น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

เด็กเล็กกินนมผงที่มีปริมาณโปรตีนสูง เสี่ยงน้ำหนักเกิน

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พ่อแม่ที่รักลูก และไม่อยากรังแกลูกโดยไม่รู้ตัวฟังผลวิจัยประกาศเตือน ออกมาแล้วว่าการให้เด็กเล็กบริโภคนมผงที่มีปริมาณโปรตีนสูง เสี่ยงต่อการมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน และเสี่ยงต่อโรคหัวใจ         

 เด็กเล็กกินนมผงที่มีปริมาณโปรตีนสูง เสี่ยงน้ำหนักเกิน

ความรักเป็นสิ่งสวยงามก็จริง แต่หากความรักดังกล่าวขาดความใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธี ความรักแบบนี้ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สำหรับพ่อแม่ที่ชอบเลี้ยงลูกน้อยให้อ้วนท้วนจ้ำม่ำ ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่เพราะความน่ารักนี้อาจกลายเป็นการ ทำร้ายลูกทางอ้อมได้โดยไม่รู้ตัว

เกี่ยวกับเรื่องนี้วารสาร "ดิ อเมริกัน เจอร์นัล ออฟ คลินิคัล นิวทริชั่น" (The American Journal of Clinical Nutrition) ประเทศสหรัฐอเมริกาตีพิมพ์ผลการวิจัยของ ศ.ดร. แบร์โธลด์ โคแลทซ์โก (Berthold Koletzko) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยมิวนิค ประเทศเยอรมนีรายงาน ผลที่พบล่าสุดว่า "ระดับโปรตีนที่สูงในผลิตภัณฑ์นมดัดแปลงสำหรับเด็กเล็กนำไปสู่การเพิ่มของ น้ำหนักอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ขวบปีแรก ดังนั้น การลดปริมาณโปรตีนจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก ได้"

เมื่อย้อนกลับไปดูการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวพบว่า การเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วในเด็กเล็กมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะ เกิดโรคอ้วนได้เมื่อเติบโตขึ้น ดังนั้น ทีมนักวิจัยของ ศ.ดร. แบร์โธลด์ โคแลทซ์โก จึงทำการศึกษาวิจัยในเด็กเล็กที่มีสุขภาพดีจำนวน 1,138 คน โดยวิธีสุ่มตัวอย่างให้ได้รับผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มเป็นเวลานาน 1 ปี คือ นมดัดแปลงสำหรับเด็กที่มีระดับโปรตีนต่ำเทียบกับสูตรที่มีปริมาณโปรตีนสูง กว่า และมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบจำนวน 619 คนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยมีการตรวจติดตาม และประเมินการเจริญเติบโต ด้วยการวัดน้ำหนัก ส่วนสูง อัตราส่วนน้ำหนักต่อส่วนสูง และดัชนีมวลกาย ในช่วงอายุ 3, 6, 12 และ 24 เดือน

จากผลการทดสอบปรากฏว่า เมื่อเด็กอายุ 24 เดือน ระดับความสูงของทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่เด็กที่รับประทานนมสูตรดัดแปลงที่มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่า จะมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อส่วนสูงน้อยกว่าเด็กที่รับประทานนมดัดแปลงที่มี ปริมาณโปรตีนสูง และไม่แตกต่างจากเด็กที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้การลดการบริโภคปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์นมให้แก่ลูกในช่วงวัยทารก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการมีภาวะน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนในวัยเด็ก จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแล โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อย แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยโดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก คือ น้ำนมแม่นั่นเอง

หากไม่ปรารถนาจะเห็นเทวดาที่น่ารักน่าชังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินมีไขมันในร่างกายสูง หลอดเลือดหัวใจก็เต็มไปด้วยไขมันตัวร้าย LDL กระทั่ง อาจเจอปัญหาโรคหัวใจได้ตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆ ในที่สุด ถึงเวลาหยุดรังแกแก้วตาดวงใจของคุณ ด้วยการเลือกสรรอาหาร ให้เหมาะกับเทวดาตัวน้อยของคุณได้แล้ว

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว 
วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

มหาวิทยาลัยแพทย์เยอรมันค้นพบว่า ผู้ที่อ้วนมากควรจะบริจาคเลือด นอกจากเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น ยังจะได้บุญทำให้สุขภาพดีขึ้น ทันตาเห็นด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มหาวิทยาลัยแพทย์เยอรมันค้นพบว่า ผู้ที่อ้วนมากควรจะบริจาคเลือด นอกจากเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น ยังจะได้บุญทำให้สุขภาพดีขึ้น ทันตาเห็นด้วย

นักวิจัยชี้บริจาคเลือดเป็นวิธีรักษาโรคอ้วน ได้บุญแล้วยังมีสุขภาพดี

นักวิจัยเมืองเบียร์ได้พบว่า คนอ้วนมากเนื่องด้วยโรคไฟธาตุพิการ ที่เคยบริจาคเลือด จะมีความดันโลหิตลดลง และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ซึ่งพลอยทำให้ความเสี่ยงกับโรคหัวใจลดน้อยลงด้วย

โรคอันเนื่องแต่ไฟธาตุ เป็นอาการรวมเกี่ยวเนื่องกับโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคหัวใจ ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือดสูง แต่ระดับไขมันดีในเลือดต่ำ อาการเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวพันกับโรคอัมพาต โรคหลอดเลือดหัวใจ และเบาหวานแบบที่ 2 ซึ่งวิธีการรักษาที่สำคัญมีสถานเดียวเท่านั้น คือการลดน้ำหนัก

คณะนักวิจัยมีความเห็นว่า หมอควรจะใช้การบริจาคเลือด เป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่งด้วย โดยเฉพาะกับคนไข้รายที่มีปริมาณเหล็กในเลือดสูงเกินว่าระดับปกติ แต่ควรจะมีการศึกษาขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการยืนยันผลให้แน่นอนกันก่อน



ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อย.เตือนการบริโภคน้ำแร่จากน้ำบาดาลที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงปนเปื้อนสารหนู แคดเมียม ตะกั่วชี้หากสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้

อย.เตือนการบริโภคน้ำแร่จากน้ำบาดาลที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงปนเปื้อนสารหนู แคดเมียม ตะกั่วชี้หากสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้

อย.เตือนน้ำบาดาลรักษาโรค อันตรายสารหนู-แคดเมียม

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิด เผยว่า กรณีมีข่าวพบแหล่งน้ำบาดาลมีแร่ธาตุวานาเดียม (Vanadium) และซีลีเนียม (Selenium) รักษาและบรรเทาอาการโรคเบาหวาน เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ว่า วานาเดียมมีประโยชน์ช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสได้มากขึ้น และช่วยในการทำงานของอินซูลิน ส่วนซีลีเนียมเป็นแร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับวิตามินอี และเสริมฤทธิ์ในการทำงานของวิตามินอี รักษาเนื้อเยื่อต่างๆ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ แม้ว่าแร่ธาตุทั้ง 2 ชนิด จะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ แต่จะพบอยู่ในอาหารที่บริโภคอยู่แล้ว ซึ่งหากบริโภคน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุซีลีเนียมเกิน 0.4 มิลลิลิตร/วัน อาจทำให้เกิดอาการผมร่วง ผิวหนาขึ้น ระบบลำไส้ทำงานผิดปกติ และฟันผุ

"การบริโภคน้ำแร่จากน้ำบาดาลที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการปนเปื้อนของสารหนู แคดเมียม โครเมียม ตะกั่ว ปรอท และจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นต้น ซึ่งหากบริโภคสะสมเข้าไปในปริมาณมาก และในระยะเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ แร่ธาตุซีลีเนียมยังมีอยู่ในอาหารประเภทต่างๆ เช่น เครื่องในสัตว์ ปลา หอย ข้าวต่างๆ ที่ยังไม่ได้สี กระเทียม เห็ด บร็อกโคลี หัวหอม มะเขือเทศ  เป็นต้น สำหรับแร่ธาตุวานาเดียมมีอยู่ในอาหารประเภทเนื้อปลาและพริกไทยดำ เป็นต้น" นพ.พิพัฒน์กล่าว

นพ.พิพัฒน์กล่าวว่า อย.สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำบาดาล เนื่องจากทรัพยากรน้ำมีจำกัด สำหรับการบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลโดยทั่วไปนั้นสามารถบริโภคได้ แต่ควรเป็นน้ำแร่ที่ได้ตรวจสอบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานแล้ว และไม่ควรคาดหวังว่าการบริโภคน้ำที่มีแร่ธาตุดังกล่าวจะสามารถช่วยรักษาโรค ต่างๆ ทั้งนี้ หากมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการรักษาโรคให้หาย ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือพบเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลอกลวงผู้บริโภค โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ขอให้แจ้งมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว 
วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

เตือน! ไอเสียน้ำมันดีเซลเป็นสารก่อมะเร็ง

องค์การอนามัยโลกประกาศเตือนปชช. หลังพบกลิ่นไอเสียจากน้ำมันดีเซลก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
13 มิ.ย.55 สำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติขององค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ แถลงเมื่อวานว่า ไอเสียจากน้ำมันดีเซลก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แม้ความเสี่ยงมีสัดส่วนน้อย แต่ก็เทียบได้กับการได้รับควันบุหรี่จากคนอื่นที่สูบบุหรี่ เพราะส่วนใหญ่เรามีโอกาสสูดดมไอเสียได้หลายทาง และการปรับสถานะของไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็น "สารก่อมะเร็ง" จาก "สารที่น่าจะก่อมะเร็ง" ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และทำให้ไอเสียน้ำมันดีเซล อยู่ในกลุ่มเดียวกับแร่ไยหิน แอลกออลล์ และรังสีอุลตร้าไวโอเลท
การประกาศครั้งนี้อาศัยข้อมูลจากรายงานการศึกษาวิจัยครั้งใหม่และการ ประชุมหารือกันของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาตินานกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่เมือง ลียงของฝรั่งเศส รายงานระบุว่าไอเสียจากน้ำมันดีเซลทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดและมะเร็ง กระเพาะปัสสาวะได้
เจ้าหน้าที่บอกว่า มีหลายกรณีที่ผู้คนสามารถสูดดมไอเสียจากน้ำมันดีเซล เช่น คนเดินเท้าบนท้องถนน ผู้โดยสารเรือและลูกเรือ คนขับรถไฟ คนขับรถบรรทุก คนงานเหมือง เป็นต้น และความเสี่ยงของแต่ละคนที่จะเป็นมะเร็ง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ระยะเวลาในการสัมผัสกับไอเสีย แต่อนุภาคของสารเคมีที่เป็นอันตรายในควันไอเสียสามารถทำให้เกิดการอักเสบใน ปอดจนนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน
หนึ่งในการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีการตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า ผลจากการวิจัยกับคนงานเหมือง 12,300 คนนานหลายสิบปี ตั้งแต่ปี 2490 พบว่า ผู้ที่สูดกลิ่นไอเสียน้ำมันดีเซลปริมาณสูงมาก มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดมากกว่าคนอื่น
แต่นักธุรกิจในอุตสาหกรรมน้ำมันดีเซล โต้แย้งว่า การศึกษาไม่น่าเชื่อถือเพราะนักวิจัยไม่ได้มีข้อมูลที่ชัดเจน ที่มีการวัดว่าคนงานเหมืองสูดดมไอเสียมากแค่ไหน


ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว 
วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

สธ.เร่งจัดมาตรฐานตลาดสด ร้านอาหาร แผงลอยกว่า 1.3 แสนแห่งทั่ว ปท.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข เผยผลการดำเนินการด้านอาหารปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุขก้าวหน้า ยกมาตรฐานตลาดสด ร้านอาหาร แผงลอยผ่านเกณฑ์ไปแล้วร้อยละ 85 รวมกว่า 1.3 แสนแห่ง ส่วนที่เหลือจะเร่งดำเนินการให้ผ่านเกณฑ์ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างช้าภายในปี 2556

สธ.เร่งจัดมาตรฐานตลาดสด ร้านอาหาร แผงลอยกว่า 1.3 แสนแห่งทั่ว ปท.

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมตลาดสดเทศบาลอุดรธานี ซึ่งผ่านมาตรฐานเป็นตลาดสดน่าซื้อตามมาตรฐานของกรมอนามัย เมื่อเช้าวันนี้ (14 มิถุนายน 2555) ว่า รัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายพัฒนาคุณภาพและสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย การเสียชีวิต โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยดำรงชีวิตหลัก ต้องกินทุกวัน พร้อมที่จะเป็นตัวสร้างและทำลายสุขภาพตลอดเวลา จึงได้รณรงค์และเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารมาอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการ อาหารสะอาด รสชาติอร่อยตั้งแต่ปี 2542 และเร่งพัฒนาแหล่งจำหน่ายทั้งตลาดสด ร้านอาหาร และแผงลอยทั่วประเทศ ให้สะอาดและปลอดภัย โดยร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งควบคุมมาตรฐานที่แหล่งผลิต เรียกว่าควบคุมตั้งแต่ฟาร์ม จนถึงโต๊ะอาหาร (From Farm to Table) มุ่งสู่การเป็นครัวโลก ให้ประชาชนได้บริโภคอาหารสะอาดปลอดภัย ปราศจากสารพิษตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อน

นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าวว่า ผลการสำรวจกรมอนามัยล่าสุด ทั่วประเทศมีตลาดสดทั้งหมด 1,533 แห่ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตลาดสด น่าซื้อ แล้ว 1,302 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 85 แบ่งเป็นระดับดี จำนวน 1,074 แห่ง และระดับดีมากจำนวน 228 แห่ง ตลาดที่ผ่านเกณฑ์ จะติดป้ายสัญลักษณ์ว่าเป็นตลาดสดน่าซื้อ ส่วนร้านอาหารและแผงลอยทั่วประเทศมีทั้งหมด 139,144 แห่ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) จำนวน 119,955 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 86 ยังเหลืออีกประมาณร้อยละ 15 ที่ต้องเร่งพัฒนา คาดว่าจะได้ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างช้าภายในปี 2556

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังได้สุ่มตรวจสารปนเปื้อน 7 ชนิด ได้แก่ สารเร่งเนื้อแดง บอแรกซ์ สารฟอกขาว ฟอร์มาลิน สารกันรา ยาฆ่าแมลง น้ำมันทอดซ้ำและตรวจคุณภาพน้ำบริโภค น้ำแข็ง ตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และสารปนเปื้อนอื่นๆ เช่น อะฟลาท็อกซิน กรดน้ำส้ม สีสังเคราะห์ สารกันเสียในปี 2554 รวม 435,740 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 96 อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย พบปนเปื้อนเพียง 15,241 ตัวอย่าง โดยตรวจพบจุลินทรีย์ในอาหารปรุงเสร็จพร้อมบริโภค น้ำดื่ม น้ำแข็ง ไอศกรีม มากที่สุด จะเร่งรัดให้ทุกจังหวัดกวดขันให้ปลอดภัยทั้งหมด

นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวต่ออีกว่า ในการดำเนินงานให้อาหารปลอดภัย จะประสบความสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้บริโภค ผู้ประกอบการจะต้องตระหนักด้านสุขลักษณะ ความสะอาด เช่น ใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารแทนมือ แต่งกายสะอาด อาหารมีการปกปิด ส่วนผู้บริโภคขอให้เลือกซื้ออาหาร จากตลาด หรือร้านอาหารที่ผ่านการรับรองได้รับป้ายตลาดสด น่าซื้อ หรือร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หรืออุ่นให้เดือดก่อนนำมารับประทาน ล้างมือให้สะอาดรับประทานอาหาร และใช้ช้อนกลางเพื่อป้องกันเชื้อโรค

สำหรับจังหวัดอุดรธานี พบว่าดำเนินงานอาหารปลอดภัยได้เข้มแข็งมาก มีตลาดสด 45 แห่ง ผ่านเกณฑ์ได้รับรองเป็นตลาดสด น่าซื้อ 41 แห่ง เหลืออีก 4 แห่งอยู่ระหว่างปรับปรุง ส่วนร้านอาหาร ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ร้อยละ 90 จากทั้งหมด 1,227 แห่ง แผงลอยจำหน่ายอาหารผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 จากทั้งหมด 4,041 แห่ง
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมบำรุงผิว 
วิตามินบำรุงสายตา น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ,เสริมความงาม,เสริมสุขภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks