังนี้ 1.ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากจำเป็นให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการในระดับจังหวัดหรือพื้นที่ทันที 2.เร่งรัดการลดจำนวนผู้ป่วยตาย ด้วยการจัดตั้งเครือข่ายให้คำปรึกษาด้านรักษาพยาบาลและส่งต่ออย่างรวดเร็ว และ 3.ตัดวงจรการระบาดของโรค ด้วยการป้องกันควบคุมโรคให้เร็วขึ้น

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า สธ.ได้ออกมาตรการควบคุมโรคไข้เลือดออก 5 ด้าน ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังควบคุมโรคในทันทีที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 2.ป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำหรือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน 3.การเข้าถึงบริการต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อลดการป่วยตาย 4.การสื่อสารความเสี่ยงต้องชัดเจนและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานให้ความสำคัญและเกิดความร่วมมือ และ 5.การร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งทั้ง 5 มาตรการดังกล่าว ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนและประชาชนดำเนินการอย่างจริงจังและต่อ เนื่อง เพื่อลดจำนวนการป่วยตายจากโรคไข้เลือดออกของประชาชนในพื้นที่

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกรมควบคุมโรค ได้มีมาตรการเข้มข้นในเรื่องนี้ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออกที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกำชับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ ประสานกับ สสจ. เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ลงพื้นที่เพื่อควบคุมโรคภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนการดำเนินการทุกด้าน เช่น ทีมสอบสวนโรค ทีมปฏิบัติการพ่นสารเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัย ทรายกำจัดลูกน้ำ ยาทากันยุง และสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดยุงลายเพื่อลดปริมาณยุงลายให้มากที่สุด

ด้าน นพ.วิชัย สติมัย ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปัจจุบันของไทย พบว่า จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-12 กรกฎาคม 2555) พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม จำนวน 21,289 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 33.33 ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 24 ราย เมื่อแยกเป็นรายภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ ภาคกลาง ผู้ป่วย 8,046 ราย เสียชีวิต 7 ราย รองลงมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ป่วย 5,396 ราย เสียชีวิต 7 ราย ภาคใต้ ผู้ป่วย 4,590 ราย เสียชีวิต 5 ราย และภาคเหนือ ผู้ป่วย 3,257 ราย เสียชีวิต 5 ราย ตามลำดับ

"ส่วนสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด มีดังนี้ มากที่สุดคือ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ป่วย 294 ราย รองลงมาจังหวัดแพร่ 251 ราย เชียงราย 243 ราย น่าน 59 ราย ลำปาง 52 ราย พะเยา 50 ราย ลำพูน 13 ราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอน 12 ราย รวม 8 จังหวัด จำนวนผู้ป่วย 974 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเลย และหากพิจารณาตามอัตราป่วย พบว่า จังหวัดที่มีอัตราป่วยน้อยที่สุดคือ จังหวัดลำพูน คิดเป็นอัตราป่วย 3.21 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราป่วยทั้งประเทศ 10 เท่า" นพ.วิชัย กล่าว

นพ.วิชัย กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับกรณีศึกษาการควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ซึ่งเกิดจากการทำงานแบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและความเชื่อมั่นในศักยภาพของ ตนเอง จนเกิดนักวิจัยชุมชนขึ้น และจับมือกันเพื่อร่วมกันสร้าง “หมู่บ้านอยู่ดี มีสุข และปลอดไข้เลือดออก” รวมถึงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ดำเนินการใน 6 หมู่บ้าน เป็นเวลา 3 ปีมาแล้ว แต่เดิมพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสถิติการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูง แต่หลังจากดำเนินงานตามโครงการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายด้วยวิถีพื้นบ้าน การจัดการสิ่งแวดล้อมให้สะอาด การเรียนรู้การสอบสวนโรค และมีการขยายการดูแลสุขภาพจาก อสม. สู่ ชาวบ้าน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็ง มีการร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และลดการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของคนในชุมชนลงจำนวนมาก จนปัจจุบันตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา ยังไม่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแม้แต่รายเดียว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของคนในชุมชนตำบลน้ำดิบ

“ขอให้ประชาชนปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกด้วย 5 ป.ปราบยุงลาย ได้แก่ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับปรุง และปฏิบัติจนเป็นนิสัย อาทิ ปิดฝาภาชนะกักเก็บน้ำทุกชนิด เปลี่ยนน้ำทุกๆ 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะกักเก็บน้ำ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เป็นที่เพาะพันธุ์ของยุง และปฏิบัติตนเองจนเป็นนิสัย หากประชาชนสามารถทำตามมาตรการดังกล่าว จะสามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกลงได้ ” นพ.วิชัย กล่าว







ที่มา : หนังสือพิมพ์  ASTV ผู้จัดการออนไลน์

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

สธ.ตั้งเป้า "มือเท้าปาก" ตายเป็นศูนย์ ป่วยไม่เกิน 1.8 หมื่นราย

สธ.มั่นใจคุมมือเท้าปากได้ดีกว่า หวัด 2009 พร้อมตั้งเป้าการตายต้องเป็นศูนย์ และผู้ป่วยต้องไม่เกิน 18,000 คน ส่วนข่าวลือเด็กตายต้องรอผลพิสูจน์อีกครั้ง เชื่อหลัง ส.ค.สถานการณ์จะดีขึ้น เตือนผู้ใหญ่สามารถป่วยมือเท้าปากได้ แต่เปอร์เซ็นต์การเกิดน้อย ต้องรักษาความสะอาดเช่นกัน

สธ.ตั้งเป้า "มือเท้าปาก" ตายเป็นศูนย์ ป่วยไม่เกิน 1.8 หมื่นราย

วันนี้ (19 ก.ค.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าว ว่า สธ.ได้มีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับกุมารแพทย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลแต่ละจังหวัดทั่วประเทศเพื่อหารือเกี่ยวกับ สถานการณ์โรคมือเท้าปาก โดยได้ทำการหารือกันใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.สถานการณ์โรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่พบตามฤดูกาลซึ่งเมื่อสิ้นสุดเดือนสิงหาคม สถานการณ์ก็จะดีขึ้น ดังนั้นช่วงนี้เราจึงควรเตรียมความพร้อมและให้ความรู้กับผู้ปกครองเป็นหลัก 2.รีบหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ และหากพบเด็กป่วยมีอาการต้องสงสัยก็ให้ส่งเด็กกลับบ้านและทำความสะอาด โรงเรียน และ 3.หามาตรการลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยคือทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตน้อยที่สุด โดยเมื่อปี 2554 พบผู้ป่วย 18,000 คน และเสียชีวิต 6 คน แต่ปีนี้ 2555 พบผู้ป่วยประมาณ 13,000 คน แต่จะพยายามให้การตายเป็นศูนย์ และตั้งเป้ายอดผู้ป่วยไม่เกิน 18,000 คน

นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า โรคมือเท้าปากอาจเกิดในผู้ใหญ่ได้ แต่ก็เป็นเปอร์เซ็นต์น้อยเนื่องจากโรคนี้ 90% เกิดขึ้นในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยาพบว่า สถานการณ์โรคนั้นเป็นการแพร่กระจายตามฤดูกาลซึ่งมันมาสอดคล้องกับผู้ป่วย 2 เรื่อง คือ เรื่องของเชื้อและระบบการดูแลรักษา ซึ่งโรคมือเท้าปากก็มีมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เชื้อไม่รุนแรงและประชาชนก็เข้าถึงการบริการได้ดีระบบในการดูแลผู้ป่วย ของโรงพยาบาลก็ดี ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายในการควบคุมโรคนี้คือในระดับอนุบาล และศูนย์เลี้ยงเด็กเล็กที่ต้องดูแลเรื่องความสะอาด ซึ่งตอนนี้ภาคอีสานและภาคกลางพบการระบาดมากสุด โดยทาง สธ.มั่นใจว่าสามารถคุมสถานการณ์ได้ไม่เหมือนตอนที่ไข้หวัด 2009 ระบาดใหม่ๆ ที่เราไม่รู้อะไรเลย แต่โรคมือเท้าปากเรารู้หมดว่าเชื้อจะเข้าทางปากออกทางอุจจาระ ดังนั้นถ้าเรารักษาความสะอาดกินร้อนช้อนกลางก็จะช่วยลดการระบาดได้

นพ.ไพจิตร์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการเสียชีวิตของเด็กที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานีนั้น สาเหตุการตายเบื้องต้นแพทย์ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากโรคมือเท้าปาก แต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์อีกครั้ง ซึ่งต้องรออีก 5 วันถึงจะรู้ผลอย่างละเอียด โดยเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปากในปีนี้ คือค็อกซากี จะเป็นเชื้อที่มีผลในการทำลายระบบกล้ามเนื้อหัวใจ แต่สำหรับเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 จะมีผลต่อการทำลายระบบประสาท ซึ่งเชื้อที่พบในไทยทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามคนที่เคยป่วยแล้วก็ไม่ควรประมาทเนื่องจากสามารถกลับมาเป็นได้ อีก หากไม่รักษาความสะอาด ทั้งนี้แม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครองเองก็ควรรักษาความสะอาดเพราะมีโอกาสเป็นได้ เหมือนกันถึงแม้ว่าจะมีโอกาสน้อยก็ตามแต่ก็ไม่ควรประมาท







ที่มา :หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ยายกับหลาน ช่องว่างต่างวัย

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จากเหตุกระทบกระทั่ง ยาย-หลาน ที่จบลงด้วยความรุนแรงและชีวิต สะท้อนสภาพปัญหาสังคมไทยของ คนสองวัย ที่ต้องมาอยู่ด้วยกันตามลำพังด้วย สภาพความจำเป็นของครอบครัว

ยายกับหลาน ช่องว่างต่างวัย

ไม้ ที่ยายหยิบมาตีหลานมีที่มาจากหลากหลายปัญหา ทางออกในเรื่องนี้ควรเป็นเช่นไร ใครต้องเข้ามาช่วยเยียวยา

เพราะยังมีคนเฒ่าคนแก่และเด็กไทยหลายคนที่ตกอยู่ในภาวะความกดดันเช่นเดียวกับ ยาย และ หลานชาย ผู้จากไป

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

เป็นเรื่องน่าเสียใจ ทุกอย่างเมื่อถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่ามีคนที่สูญเสียทุกฝ่าย เสียลูกที่รัก หรือเสียหลานที่ครั้งหนึ่งเคยดูแลผูกพันกันมาก แต่ละคนยังสูญเสียสถานะทางสังคมและความไว้วางใจต่อกัน

การดูแลจิตใจผู้เป็นแม่เองในกรณีนี้มี 2 ประเด็น คือการช่วยให้แม่ปรับตัวจากการสูญเสียลูกชาย อีกส่วนหนึ่งคือการทำความเข้าใจกับพฤติกรรมอารมณ์โกรธและการคลี่คลายปัญหา ที่ขาดสติของยาย กลไกตรงนี้ต้องใช้ความสามารถด้านจิตใจระดับหนึ่ง และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและเครือญาติด้วย

ขั้นตอนนี้การจะก้าวข้ามไปได้แม่ต้องสงบเยือกเย็น ควรแยกแยะว่ายายซึ่งเป็นแม่ของตัวเองเคยสั่งสอนดูแลหลาน มองความผูกพันเชิงเครือญาติและยึดเป็นหลัก ยายอาจมีข้อจำกัดตรงวิธีคิด การจัดการ เกิดความกดดันและการปะทะกันของความรู้สึก การยอมรับการปรับปรุงพฤติกรรมกลไกนี้ต้องใช้เวลา

ยายเองที่เลี้ยงหลานมากับมือ ทำไปเพื่อระบายความโกรธหรือลดความคับข้องใจ คนที่อยู่ในภาวะแบบยายอาจเสียใจหรือทุกข์ใจไม่แพ้กัน

กรณีนี้อาจมีหลายปัญหาที่เป็นเงื่อนปมซับซ้อนในครอบครัว เช่น เรื่องเศรษฐกิจ ฐานะทางครอบครัว ความเครียด ความกดดันในการดำรงชีวิต หากถูกเร้าจากปัญหาทางโรงเรียน ทั้งหลาน แม่ ยาย ต่างมีปัญหาอารมณ์

ยังมีหลายครอบครัวที่น่าห่วงใย ซึ่ง ณ วันนี้ต่างกันตรงที่ไม่ได้พลั้งมือทำร้ายถึงชีวิต แต่อาจล่อแหลมต่อพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งยังเดินมาไม่ถึง ต้องเพิ่มความเข้าอกเข้าใจ มีทักษะการคลี่คลายปัญหา ควบคุมอารมณ์และเข้าใจช่วงวัยของกันและกัน

ครูยุ่น มนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก

เด็กขาดทั้งพ่อและแม่ เมื่อยายดูแลเด็กแต่ช่องว่างระหว่างยายกับเด็กห่างกันมาก ห่างกันโดยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ห่างกันด้วยภาวะปัญหา เมื่อไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เด็กก็โหยหา

เด็กอายุ 13 ปี ส่วนยาย 55 ปี มีความห่างกันเรื่องอายุ ต่างคนต่างมีความคาดหวัง เด็กก็หวังว่ายายจะมาทดแทนบางจุดของพ่อแม่ได้ ส่วนยายก็หวังว่าหลานที่เลี้ยงดูมาไม่น่าจะนำความเดือดร้อนมาให้ แต่กลับผิดหวังเมื่อต่างคนต่างมีเงื่อนไข

นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจน ความรุนแรงในการลงโทษถูกนำมาเลือกใช้ลงโทษเด็กเสมอ บางภาวะอารมณ์ของความรู้สึกทำให้ขาดความยับยั้ง

อุทาหรณ์สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปรากฏการณ์ที่รุนแรงไม่เหมาะสำหรับเด็กและนำมาแก้ปัญหา มีโอกาสพลั้งพลาดได้เสมอเมื่อบวกกับความรู้สึกและภาวะแวดล้อมภายในของคน

ในประเทศไทยยังมีปัญหานี้อีกมาก และมีคนอีกเยอะแยะที่อยู่ในภาวะเดียวกับยายหรือคล้ายคลึงกับยายที่เอาหลาน ไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ เวลามีปัญหาก็ไม่มีทางออก

หากมีคนมาแชร์ปัญหาเรื่องหลานให้ยาย อาจไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง หรือถ้าติดต่อพ่อแม่เด็กได้ ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา น่าจะมีองค์กรหรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษายายหรือช่วยเหลือเขาได้ ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยเฉพาะกับวัยรุ่นและเด็กที่กำลังก้าวสู่ วัยรุ่น

สิ่งที่เราขาดคือเมื่อเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือ แม้เด็กอยู่กับพ่อแม่ เวลาเด็กประสบปัญหาหรือคนเลี้ยงดูถึงทางตัน ควรมีกลไกเข้าไปช่วยเหลือให้คำปรึกษา หรือมีองค์กรของรัฐเข้าไปดูแลเด็ก เยี่ยมเยือน เป็นที่ปรึกษา กลไกเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเด็ก แต่บ้านเรายังขาด

ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชนในขณะนี้เราได้แต่วิพากษ์และนินทาเด็กว่าเด็ก วัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมทางเพศมั่วเซ็กซ์ ติดเกม รุนแรง ติดเพื่อน ในรูปแบบเก็บข้อมูลหรือวิจัย

ก่อนที่เด็กเป็นแบบนี้ เรามีเครื่องมือกลไกที่ช่วยเหลือเด็กและคนเลี้ยงดูเด็กหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดความรู้ในการเลี้ยงดูเด็ก การแก้ปัญหาเด็กควรกระจายไปอยู่ใกล้มือที่สุด เข้าถึงง่าย สำหรับคนที่มีกำลังอาจซื้อหาคู่มือหนังสือ หรือปรึกษานักจิตวิทยา

มีเด็กที่กำลังอยู่ในชะตากรรมแบบนี้ และยายที่อยู่ในภาวะแบบนี้อีกเยอะ สำหรับเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เด็กกำพร้า หรือกรณีพ่อแม่เอาเด็กไม่อยู่ บางทีเด็กก็อยากมีคนเข้าไปคลี่คลายปัญหา

ทั้งคนเลี้ยงและเด็กต้องการบุคคลหรือวิธีการที่ช่วยคลี่คลายปัญหา หากมีบริการของภาครัฐ หน่วยงานให้คำปรึกษา เหตุการณ์เหล่านี้จะคลี่คลายและลดลง

สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผอ.มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

การทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตแสดงให้เห็นถึงการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ หากพิจารณาจากอายุของยาย 55 ปี แม่ของเด็กอายุ 38 ปี แสดงว่ายายมีลูกตอนอายุ 17 ปี ในขณะนั้นคงอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนและดูแลรับผิดชอบลูกที่เกิดมา และมีวุฒิภาวะที่หยุดการพัฒนาตั้งแต่เป็นแม่คน จึงมีปัญหาในเรื่องการควบคุมตนเอง

ลักษณะเด็กวัยนี้อาจมีความก้าวร้าว เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศทำงานสูง ผู้ใหญ่จึงต้องมีหน้าที่ขัดเกลา หากเลี้ยงไม่ไหวก็ควรให้แม่มารับตัวเด็กไป

คดีนี้เป็นคติสอนใจสำหรับพ่อแม่ของเด็กได้ดีว่า ก่อนจะผลักลูกให้เป็นภาระของคนอื่น ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าบุคคลที่จะเลี้ยงดูลูกนั้นมีนิสัยใจคออย่างไร เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ เพราะความคิดที่ว่าการเป็นปู่ย่าตายายแล้วจะไม่ทำอะไรเด็กถือเป็นความคิดที่ ไม่ถูกต้อง หรือหากไปฝากเลี้ยงแล้วควรเข้าไปสนใจไยดีชีวิตของเด็กบ้าง

ขณะนี้มีหลายล้านคนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขควรให้ความสำคัญและเพิ่มบทบาทของกรมสุขภาพจิต จัดสรรทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอ

อารีวรรณ จตุทอง ทนายความทำงานด้านประเด็นผู้หญิง

กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดเจนถึงความรุนแรงในครอบครัว และเห็นได้ว่าไม่ว่าชายหรือหญิงก็ก่อความรุนแรงได้เหมือนกัน

ประเด็นสำคัญคือ สาเหตุของการใช้ความรุนแรงไม่ใช่เกิดจากบุคคลอื่นเท่านั้น แต่เกิดจากตัวผู้ใช้ความรุนแรงเองด้วย กรณีนี้ทราบว่ายายเคยมีคดีฆ่าสามีตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ซึ่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ศาลสามารถใช้อำนาจส่งตัวผู้กระทำความรุนแรงเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา ได้ นับเป็นนวัตกรรมที่นำบทลงโทษทางอาญามาผนวกกับการแก้ปัญหาที่รากเหง้าของการ ใช้ความรุนแรง

กรณีของยายหลานไม่รู้ว่าสาเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงคืออะไร ทำไมการโต้เถียงจึงผิดวิสัยของครอบครัวโดยปกติ ต้องกลับไปดูพฤติกรรมการสั่งสอนในครอบครัว

บางคนยังมีความอดทนต่ำ จึงใช้ความรุนแรงที่เกินขอบเขตจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ

ปัญหาคือกระบวนการยุติธรรมมักดำเนินการฝ่ายเดียว โดยไม่นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดเยียวยา ซึ่งปัจจุบันศาลสามารถสั่งให้นำผู้กระทำผิดมาบำบัดเยียวยาได้ จะทำให้ครอบครัวกลับมาสงบสุขมากขึ้น ไม่เช่นนั้นผู้ก่อความรุนแรงก็ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางออกคือกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการทางสาธารณสุขต้องทำงานร่วมกัน

ส่วนแม่ของเด็กซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจนั้น จำเป็นต้องได้รับการเยียวยาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเช่นเดียวกัน จะได้เรียนรู้วิธีคลายทุกข์ และป้องกันไม่ให้ก่อความรุนแรงในอนาคต







ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเป็นพันธมิตรกับลูก

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเป็นพันธมิตรกับลูก

เชื่อว่า พ่อแม่ทุกคนรักลูก และอยากเป็นที่รักของลูก แต่บางครั้งเราอาจลืมตัว และแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่ารักสำหรับลูก เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจทำให้ช่องว่างทางความสัมพันธ์ค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปได้  
เรื่องนี้ ดร.วรนาถ รักสกุลไทย หรือ ครูหนู ผู้อำนวยการแผนกอนุบาล โรงเรียนเกษมพิทยา ในฐานะนักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัย บอกว่า การเป็นพันธมิตร หรือผู้ใหญ่ที่น่าเคารพรักในสายตาของลูกนั้น สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทำให้ลูกมีความเชื่อมั่น และศรัทธาในตัวพ่อแม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีตามมา
“พ่อแม่สามารถสร้างความน่ารักให้เกิดในใจลูกได้ตั้งแต่เล็กๆ เช่น เวลาลูกร้องไห้ แทนที่จะหงุดหงิด ลองเปลี่ยนโหมดด้วยการเข้าไปอุ้มแล้วสื่อสารกับลูกด้วยท่าทีที่นิ่มนวลดูว่า หนูเป็นอะไรจ้ะ เพราะการที่เด็กร้องไห้ บางทีอาจปวดท้อง หิวข้าว หรือเหงา ต้องการให้คนมาอุ้ม ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยว่า เด็กไม่ได้แกล้ง หรือตั้งใจจะทำให้เรารำคาญแต่อย่างใด พอโตขึ้นมาหน่อย เด็กเริ่มมีภาษาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาถูกรักผ่านการแสดงออกได้หลายทาง เช่น คำพูด การกระทำ ซึ่งอย่างหลังสำคัญมาก พอลูกโตในวัยประถม พ่อแม่หลายๆ ท่านอาจรู้สึกว่าลูกห่างออกไป แต่การใกล้ชิดที่มีพื้นฐานมาตั้งแต่ก่อนเข้าป.1 จะช่วยให้ลูกรู้สึกดี และเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย” นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยแนะ
ด้านวิธีการเลี้ยงดู ครูหนูบอกว่า มีบางเรื่องที่พ่อแม่ควรระวัง เพราะไม่เช่นนั้นอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้เกิดขึ้นในใจลูกได้ เริ่มจาก
- อย่าทำให้การดุลูกของพ่อแม่เป็นการบ่นจนน่ารำคาญ แต่ควรพูดคุยด้วยเหตุด้วยผล ไม่ควรใช้อารมณ์ในการพูดคุยกับลูก
- อย่าพูดคำว่า “พ่อ/แม่ไม่รักแล้ว” เพราะการพูดว่าไม่รักบ่อยๆ เด็กอาจไม่ทำตามสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ หรือคุณครูบอก เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะทำในเมื่อคุณพ่อคุณแม่เคยบอกว่าไม่รักเขา แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง
- อย่าดูถูกความสามารถของลูก แต่ควรเชื่อว่าลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ออกมาได้ดี แล้วเด็กจะมีความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง รวมไปถึงพ่อแม่ที่เห็นคุณค่าในตัวเขาด้วย และเมื่อโตขึ้น เขาก็จะต่อยอดความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ไปให้คนอื่นๆ ในสังคมต่อไป
นอกเหนือจากนี้แล้ว หากลูกพฤติกรรมที่ดี ควรชมทันที เช่น พูดไปเลยว่า “แม่ดีใจที่หนูช่วยแม่เก็บกวาดบ้าน หนูเป็นเด็กดีที่รู้จักช่วยงานแม่” แต่ถ้าพูดแค่ว่า “หนูเป็นเด็กดี แม่รักหนูจังเลย” เด็กก็ไม่รู้ว่าที่แม่ชมเพราะอะไร เป็นต้น
ท้ายนี้ ครูหนูสะกิดใจพ่อแม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า อย่าให้ความเหนื่อยจากการทำงาน มาทำร้ายความรักและความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อลูก
“พ่อแม่หลายๆ คน มีความสุขเวลาได้อยู่กับลูกอยู่แล้ว แต่บางครั้งตัวพ่อแม่เองอาจเหนื่อยจากการทำงาน ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราเหนื่อย อยากบอกกับพ่อแม่ทุกๆ ท่าน ว่า ลองบอกกับลูกไปตรงๆ ว่า วันนี้แม่เหนื่อยจากการทำงาน ขอแม่อยู่คนเดียวสักครู่นะลูก แม่ขอเวลา 15 นาทีแล้วแม่จะเล่นกับหนูนะจ้ะ ดีกว่าไปใส่อารมณ์กับลูก ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งกับตัวเราและลูก แต่วิธีดังกล่าวนี้ เราก็ต้องระวังด้วย เพราะลูกโตขึ้นทุกๆ วัน การใช้ข้ออ้างแบบนี้กับลูกต่อไปเรื่อยๆ เราก็ต้องกลับมาคิดว่า แล้วลูกล่ะ ใคร ดังนั้น ถ้าอยากเป็นผู้ใหญ่ที่ลูกเคารพรัก เราก็ต้องให้ความรัก และใส่ใจเขาตั้งแต่เล็กๆ” ครูหนูทิ้งท้าย


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks