น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

อาการในเด็กแรกเกิดที่ต้องระวัง

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เอาใจใส่ตั้งแต่แรกเริ่ม เพิ่มลูกสุขภาพดีสมวัย


          เด็กในวัยแรกเกิดถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ  และ ช่วงเวลาหลังคลอด 1 เดือน ก่อนที่คุณหมอจะนัดมาตรวจอีกครั้ง คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการของลูกน้อยว่าอาการแบบไหน ควรจะต้องพามาพบคุณหมอโดยเร็ว

          1. อุณหภูมิร่างกายสูงหรือต่ำกว่าปกติ

          ปกติ อุณหภูมิเด็กแรกเกิดจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส ซึ่งหากลูกปกติ อุณหภูมิไม่ควรจะมากกว่าหรือต่ำกว่า 0.5 องศา สิ่งที่ต้องระวัง เมื่ออุณหภูมิมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส คือตัวจะร้อน คุณแม่ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิทาง รักแร้นาน 3 - 5 นาที ไม่ควรเอาใส่ในปากเด็ก และถ้ามีไข้ควรพบแพทย์ทันที

          ส่วน กรณีที่ลูกตัวเย็นคุณแม่สามารถร่วมสังเกตว่าปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ หากลูกยังมีอาการเขียวคล้ำและดูซึมๆ ควรรีบพบแพทย์ เนื่องจากเด็กอาจมีภาวะติดเชื้อได้  ถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 1 เดือนมีไข้ ไม่ควรให้ทานยาลดไข้เองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นการปิดบังอาการและเกิดอันตรายต่อเด็กได้

          2. สีผิว

          เด็ก ปกติผิวควรเป็นสีชมพูแดง ถ้าเมื่อไหร่ลูกมีอาการสีผิวออกเหลืองส้มเหมือนทาขมิ้นควรพามาพบแพทย์ ในเด็กปกติอาจมีอาการ ตัวเหลืองได้ในวันที่ 3 - 5 หลังกลับจากโรงพยาบาล จากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในอายุ 7 วัน  เวลา ตัวเหลืองเด็กจะเริ่มเหลืองจากหน้าลงไปเรื่อยๆ ถึงขา ดังนั้น ควรรีบพามาพบแพทย์โดยเร็ว เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เด็กมีอาการผิดปกติ ชักเกร็งและพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติได้

          3. การดูดนม

          ปกติ เด็กแรกเกิดจะดูดนมประมาณ 1 - 2 ออนซ์ต่อครั้ง ขึ้นกับขนาดน้ำหนักตัวเด็ก โดยใช้เวลาในการกินนมไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นเด็กจะหลับไปแล้วตื่นมาอีกครั้งประมาณ 3 ชั่วโมง ในกรณีกินนมแม่ เด็กอาจจะดูดบ่อยทุก 1 - 2 ชั่วโมง และใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที หากผิดปกติจะมีอาการ คือ ลูกดูดนมน้อยลง ซึม หรือร้องกวน จะใช้เวลาในการดูดนมนานกว่าปกติ หรือดูดนมแล้วมีอาการหอบเหนื่อย หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพามาพบแพทย์

          4. ระบบขับถ่าย

          ช่วง 2 - 3 วันแรกเด็กจะถ่ายเป็นสีเทา จากนั้นจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ถ้ากินนมแม่จะถ่าย เป็นฟอง หรือเป็นเม็ดมะเขือปนน้ำเนื้อเละๆ โดยถ่ายวันละ 6 - 10 ครั้ง ถ้ากินนมผสมจะถ่าย วันละ 2 - 3 ครั้ง ขึ้นกับชนิดของนมผสมที่รับประทาน

          ถ้า 2 - 3 วันแล้วไม่ถ่ายเลยและมีอาการท้องอืดบวม ดูไม่สบายตัว ประกอบกับมีอาการ อาเจียนร่วมด้วย ต้องระวังภาวะลำไส้อุดตันแต่กำเนิด ควรรีบมาพบแพทย์ หรือถ้าอุจจาระมีมูก มีเลือดปน ควรพามาพบแพทย์ทันที อาจมีภาวะติดเชื้อในลำไส้หรือเกิดภาวะแพ้นมวัวได้

          5. อาการชัก

          ปกติ เด็กวัยนี้จะมีการสะดุ้ง ผวา สะอึก หรือมีภาวะแขนขาสั่น แต่จับแล้วจะหยุด พอปล่อยอาจจะมีอาการสั่นๆ อีกเล็กน้อย อาการที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด อาจมีอาการแค่เกร็ง ตาลอยและกะพริบตาถี่ๆ กำมือเหมือนว่ายน้ำ ขาถีบสูงเหมือนปั่นจักรยาน ปากจะขมุบขมิบคล้ายดูดนมตลอดเวลาขณะที่ตาลอยค้าง อาการ แบบนี้ควรต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจมีความผิดปกติทางสมอง โรคทางเมตาบอลิก หรือมีการติดเชื้อได้

          เพราะ ลูกน้อยคือหัวใจของพ่อแม่ หากได้รับการเอาใจใส่ที่ดีตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ลูกน้อยย่อมมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีสมวัยอย่างแน่นอน





ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

พบเด็กไทยบริโภคอาหารไม่สมดุลแนะสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องก่อนสาย

พบเด็กไทยบริโภคอาหารไม่สมดุลแนะสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องก่อนสาย

เด็กไทยในเมืองเสี่ยงสูงต่อการ ด้อยพัฒนาการทางกายและสมองจากการบริโภคอาหารไม่สมดุล ทำให้ขาดวิตามินและเกลือแร่ แต่ได้รับไขมันและคาร์โบไฮเดรตเกิน นักวิชาการแนะคุณพ่อ-คุณแม่เร่งปรับพฤติกรรมการบริโภคของลูก เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนก่อนสายเกินแก้
ดร.ภญ.มาลิน จุลศิริ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คณะเภสัชกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิด เผยว่า ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยซนกำลังน่าเป็นห่วง เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายครอบครัวต้องซื้ออาหารจานด่วนซึ่งส่วน ใหญ่ขาดความสมดุลทางโภชนาการให้เด็กบริโภคอยู่ประจำ อีกทั้งเด็กจำนวนไม่น้อยนิยมบริโภคขนมและดื่มน้ำอัดลมจนติดเป็นนิสัย บ่อยครั้งเด็กเกิดปัญหาขาดสารอาหารที่จำเป็น ขณะเดียวกันเกิดปัญหาของโรคอ้วน ในช่วง 10ปีที่ผ่านมา
"การเกิดปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก นอกจากส่งผลต่อการพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กแล้ว ถ้าปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่รีบแก้ไข จะส่งผล ต่อสุขภาพของเด็กดังกล่าวเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย โดยจะเกิดปัญหาของโรคเรื้อรังง่ายขึ้น เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ข้อเสื่อม เป็นต้น"
ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก แก้ไขไม่ยาก เพียงแต่ปฏิบัติการด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ ให้เด็กบริโภคอาหารที่เหมาะสม ทุกวันโดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า ให้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าและในปริมาณที่เพียงพอ ถ้าไม่แน่ใจว่าเด็กจะบริโภคอาหารได้อย่างสมดุลทั้งในด้านคุณค่าสารอาหารและ ปริมาณสารอาหาร การให้เด็กบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มเติม เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กมีโอกาสได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการ พัฒนาการของเขา
"ที่สำคัญ คุณพ่อ-คุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีโดยการบริโภคอาหารเช้า ซึ่งควรเน้นผักผลไม้เหมือนของเด็ก ถ้าเป็นไปได้ ควรบริโภคพร้อมเด็ก เพื่อจะได้คอยสังเกตพฤติกรรม มีโอกาสคอยสอน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน การทำเช่นนี้ ปัญหาการบริโภคอาหารของเด็กที่ต้องการสารอาหารจำเป็นจะลดลง"
ในส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาโภชนาการในเด็ก ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นสำหรับเด็ก เช่น วิตามินบีชนิดต่างๆ ธาตุเหล็ก ฯลฯ รวมทั้งมีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ไลซีน ฯลฯ เพื่อนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการสร้างโปรตีน นอกจากนี้ สารอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลหวานและไขมัน เช่น โอลิโกแซซคาไรด์ ฯลฯ ซึ่งถูกจัดเป็นใยอาหารชนิดละลายด้วย ยังมีประโยชน์ช่วยการขับถ่าย
"รสชาติหวานอร่อย และกลิ่น น่ารับประทาน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กชอบไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่แตะลิ้นได้ ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจึงมักให้มีรสหวานและกลิ่นหอม ในส่วนนี้ คุณพ่อ-คุณแม่หรือผู้ปกครองต้องดูว่า ความหวานในผลิตภัณฑ์นั้นมาจากน้ำตาล หรือไม่ ถ้าใช่น่าจะพิจารณาให้ดี เพราะการบริโภคบ่อยๆ อาจเกิดปัญหาจากน้ำตาล ในผลิตภัณฑ์ได้ เช่น เกิดเป็นกรดในน้ำลาย และก่อปัญหาฟันผุในภายหลัง ฯลฯ"
ถ้าไม่เร่งปรับพฤติกรรมการบริโภค อาหารที่ถูกต้องให้เด็กในวันนี้ เราอาจต้อง รับมือกับภาวะประชากรที่ขาดสุขภาพดีในวันหน้า ก็เป็นได้
        

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เคล็ดลับการนอน นอนอย่างไร จะทำสมองใสยามเช้า

เคล็ดลับการนอน นอนอย่างไร จะทำสมองใสยามเช้า

หนุ่ม-สาววัยใสที่มักมีอาการสมอง ตื้อ ระหว่างวันความคิดแล่นช้า ขณะเดียวกัน ยังมีอารมณ์ขุ่นมัวร่วมด้วย ลองรีสตาร์ท (Restart) ระบบร่างกายตั้งแต่ก่อนนอน ด้วย “5 เคล็ดลับ” ต่อไปนี้
เริ่มจากอาบน้ำอุ่นก่อนนอน จะทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น ระหว่างนั้น อาจหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ปริมาณเล็กน้อยลงอ่างน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติระงับประสาทให้รู้สึกสงบ และผ่อนคลาย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ทั้งยังช่วยคลายอาการตึงตัวของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ด้วย
เลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้หลับไม่ลง อย่าง คาเฟอีน นิโคติน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสหวาน จากกาแฟ, ชา, โคล่า, โกโก้, ช็อคโกแลต สูบบุหรี่ รวมทั้งไม่รับประทานมื้อหนักก่อนนอนอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง หากหิวควรทานนมอุ่น ๆ ดีกว่า
ชั่วโมงก่อนนอนไม่ควรออกกำลัง เพราะมีผลกระตุ้นกล้ามเนื้อ โดยร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้หลับยาก ทั้งนี้ การออกกำลังกายช่วงเช้า หรือเย็น ประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินสารเคมีที่สร้างจากสมอง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ทั้งนี้ จากรายงานของหน่วยงานที่ศึกษาด้านการนอนหลับ ของสหรัฐฯ พบว่า การสัมผัสกับแสงไฟนีออนยามนอน ส่งผลต่อคุณภาพการหลับลดลง โดยแสงดังกล่าว จะไปกดการทำงานของเมลาโทนินฮอร์โมนตามธรรมชาติ ซึ่งควบคุมการนอนหลับ ดังนั้น ไม่ควรเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งคืน
เมื่อตื่นนอนตอนเช้า ใช้เวลา 5 นาทีออกไปรับลม และแสงนอกระเบียง หรือหน้าต่าง จะกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น อารมณ์แจ่มใส สมองตื่นตัว เพียงเท่านี้ก็บอกลาอาการง่วงซึมระหว่างวันได้แล้ว แนะนำวัยเรียนลองไปพิสูจน์กันดู.


ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามดารา
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

"ขนมจีนน้ำยา" ทานเป็นยา

"ขนมจีน" เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเส้นชนิดหนึ่งที่แปรรูปจากข้าว และคนไทยนิยมบริโภคกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะงานบุญและเทศกาลต่างๆ มีการผลิตเส้นขนมจีนกันแพร่หลายในทุกภาค แต่ละภาคนิยมบริโภคกับอาหารประเภทแกงที่มีส่วนผสมแตกต่างและหลากหลาย

"ขนมจีนน้ำยา" ทานเป็นยา

ปัจจุบัน "ขนมจีนน้ำยา" ยังเป็นอาหารจานเดียวนิยมกันทุกภาค ทั้งที่เป็นอาหารทั่วไปและเป็นอาหารจัดเลี้ยงในงานบุญงานพิธีต่างๆ ขนมจีนจัดเป็นเมนูนิยมสำหรับชาวต่างชาติด้วย ถึงขนาดเรียกขานขนมจีนของไทยว่าสปาเกตตี้ไทยแลนด์เลยทีเดียว

ส่วนประกอบหลักของขนมจีนน้ำยาคือ เส้นขนมจีน น้ำยา และผักเครื่องเคียง เครื่องแกงจะคล้ายกับแกงคั่วคือ ใส่พริกแห้ง เกลือ ตะไคร้ ข่า หัวหอม กระเทียม กะปิ และกระชาย เครื่องแกงน้ำยาจะไม่ใส่ผิวมะกรูด รากผักชี และพริกไทย แต่จะใส่กระชายลงไปเป็นจำนวนมากเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อปลา

ผักเครื่องเคียงในขนมจีนนั้นมากมายด้วยเส้นใยอาหาร และยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรในตัวอีกด้วย เช่น "ผักชีฝรั่ง" มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยตัดรสเลี่ยน ดับกลิ่นเนื้อสัตว์ในอาหารอีกทั้งมีสารเบต้าแคโรทีน ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินเอ

ช่วยบำรุงสายตาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งระบบ มากด้วยวิตามิน บี 1 บี 2 และไนอาซีนช่วยให้ระบบร่างกายสมดุล นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสอีกด้วย

"พริก" ไม่ว่าจะเป็นพริกคั่วหรือพริกสดมีสารแคปไซซีน (Capsaicin) และไดไฮโดรแคปไซซีน (Dihhydrocapsaicine) การรับประทานพริก มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เป็นยาขับลมบำรุงธาตุช่วยให้เจริญอาหารช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ทั้งยังช่วยเพิ่มรสชาติในการทานน้ำยาให้เผ็ดร้อนถึงใจยิ่งขึ้นด้วย

"ใบสะระแหน่" เป็นผักกลิ่นหอมเย็น มีคุณสมบัติช่วยขับเหงื่อ ช่วยย่อยอาหารมีสารเบต้าแคโรทีน กับวิตามินซี บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ

ช่วยไม่ให้เป็นหวัดง่าย ส่วน "โหระพา" ช่วยแต่งกลิ่นขนมจีนน้ำยาให้หอม เสริมรสชาติให้เผ็ดร้อนขึ้นอีกเล็กน้อยช่วยเจริญอาหาร ขับเหงื่อและเสมหะ ขับพยาธิ แก้ท้องอืด

ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ แก้ไข้และอาการปวดศีรษะ

นอกจากนี้ ขนมจีนน้ำยายังนิยมทานกับ "หยวกกล้วย" หรือ "หัวปลี"ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนมสำหรับสตรีที่คลอดบุตรใหม่ๆ เพราะมีสารแทนนินซึ่งจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซีอีกด้วย ขนมจีนน้ำยาจัดเป็นเมนูอาหารที่หาทานได้ง่าย ไม่ว่าจะตามร้านค้าแผงลอย ตลาดสด งานวัด แม้แต่ในห้างสรรพสินค้าก็มีให้เลือกรับประทาน แต่ที่สำคัญเราต้องทานกับผักเครื่องเคียงด้วย จึงจะเรียกว่าได้ประโยชน์ครบครัน
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

อันตราย! สินค้าหลอกลวงเกลื่อนเมืองสื่อดาวเทียมตัวแพร่ระบาด

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลายคนคงเคยผ่านตากับโฆษณาฮาร์ด เซลส์ประเภทลงท้ายด้วย "8,000 เราไม่ขาย! 7,000 ไม่หรอก! เราเสนอให้คุณเพียง 4,990 บาทเท่านั้น! แต่ช้าก่อน! หากคุณโทร.เข้ามาใน 10 นาทีนี้ รับทันที! มูลค่า 2,000 บาทขอย้ำ!"

ยิ่งทุกวันนี้ทีวีดาวเทียมเข้าถึงแทบจะทุก หลังคาเรือน ทำให้การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทนี้ดูจะฮาร์ดเซลส์มากขึ้น และต่างก็แข่งขันกันเพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งสรรพคุณราวกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์

อันตราย! สินค้าหลอกลวงเกลื่อนเมืองสื่อดาวเทียมตัวแพร่ระบาด

แม้จะมีการร้องเรียน มีความไม่ชอบมาพากลอยู่มากมาย สินค้าเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ มันเป็นข้อบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือที่เรียกกันว่า อาหารเสริมพวกนี้ขายได้ และการโฆษณาแบบฮาร์ดเซลส์พวกนี้ยังมีคนหลงเชื่อ หลงทดลองเพื่อค้นหาสิ่งที่จะมาช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นออกจากปัญหาที่ตัวเองเจอ อยู่

เท่านั้นยังไม่พอ การโฆษณาชวนเชื่อของผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์พวกนี้ ยังลุกลามไปถึงวิทยุ หรือแม้ฟรีทีวีโดยที่กลไกการจัดการปัญหาไม่สามารถทำอะไรการโฆษณาที่รู้ๆ กันว่าหลอกลวง เกินจริง และทำให้ผู้บริโภคที่หลงเป็นเหยื่อเสียหายได้เลย

หลากผลิตภัณฑ์อวดอ้างเกินจริง

ในท้องตลาดตอนนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่มากมายและต่างก็มีกลเม็ดโฆษณา ทำการตลาดแตกต่างกันไป สิ่งที่เป็นจุดเดียวกันคือการมีสรรพคุณที่ดูดีเกินจริง โดยมักจะมีคำอธิบายในแบบของตัวเอง ซึ่งอาจสามารถแบ่งได้ 2ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณด้านความงามและเรื่องเพศ กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพหรือรักษาโรคเรื้อรัง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณด้านความงาม และเรื่องเพศ มีตั้งแต่สรรพคุณประเภททำให้ผิวขาวได้ในสิบสี่วัน รูปร่างกระชับ ผิวพันธ์มีน้ำมีนวลมากขึ้น มีอาหารเสริมเรียกเป็นโปรแกรมโดยมีสรรพคุณในการลดความอ้วนซึ่งมักจะบอกว่า ตัวเองไม่ใช่ยาลดความอ้วน แต่เป็นอาหารเสริมซึ่งอ้างว่า ไม่ต้องออกกำลังกาย แค่กินผลิตภัณฑ์ตัวนี้แล้วจะสามารถลดความอ้วนได้ บางตัวก็อ้างว่า ช่วยกระชับช่องคลอด โดยมีสโลแกนที่สองแง่สามง่ามว่า สวยใสภายในกระชับ

อีกผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายกันอย่างคือผลิตภัณฑ์เสริมความงามอย่างครีม บำรุงผิวทรวงอก โดยมักจะอ้างสรรพคุณว่าสามารถทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งส่วนมากมีส่วนผสมของกวาวเครือ ขณะที่สำหรับหนุ่มๆ ก็มีสเปรย์ฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศที่มีสรรพคุณในการกระตุ้นการไหลเวียนของ เลือด ทำให้แข็งขันอดทน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณด้าน สุขภาพหรือรักษาโรคเรื้อรัง มีสรรพคุณในการรักษาโรคที่หลากหลาย บำรุงอวัยวะภายในลำไส้ ต่อมต่างๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลายชนิดอ้างว่า รักษาโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน หรือแม้แต่มะเร็งได้ และบ้างก็สามารถแก้ไขอาการทางสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาการปวดหลัง ปัสสาวะขัด

ในส่วนของการโฆษณาจะมีการใช้ดาราที่มีชื่อเสียงไม่มาก แต่พอให้มีความน่าเชื่อถือออกมาการันตีถึงตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมกันนั้นก็จะมีตัวอย่าง   ผู้ใช้ที่ออกมาพูดขอบคุณผลิตภัณฑ์นั้น พร้อมทั้งแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อตัวสินค้า และแสดงให้เห็นว่าผลของการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นเป็นอย่างไรผ่านทางรูปร่างที่ ดูดี

จากนั้นอาจมีการอ้างอิงผลสำรวจ หรือการวิจัยบางอย่างที่ดูน่าเชื่อถือถึงประสิทธิภาพของอาหารเสริมนั้นๆ ต่อด้วยคำโฆษณาเพื่อกระตุ้นให้สั่งซื้อ แล้วท้ายสุดก็ปิดฉากโฆษณาด้วยโปรโมชั่นอย่างโทร.มาในสิบนาทีนี้จะลดพิเศษ พร้อมของแถมจูงใจการซื้อ

ซึ่งผลของการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปได้ที่ผู้ใช้ส่วนหนึ่งอาจได้ผลลัพธ์ ที่พอใจ แต่ก็พบกรณีร้องเรียนมากมายถึงการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด กฎหมายไม่สามารถกระทำอวดอ้างได้ ทว่าปัญหาก็คือตอนนี้ยังไม่มีกลไกการลงโทษที่ทำให้โฆษณาเหล่านั้นหายไป เสียที

อันตรายที่ต้องรู้เท่าทัน

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับการร้องเรียนมากกว่า 100กรณีต่อ 1เดือนซึ่ง ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยาเผยว่า จากข้อมูลที่แยกเป็นประเภทของลักษณะการทำผิดกฎของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพบว่า การโฆษณาอวดอ้างถือเป็นกรณีที่มีการร้องเรียนมากที่สุด

"ประเด็นเรื่องโฆษณานี่เยอะที่สุด สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะอาหารไม่ใช่ยา เราไม่ให้โฆษณาสรรพคุณทางยา แต่ส่วนใหญ่แล้วทำขึ้นมาจะต้องโฆษณาสรรพคุณใช้ป้องกันรักษาได้ ซึ่งก็จะโอ้อวดเกินจริงทั้งสิ้น"

นอกจากนี้ก็มีการร้องเรียนเรื่องแหล่งผลิตยาปลอม เลขใบอนุญาตปลอม ซึ่งหลายครั้งก็ขยายผลไปสู่การดำเนินคดีและจับกุมปราบปราม โดยผลิตภัณฑ์อาหารอ้างสรรพคุณประเภทยา อย่างเช่น กาแฟลดความอ้วนหรือเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เธอเผยว่า หากใช้ได้ผล เป็นไปได้ที่จะมีการลักลอบใส่ยาเข้าไปซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ทั้งนี้มาตรการในการดำเนินการลงโทษนั้นมีตั้งแต่ระงับโฆษณา และดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ ซึ่งหากไม่หยุดโฆษณาก็จะมีโทษที่หนักขึ้น โดยโฆษณาเหล่านี้จะพบเห็นบ่อยตามช่องทีวีเคเบิลดาวเทียม ในทางปฏิบัติก็มีการร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ในการควบคุม ทว่ากลับไม่มีอำนาจมากนัก เพราะยังคงพบการผ่าฝืนอย่างต่อเนื่อง

ในประเด็นการควบคุมลงโทษนั้น สารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยว่า แม้อย.ร่วมกับกสทช.สั่งห้ามโฆษณาเหล่านี้ในสื่อทุกประเภท ทว่าในทางปฏิบัติอย่างการเผยแพร่สัญญาณนั้นจำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือ จากบริษัท ไทยคม จำกัดในการตัดสัญญาณเพื่อปิดสถานีที่ฝ่าฝืนกฎ

"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเคยร่วมกับเครือข่ายที่ทำเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค 16จังหวัด สำรวจการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร และเสริมอาหารทั้งหลายที่ไม่เหมาะสม ผิดกฎหมาย ไม่ขออนุญาตโฆษณา ซึ่งพบว่า มันมีปัญหาเยอะ แล้วเราก็เร่งผลักดันให้คณะกรรมการอาหารและยาอย่างที่ทำแล้วสำเร็จ(กับกรณี รังนกร้อยเปอร์เซ็นต์) และทาง กสทช.ได้เสนอให้ห้ามโฆษณาแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามันก็ยังมีการโฆษณากันอยู่ เขาได้ขอความร่วมมือไปที่ไทยคม"

ต่อประเด็นนี้เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเห็นว่า ไทยคมมีความรับผิดชอบต่อกรณีนี้น้อยเกินไป โดยอ้างว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ แต่ความจริงแล้วหากไทยคมพบว่า สถานีต่างๆ ยังมีการโฆษณาโดยไม่ขออนุญาต หรือโฆษณาที่ไม่เป็นจริง ก็สามารถให้ปิดรายการหรือปิดสถานีได้เลย

"ไทยคมต้องดำเนินการตามนั้น หากไทยคมจะอ้างว่าตัวเองได้สัมปทานจากไอซีทีไม่ต้องทำตามกฎหมาย มันไม่ได้ เพราะว่าไทยคมเป็นคนดูแลหรือควบคุมโฆษณาของพวกนี้ผ่านพวกช่องดาวเทียมโดยตรง ขณะเดียวกัน กสทช. ก็จะบอกว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีกติกาที่กำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆ เขาได้มีความร่วมมือกับ อย. ดังนั้น เคเบิลทีวีที่เป็นเท็จหลอกลวง มันทำไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นเราก็อยากให้ไทยคมร่วมมือ รวมถึงรายการที่เป็นโฆษณาที่ทางเคเบิลทีวีทั้งหลายด้วย"

สิ่งที่สำคัญคือ อย.กับ กสทช.ต้องมีเครื่องมือในการบังคับลงโทษ หากมีเพียงคำสั่งห้ามแต่ไม่มีกลไกที่ในการติดตาม การดำเนินการก็ไร้ผล และโฆษณาที่ชวนเชื่อเกินจริงก็ยังคงอยู่ ในส่วนของทางออกต่อเรื่องนี้เธอเห็นว่าผู้บริโภคเองต้องมีสติและรู้เท่าทัน ต่อการโฆษณาชวนเชื่อที่เกิดขึ้น

"ถ้าผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารแต่โฆษณาเป็นยา อันนี้หลอกลวงแน่นอน เพราะถ้าได้ผลต้องขึ้นเป็นยา ผู้บริโภคต้องคิดว่า เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องของเรา ถ้าสมมติ คนส่วนหนึ่งเขาอยากรู้ว่าจริงไม่จริง ถ้าจริงก็อยากใช้ ไม่จริงก็ไม่ใช้ คนพวกนี้ก็อยากมีข้อมูล แต่พี่คิดว่า มันพิสูจน์มาเยอะ มันเริ่มตั้งแต่ น้ำลูกยอ คอลลาเจน มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เยอะแยะไปหมด เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ พอถูกจับอันนี้ก็เปลี่ยนเป็นอันโน้น พวกนี้ส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ได้มันก็ไปเชื่อมโยงกับความโลภของคนที่ใช้กลไกส่ง เสริมการขายที่ให้ค่าตอบแทนที่สูง มันอาจจะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์หมดไปยาก เราจะทำให้คนตื่นตัวเท่าทันเรื่องนี้ยังไง"

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.เกียรติอนันท์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่เผยว่ามูลค่าทางการตลาดของธุรกิจผลิตเสริมอาหารสูงถึงปีละหนึ่งหมื่นล้าน บาท โดยสามารถแบ่งได้ตามรายได้ของกลุ่มลูกค้าซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่พบ ปัญหามากที่สุดคือ กลุ่มของผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งมักจะมีการทำการตลาดของผลิตภัณฑ์เป็นประเภทตีหัวเข้าบ้าน ทำกำไรระยะสั้นแล้วเลิกกิจการหรือเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแบรนด์มาลงตลาดใหม่

"กลุ่มที่มีรายได้สูงเขาก็มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ดีๆใช้ แต่กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยเขาก็อยากจะมีสุขภาพดี อยากดูแลตัวเองเหมือนกัน แต่เขามีรายได้น้อยดังนั้นเขาจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่สูงนัก และสามารถตอบโจทย์เขาได้"

ทั้งนี้หากมองในด้านกำไร ถ้าทำให้ผลิตภัณฑ์ออกมาดี ตอบโจทย์ได้ก็คงต้องใช้ต้นทุนที่สูง เขาจึงประเมินว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักใช้กลยุทธ์ตีหัวเข้าบ้าน โดยผลิตสินค้าในจำนวนมากแต่ต้นทุนต่ำแล้วขายเพื่อให้ได้กำไรต่อหน่วยสูงๆ ทำกำไรในระยะสั้น ผลิตมา 100กล่อง ขายได้ 5-10กล่องก็ไม่ขาดทุนแล้ว โดยกลยุทธ์นี้จะควบคู่ไปกับกลยุทธ์ด้านราคา การจูงใจแบบฮาร์ดเซลส์ทั่วไปที่ใช้ได้กับกลุ่มคนที่ไม่ค่อยระมัดระวังในการ ซื้อสินค้านัก

ในการเป็นผู้บริโภคนั้น เขาทิ้งท้ายถึงข้อแนะนำว่า น่าจะเริ่มจากร้านที่น่าเชื่อถือได้ก่อน โดยถ้าจะให้ดีที่สุดอาจคุยกับแพทย์ก่อน หรือซื้อจากร้านยาที่ขายอาหารเสริมด้วย

"ถ้าปรึกษาหมอก่อนได้ก็ดี เพราะอาหารเสริมพวกนี้ถ้ากระบวนการผลิตไม่ดีนิดนึง มีสารตะกั่วอยู่ข้างใน แทนที่เราจะสุขภาพดีก็กลายเป็นมะเร็งได้ กลายเป็นโทษมากกว่า"

.....จากการที่กลไกการควบคุมโฆษณานั้นไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงผู้ที่จ้องฉกฉวยโอกาสทางธุรกิจ ทำมาหากินบนการหลอกลวงหนทางที่เปิดกว้างให้เห็นกำไร และความสำเร็จชนิดตีหัวเข้าบ้าน ทำให้โศกนาฏกรรมอย่างการกินอาหารเสริมที่เชื่อว่าจะรักษาโรค แต่กลับยิ่งทำให้โรครุมเร้าหนักขึ้นอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ท้ายที่สุดแล้วเรื่องของสุขภาพ และการเลือกบริโภคก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้บริโภคเองที่จำเป็นจะต้องรู้เท่าทัน ต่อตัวสินค้า และต่อคำหลอกลวงโฆษณาเกินจริง







ที่มา:หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการรายวัน

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks