น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

สธ.กระจายหน่วยมาลาเรีย 760 แห่งทั่วประเทศ ตรวจเชื้อ หวัง 9 ปีพิชิตโรค | PG&P

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการควบคุมไข้มาลาเรีย ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดในฤดูฝนและมักพบตามพื้นที่ป่าเขา แนวชายแดนว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการควบคุมและยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียในประเทศ ตั้งเป้าหมายภายใน 9 ปี
ภายใน พ.ศ.2563 ต้องสามารถยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียอย่างถาวร ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 80 ของประเทศ เน้นให้กรมควบคุมโรค ใช้ระบบทำงานเชิงรุก โดยตั้งจุดตรวจมาลาเรียที่มีการระบาดหรือพบผู้ป่วย หรือในพื้นที่จังหวัดตามแนวชายแดน ขณะนี้ได้จัดตั้งแล้วรวม 760 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์มาลาเรียคลินิก 300 แห่ง และมาลาเรียคลินิก ชุมชน 460 แห่งทั่วประเทศ สามารถตรวจวิเคราะห์เชื้อรู้ผลภายใน 15 นาที และจัดยารักษาให้ฟรีให้แก่ผู้ป่วย ทั้งคนไทยและต่างชาติได้ทันที ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล โรคนี้มียารักษาหาย หากรักษาเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ดี ไข้มาลาเรียนี้มีโอกาสป่วยซ้ำได้อีก โดยมียุงก้นปล่องซึ่งอยู่ในป่าเขา เป็นตัวการแพร่เชื้อ
มาตรการสำคัญคือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยเฉพาะประชาชนทุกกลุ่มอายุที่อาศัยในพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน หรือมีสวนยางพารา กลุ่มคนที่เสี่ยงป่วยโรคนี้มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มคนที่มีอาชีพสัมพันธ์กับป่าเช่นกรีดยาง หาของป่า 2.แรงงานต่างชาติ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา และพม่า เพื่อควบคุมป้องกันโรคตามพื้นที่ชายแดนร่วมกัน และป้องกันปัญหายารักษามาลาเรียปลอม ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เชื้อดื้อยา และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตด้วย และขยายความร่วมมือระดับอาเซียน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการควบคุมป้องกันโรค มั่นใจว่าปี 2563 จะลดและควบคุมการเกิดโรคมาลาเรียได้
ด้านนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมดูงานบริการของคลินิกมาลาเรียที่ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 9.3 อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งนอกจากจะมีการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว เพื่อตรวจเชื้อมาลาเรียและรักษาแล้ว ยังมีการแจกมุ้งชุบสารเคมีที่มีชื่อว่าไพรีทรอยด์ ซึ่งสามารถน็อคยุงก้นปล่องตายได้ภายใน 2 วินาที และไม่เป็นอันตรายต่อคนที่นอนในมุ้ง และมีการพัฒนาชุดปฏิบัติงานในป่า ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษ ใยผ้าเหนียว ใช้สีอ่อน ปิดร่างกายมิดชิดป้องกันยุงกัด ใช้ได้ผลดี โดยในปีนี้กรมควบคุมโรคได้จัดงบประมาณจัดซื้อมุ้งเพื่อชุบสารไพรีทรอยด์แจก ประชาชนจำนวน 200,000 หลัง
"ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดของโรคมาลาเรียได้เป็นอย่างดี แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยลดลงเรื่อยๆ ในปี 2553 มีผู้ป่วยมาลาเรียทั้งหมด 45,629 ราย ปี 2554 มีผู้ป่วยทั้งหมด 29,025 ราย โดยผู้ป่วยร้อยละ 60 เป็นต่างชาติ ในปี 2555 ตั้งแต่ 1 มกราคม-17 สิงหาคม 2555 พบผู้ป่วย 10,356 ราย เป็นคนไทยร้อยละ 68 ต่างชาติร้อยละ 32 มากสุด คือ พม่า ร้อยละ 22 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 31 รองลงมา คือ รับจ้างกรีดยาง ร้อยละ 27 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากร สูงสุด 5 จังหวัดแรกได้แก่ ตาก ระนอง แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรีและตราด โดยสถานการณ์ที่ จ.ตาก ปีนี้พบผู้ป่วยทั้งหมด 11,498 ราย เป็นไทย 5,556 ราย ที่เหลือเป็นต่างชาติ จำนวนผู้ป่วยลดลงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ร้อยละ 38 ทั้งคนไทยและต่างชาติ พบมากที่สุดที่ อ.ท่าสองยาง ซึ่งติดกับพม่า"
นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อว่า โรคมาลาเรีย มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค ออกหากินตอนกลางคืน หากอยู่ป่าทึบ แสงสลัว ยุงจะกัดในตอนกลางวันได้เช่นกัน ที่พบในไทยมี 4 สายพันธุ์ ที่พบมากที่สุด คือ ชนิดฟาลซิปารัม (Falciparum) และไวแวกซ์ (Vivax) โดยยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรีย จะกัดคนและปล่อยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด หลังจากนั้นประมาณ 10-14 วัน จะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หนาวสั่น สลับร้อนหรือร้อนๆหนาวๆ มีเหงื่อออก ชาวบ้านจะเรียกว่าไข้จับสั่น บางรายอาจมีไข้เป็นๆหายๆ สามวันดีสี่วันไข้ หากมีอาการที่กล่าวมา ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทุกแห่งใกล้บ้านหรือที่หน่วยมาลาเรีย เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย และต้องแจ้งประวัติการเข้าป่าหรือไปบริเวณพื้นที่เสี่ยงให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อให้การรักษาที่รวดเร็ว
นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อว่า โรคนี้หากรักษาช้า อาจมีอาการแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง น้ำตาลในเลือดต่ำ เม็ดเลือดแดงแตกง่าย เหลืองซีด ปัสสาวะสีดำ ไตวาย ปอดบวมน้ำ ทำให้เสียชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน เป็นฤดูกาลระบาดของโรค ปริมาณยุงก้นปล่องในป่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าช่วงฤดูแล้ง จึงขอให้ประชาชนป้องกันตัว นอนในมุ้ง ทายากันยุง มีไข้สูงหนาวสั่นรีบไปพบหมอ ป้องกันโรคไข้มาลาเรีย



ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

การถอนพิษสุรา เรื้อรัง

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ในระหว่างที่ผู้ดื่มทำการบำบัด ผู้ดื่มอาจมีอาการถอนพิษสุรา สาเหตุเป็นเพราะว่าดื่มสุราต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานหลายปี  ทำให้สมองของผู้ดื่มเกิดการเสพติด  สมองจะดื้อต่อสุรา ต้องดื่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ความสุขเท่าเดิม  หากหยุดดื่ม ก็จะเกิดอาการถอน ตามมา
อาการถอนมีลักษณะดังต่อไปนี้
6-8 ชั่วโมงแรกภายหลังการหยุดดื่ม ผู้ป่วยมักมีอาการระบบประสาทอัตโนมัติตื่นตัว เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, เหงื่อแตก, ชีพจรเต้นเร็ว, ความดันโลหิตสูงขึ้น, ประสาทตื่นตัว เป็นต้น
24-36 ชั่วโมงแรกภายหลังการหยุดดื่ม ผู้ป่วยมักมีอาการถอนสูงที่สุด หลังจากนั้นอาการก็ค่อยๆหายไปภายใน 3-4 วัน
กรณีที่มีอาการถอนรุนแรง ซึ่งสมควรได้รับการบำบัดรักษาภายในโรงพยาบาล ผู้ป่วยมักมีอาการดังต่อไปนี้
8-12 ชั่วโมงแรกภายหลังการหยุดดื่ม ผู้ป่วยอาจมีอาการประสาทหลอน, ภาพหลอน, หูแว่ว, ประสาทหลอนทางสัมผัสผิวหนัง, คิดหลงผิดไป, สมควรได้รับยาเพื่อรักษาอาการ
12-24 ชั่วโมงแรกภายหลังการหยุดดื่ม ผู้ป่วยอาจมีอาการลมชัก หากผู้ป่วยมีอาการลมชัก ก็เสี่ยงที่จะมีอาการสมองสับสนตามมา สมควรได้รับยาเพื่อป้องกันอาการชักครั้งที่สอง และอาการสมองสับสน
72-96 ชั่วโมงแรกภายหลังการหยุดดื่ม ผู้ป่วยอาจมีอาการสมองสับสน กระสับกระส่ายอย่างรุนแรง หูแว่วประสาทหลอน สมควรได้รับการบำบัดรักษาภายในโรงพยาบาล และดูแลอย่างใกล้ชิด
ดังนั้น การบำบัดรักษาเพื่อถอนพิษสุรา เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการถอนสุรา และป้องกันอาการถอนที่รุนแรง เช่น อาการทางจิต, อาการชัก, และอาการสมองสับสน ดังที่กล่าวข้างต้น แพทย์ก็จะให้ยาชดเชยเพื่อการถอนพิษสุรา ให้อยู่ในที่สงบและสามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามอาการถอนว่ารุนแรง เพิ่มขึ้นหรือไม่ และให้สารน้ำ, อาหาร และวิตามินที่จำเป็น เช่น วิตามินบี1 เป็นต้น เพื่อป้องกันอาการสมองสับสน และความจำเสื่อมที่เกิดจากการขาดวิตามินบี1 ช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนได้ จนพ้นระยะที่ถอนรุนแรงไปจนปลอดภัย มีระยะเวลาการรักษา ประมาณ 7-14 วัน
หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์


ที่มา : ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ สายด่วน 1413 

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บุหรี่...สินค้าผิดกฎหมาย ทำไมยังวางขายเกลื่อนกรุง ???!!!

ในสังคมไทยวันนี้ มีเรื่องหลายเรื่องที่ควรสงสัย ควรกำจัด แต่ทำไม จึงไม่มีใครรับผิดชอบ ปล่อยให้มอมเมา-ส่งเสริม- และแพร่หลายอยู่ในชุมชนอย่างทนโท่ ชัดเจน แบบ ไม่กลัว กฎหมาย ไม่อายคุณธรรม ดังจะเห็นได้จากแหล่งช็อปปิ้ง ยอดฮิตในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของเรานี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นจตุจักร อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ สะพานพุทธ หรือแม้แต่สยาม ท่ามกลางสินค้าน้อยใหญ่ละลานตา รู้หรือไม่ว่า... มีการขายของผิดกฎหมายแฝงรวมอยู่ด้วย โดยที่อาจไม่รู้ตัวทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย!
ของผิดกฎหมายที่ว่านี้ไม่ใช่พวกหนังโป๊ ยาเสพติด หรืออะไรเทือกนั้น แต่เป็นสินค้าที่มีสัญลักษณ์ตราบุหรี่ หรือเลียนแบบรูปทรง รูปลักษณ์บุหรี่หรือบรรจุภัณฑ์ของบุหรี่ ล้วนผิดกฎหมายทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นการจำหน่ายจ่ายแจก สิ่งของต่างๆ ที่ส่งเสริมบุหรี่ (Cigarette Promoting Items : CPI) ซึ่งผิดกฎหมายตามมาตรา 8 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ ยาสูบ พ.ศ.2535 ที่ระบุว่า ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ ยาสูบหรือแสดงชื่อเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบใน สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ เป็นการโฆษณาได้ ซึ่งการผลิตสินค้าที่มีตราเหล่านี้เข้าข่าย เป็นสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้ผู้กระทำความผิดจะมีโทษ ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
รศ.ดร.วันเพ็ญ แก้วปาน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าคณะวิจัยเรื่องสิ่งของที่ ส่งเสริมการขายบุหรี่ สนับสนุนโดยสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการวิจัยเชิงสำรวจ สิ่งของที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบที่วางจำหน่ายในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2554 ที่ร้านค้าหาบเร่แผงลอย ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป รวม 15 จุด พบว่า มีการจำหน่ายสินค้าที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ เสื้อยืด ที่จุดบุหรี่ กล่องใส่บุหรี่ หมวก สติ๊กเกอร์ เสื้อแจ๊กเกต พวงกุญแจ แม็กเนต และ 3D Puzzle โดยสินค้า ที่พบมากที่สุดคือ ที่จุดบุหรี่ และกล่องใส่บุหรี่
ยี่ห้อที่พบมากที่สุดคือ Marlboro และจากการสอบถามผู้ขายและผู้ซื้อส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าเป็นสินค้า ผิดกฎหมาย จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ดำเนินการควบคุมปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เด็ก และเยาวชนกลายเป็นนักสูบหน้าใหม่เนื่องจากสินค้าดังกล่าว เหล่านี้ สอดคล้องกับข้อมูลของ นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธาน สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก 2550- 2551  ที่ออกมายืนยันว่า อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเยาวชนอายุ 15-18 ปี เพิ่มจาก ร้อยละ 6.44 ในปี 2544 เป็นร้อยละ 7.62 ในปี 2552 และ กลุ่มอายุ 19-24 ปี เพิ่มจาก ร้อยละ 20.9 ในปี 2547 เป็น ร้อยละ 22.1 ในปี 2552 โดยมีสาเหตุหนึ่งมาจาก การจำหน่าย จ่ายแจกสิ่งของต่างๆ ที่ส่งเสริมบุหรี่
เรื่องนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ร่วมกับ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้วิจัยพบว่า เยาวชนไทยอายุ 13-15 ปี จะมีสิ่งของ ที่ส่งเสริมบุหรี่อยู่ 9% เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียง แล้วถือว่า ประเทศอื่นมีน้อยกว่า เช่น ศรีลังกา มีประมาณ 5% ขณะที่ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาจากเยาวชนเกรด 6-12 จำนวน 1,265 คน พบว่า 1 ใน 3 ของจำนวนนี้เป็นเจ้าของ สิ่งส่งเสริมบุหรี่ และเมื่อติดตามต่ออีก 2 ปี จะกลายเป็นนักสูบ หน้าใหม่มากกว่าเยาวชนที่ไม่มีสิ่งส่งเสริมบุหรี่ 4.1 เท่า
วิธีในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องเข้าไปกำกับดูแลการซื้อ-ขายสินค้าดังกล่าว และควรต้องเร่งดำเนินการ ส่วนอีก 2 เรื่องคือ 1.การให้ความรู้แก่ผู้ขาย และการปราบปรามด้วยการใช้กฎหมาย เนื่องจากผู้ขายไม่ทราบว่าสินค้าของตนผิดกฎหมาย ราชการ ควรให้ความรู้แก่ผู้ขายเป็นวงกว้าง และ 2.การตรวจตรา และตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร สุดท้ายคือการจับกุม และปรับ ตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 มาตรา 8 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหากปล่อยให้มีเปอร์เซ็นต์การครอบครองสินค้าที่มีโลโก้ยี่ห้อบุหรี่ เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
รู้เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้อดนึกไม่ได้ว่า ในสังคมไทยของเรา มีเรื่องแบบนี้มากมาย แต่ทำไมจึงไม่มีใครใส่ใจที่จะ กำจัดให้มันหมดออกไปจากสังคม เพื่อให้สิ่งปฏิกูลที่มีมากมายในสังคมลดน้อยลงไปบ้าง
ตอนนี้ใครที่มี เวลาทางทีวี. แต่ยังหาคอนเซ็ปต์ของรายการไม่ได้ ลองทำรายการชื่อ "แปลกแต่จริง" แบบนี้ เผยแพร่บ้างก็จะดี
เชื่อเถอะคุณจะได้รับการสรรเสริญว่า เป็นปูชนียบุคคลที่ช่วยชี้ความดีงามให้กับสังคม และยังช่วย เพิ่มความรู้ด้านวิชาการให้กับคนในสังคมอีกด้วย


ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ปานมณี

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

โรคมือแม่บ้าน | PG&P

แพทย์ชี้ "โรคมือแม่บ้าน" เกิดจากการใช้มือทำงานซ้ำกันบ่อยๆ ระบุหากไม่รักษาส่งผลให้เกิดข้อพัง กระดูกงอผิดรูป แนะใช้มือให้เหมาะกับร่างกาย

โรคมือแม่บ้าน

ในงาน "48 ปี ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯศิริราช" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ผศ.พญ.สายชล ว่องตระกูล หัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ทางมือ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ให้ความรู้เกี่ยวกับ "โรคมือแม่บ้าน" ว่า เป็นโรคที่เกิดจากการใช้มือทำงานอย่างเดิมซ้ำๆ กันบ่อยครั้ง หรือทำงานบ้านหนักๆ เช่น ยกของ หิ้วของ ซักผ้า บิดผ้า ตีกอล์ฟ ฯลฯ ทำให้มีพังผืดเพิ่มขึ้นจนยึดเกาะตามเส้นประสาทและเส้นเอ็น อาการเบื้องต้นแบ่งเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ นิ้วล็อก มือชา เจ็บข้อนิ้ว และเจ็บข้อมือ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ไม่รับการรักษาจะทำให้อาการรุนแรงจนกระทั่งข้อเสื่อม ข้อพัง หรือกระดูกคดงอผิดรูปได้ โรคนี้ส่วนใหญ่พบมากในหญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากมารับการรักษาทุกวัน ถือได้ว่าเป็นโรคที่แพทย์ต้องรักษาประจำวัน

วิธีป้องกันสามารถทำได้โดยใช้มือให้น้อยลง หรือใช้ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย รู้จักเฉลี่ยงาน ไม่ควรใช้มือทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ เป็นประจำ และผู้ที่ทำงานหนัก ควรใส่ถุงมือหนาๆ เพื่อลดแรงกดระหว่างอุปกรณ์กับมือ นอกจากนี้ การกดคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถืออาจจะทำให้มีโอกาสเป็นนิ้วล็อก แต่จะมีโอกาสเป็นน้อยกว่าพวกคนที่ทำงานบ้าน คนทำสวน ผู้ใช้แรงงาน กรรมกร หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ เนื่องจากเนื้อเยื่อปลายเส้นประสาทอักเสบได้ง่าย

สำหรับการรักษาผู้ป่วยแบ่งเป็น 2 วิธี ได้แก่ 1.รักษาแบบบรรเทาอาการ โดยแพทย์จะให้ยากินและยาฉีดแก่ผู้ป่วย รวมทั้งให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง เช่น การแช่มือในน้ำอุ่นครั้งละ 2-3 นาที เพื่อลดการตึงของข้อมือ และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หากผู้ป่วยยังคงมีพฤติกรรมทำงานแบบเดิมจะสามารถกลับมาเป็นได้อีก 2.รักษาแบบหายขาด โดยวิธีผ่าตัดพังผืดออกซึ่งใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 10-15 นาที ผู้ป่วยก็สามารถใช้มือทำงานเบาๆ ได้ จากนั้นอีก 2 สัปดาห์ จะสามารถใช้มือทำงานได้ปกติ







ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

จิตแพทย์ ชี้ แม่มูเซอฆ่าลูกอาการกำเริบเพราะขาดยา | PG&P

กรมสุขภาพจิต เผยหญิงฆ่าลูกเคยอยู่ รพ.สวนปรุง ชี้อาการกำเริบเพราะขาดยา แจงอาการรุนแรงถึงขั้นพูดจาไม่รู้เรื่องคิดว่าลูกเป็นหมู

กรมจิต ชี้ แม่มูเซอฆ่าลูกอาการกำเริบเพราะขาดยา คิดว่าลูกเป็นหมู

จากกรณีที่แม่ชาวมูเซอฆ่าหั่นศพ บุตรทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นเด็กอายุ 5 ขวบ และ 1 ขวบครึ่งนั้น นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นคนไข้เก่าของโรงพยาบาลสวนปรุง แต่ขาดยาจนทำให้มีอาการหลงผิดชั่วคู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนป่วยคิดว่าลูกเป็นหมู ซึ่งเมื่อทำการรักษาอาการหลงผิดจนดีขึ้น ผู้ป่วยอาจจำได้ว่าได้ฆ่าลูกและอาจจะส่งผลให้มีอาการซึมเศร้าตามมา

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหลงผิดจะดำเนินการเหมือนผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ แต่จะเพิ่มเติมการประเมินอันตรายต่อคนรอบข้างเพื่อต้องกลับเข้าสู่สังคม ผู้ป่วยรายนี้อาจจะต้องอยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเป็นพิเศษแต่ไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด

 “ปัญหาคือผู้ป่วยรายนี้น่าจะมีอาการกำเริบมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ แต่ญาติไม่ได้สนใจ หรือระยะทางจากบ้านมาโรงพยาบาลไกลเกิน จึงไม่ได้เข้ารับการรักษา ซึ่งอาการของผู้ป่วยถือว่ารุนแรงเพราะไม่รู้สึกตัว ว่าได้ทำอะไรผิดปกติหรือผิดธรรมชาติไปบ้าง”นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยนิติจิตเวชคิดเป็น 50% ของผู้ป่วยจิตเวชทั้งประเทศ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตทั่วไปที่อยู่ในโรงพยาบาลมีประมาณ 6 แสนราย ทั้งนี้บุคคลทั่วไปสามารถสังเกตอาการผู้ที่มีอาการทางจิตได้ โดยมักจะเป็นคนร่อนแร่พเนจรแต่งกายสกปรก ชอบพูดคนเดียว นอนไม่หลับ ทำกิจวัตรผิดแปลก เช่น จากนอนกลางคืนเป็นนอนกลางวันหวาดระแวงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ ซึ่งในการรักษาต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่องเพราะ 90% ของผู้ที่มีอาการรุนแรงเกิดจากการขาดยา







ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks