น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

5 เคล็ดลับ…สวยจากภายใน | PG&P

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนฝันอยากมี หุ่นสวย สุขภาพดี หลายคนคิดได้เพียงแค่การเริ่มต้นลดน้ำหนัก หากลดน้ำหนักมากจนเกินไปอาจจะหุ่นสวยแต่สุขภาพไม่ดี แต่จะทำอย่างไรให้หุ่นสวยและดีจากภายในสู่ภายนอก

5 เคล็ดลับ…สวยจากภายใน

นอน งงไหมล่ะคะ ว่าการนอนจะทำให้เราหุ่นดีขึ้นได้อย่างไร เพราะทุกครั้งที่เรายังไม่นอน ร่างกายไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าคุณกำลังทำอะไร แต่ร่างกายจะบอกเพียงแค่ว่า คุณกำลังเครียด และรู้สึกว่าร่างกายของตนเองกำลังอยู่ในภาวะอันตราย ดังนั้นเมื่อทุกครั้งที่คุณนอนไม่หลับ ระบบในร่างกายจะหลั่งสารคอติโซนออกมาอย่างอัตโนมัติ เพื่อเป็นการเก็บไขมันสะสมไว้เป็นเสบียง เหตุที่ร่างกายต้องนอนให้ครบทั้ง 8 ชั่วโมง เพื่อร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะช่วยในการเผาผลาญไขมันและซ่อมแซมร่างกาย

การทำอะไรเพลิน ๆ จนลืมตัว อาการที่คุณทำจะคิดว่าเริ่มรำคาญ ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำท่าทางเหล่านั้นตอนไหน เช่น กระดิกเท้า หมุนปากกา เขย่าขา เหล่านี้ช่วยเผลาผลาญไขมันได้ เพราะเคยมีการวิจัยออกมาว่าอาการเหล่านี้ถูกทำออกมาจากจิตใต้สำนึกที่ไม่รู้ ตัว จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ แม้จะเป็นกิริยาที่ออกแรงเบา ๆ แต่การกระทำนี้ถ้ารวมกันเป็นปี จะช่วยให้คุณลดไขมันได้เป็นพันแคลอรี่

หัวเราะ ก็ช่วย ให้คุณหุ่นดีได้ เพราะการหัวเราะจะนำสารแห่งความสุข ทำให้ร่างกายหลั่งสารคอติโซนออกมาน้อย ทำให้ไม่มีการเก็บสะสมไขมัน ที่สำคัญอย่าเครียด อาการเครียดจะส่งผลให้คุณกิน กิน กิน เพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น

ดูโทรทัศน์ให้น้อยลง และออกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้มากขึ้น หรือการยืนให้มาก ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรที่เปลี่ยนจากการนั่ง เป็นการยืนให้ได้มากที่สุด จะทำให้คุณได้ออกแรงช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและสามารถเผาผลาญได้ดีขึ้น เลี่ยงการกินหน้าจอทีวีโดยเด็ดขาด เพราะการกินหน้าจอจะทำให้คุณกินเพลิน จนทำให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินมากเกินไป

นั่งสมาธิ หายใจลึก ๆ การหายใจเป็นการสูดออกซิเจนเข้าไปมากขึ้น เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนเข้าไปจะช่วยเผาผลาญและยังช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น













ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามดารา

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เตือนคนติดวัณโรคจากควายได้

แพทย์เตือนคนติดวัณโรคจากควายได้

เตือนคนติดวัณโรคจากควายได้

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.สำนักวัณโรค กล่าวว่า สถานการณ์ควายของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์ จ.สุราษฎร์ธานี ป่วยเป็นโรคระบาด โดยพบว่า มีควายป่วยเป็นวัณโรคกว่า 50 ตัว ควายที่ติดเชื้อรุนแรงอีก 23 ตัว และควายที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอีกกว่า 100 ตัว เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสุขภาพประจำปี และอยู่ในการดูแลของปศุสัตว์ จ.สุราษฎร์ธานี คณะสัตวแพทย์จากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ทีมสอบสวนโรคกรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ที่เข้าไปช่วยดูแลในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามทางกรมควบคุมโรคก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมการ แพร่ระบาดต่อไป

ส.พญ.อภิรมย์ พวงหัตถ์ หัวหน้ากลุ่มสำนักโรคติดต่อจากสัตว์และคน กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า เชื้อวัณโรคในควายที่เป็นแบคทีเรียสายพันธุ์ ไมโคแบคทีเรียม โบวิส นั้น หากตรวจพบว่าสัตว์เป็นโรคควรแยกสัตว์ที่ป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการติด เชื้อ ซึ่งการติดโรคจากสัตว์สู่สัตว์ มีหลายวิธีทั้งทางลมหายใจ การกินอาหาร การดื่มน้ำร่วมกัน หรือการที่ลูกดูดนมจากแม่ที่ติดเชื้อวัณโรคก็สามารถติดเชื้อ และคนก็สามารถติดเชื้อจากควายได้เช่นกัน โดยการสัมผัสจากสารคัดหลั่งของกระบือ  การบริโภคนมควาย ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ การรับประทานกระบือแบบสุกๆ ดิบๆ หากพบว่าควายเป็นวัณโรคก็ควรตรวจควายและสัตว์เลี้ยงบริเวณใกล้เคียงด้วย และควรฆ่าควายที่ติดโรคทิ้ง เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด เพราะการรักษามีราคาสูงและใช้เวลารักษานาน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจโรคกับโรงเลี้ยงสัตว์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย เพราะสัตว์ที่ป่วยเป็นวัณโรคจะไม่แสดงอาการ เจ้าของจึงควรนำสัตว์เข้าตรวจโรค และฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันวัณโรคในสัตว์เพื่อดูแลและป้องกันสถานการณ์โรคต่อ ไป







ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

อย.เตือนใช้ทินท์ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงแพ้ - ปากบวม | PG&P

อย.เตือนวัยรุ่นสาวไทยนิยมใช้ทินท์ทาปากราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงทำให้เกิดอาการแพ้ ปากบวมได้

อย.เตือนวัยรุ่นสาวไทยนิยมใช้ทินท์ทาปากราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงทำให้เกิดอาการแพ้ ปากบวมได้

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เผย เป็นห่วงวัยรุ่นสาวในปัจจุบันที่นิยมนำ "ทินท์" หรือเครื่องสำอางทาริมฝีปากที่มีลักษณะเป็นน้ำใสสีแดง มาทาด้านในของริมฝีปาก เพื่อทำให้ริมฝีปากเป็นสีชมพูระเรื่อ แลดูมีสุขภาพ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้หากใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งพบว่าในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนิยมซื้อทินท์จากตามตลาดนัด แผงลอย เพราะมีราคาไม่แพง และมีให้เลือกมากมายหลายระดับความเข้มของสี จึงอาจเป็นไปได้ที่จะมีการลักลอบนำผลิตภัณฑ์ทินท์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้สีต้องห้าม มาจำหน่าย มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ใช้ได้รับอันตรายจากการกลืน หรือกินโลหะหนักที่ปนเปื้อนอยู่ในสี อาทิ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม เข้าไป ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง มีอาการตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หรือทำให้ริมฝีปากปวดแสบปวดร้อน คัน เห่อแดง บวม และลอกเป็นขุยได้

ทั้งนี้ อย.ได้เตือนให้ผู้บริโภคสังเกตและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยฉลากจะต้องแสดงชื่อการค้า ชื่อเครื่องสำอาง ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง วิธีใช้เครื่องสำอาง ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิต และประเทศที่ผลิตกรณีเป็นเครื่องสำอางนำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันที่ที่ผลิต วันหมดอายุในกรณีที่เครื่องสำอางมีอายุการใช้น้อยกว่า 30 เดือน คำเตือน (ถ้ามี) และที่สำคัญต้องแสดงเลขที่ใบรับแจ้งบนฉลากหรือกล่องผลิตภัณฑ์ด้วย

ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ทินท์ได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา www.fda.moph.go.th หรือสายด่วน อย. โทร. 1556.







ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ โดย ฐณฐ ธาระศัพท์/สุดทีวัล สุขใส  

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

เกษตรฯชี้ผู้บริโภคอย่าตกใจ ยันเนื้อสุกรได้มาตรฐาน | PG&P

กระทรวงเกษตรฯเตือนผู้บริโภคไม่ ต้องตระหนก ออกโรงยันเนื้อหมูขายในประเทศมาตรฐานเดียวกับสินค้าส่งออก พร้อมเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติให้กรมปศุสัตว์เข้าดูแลกิจการโรงฆ่าสัตว์เพื่อสร้างมาตรฐานและ คุณภาพการผลิตแก่ผู้บริโภค

เกษตรฯชี้ผู้บริโภคอย่าตกใจ ยันเนื้อสุกรได้มาตรฐาน

จากกรณีที่ "คม ชัด ลึก" เสนอข่าวเกี่ยวกับเนื้อหมูที่สำนักงานคณะกรรมกาารคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไปตรวจสอบจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้า แล้วระบุว่าเนื้อหมูที่จำหน่ายในห้างและตลาดไม่ได้คุณภาพ โดยระบุว่าเป็นเพราะการเก็บสินค้าในตู้แช่หรือห้องเย็นไม่ได้มาตรฐาน เพราะอุณหภูมิการจัดเก็บต่ำกว่าที่ควรจะทำนั้น

นายสิทธิ บุณยรัตผลิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผู้บริโภคไม่ควรตื่นตกใจในเรื่องดังกล่าวจนเกินไป เพราะปัจจุบัน กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศ ด้วยมาตรฐานเดียวกับที่สินค้าเพื่อการส่งออก รวมทั้งยังได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ ดำเนินการจดทะเบียนฟาร์มผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ เพื่ออบรมความรู้ด้านการผลิตและการใช้ยาที่ถูกต้องกับเกษตรกรด้วย เท่าที่ทราบขณะนี้เกษตรกรหลายพื้นที่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามมาตรฐาน

"การดำเนินการดังกล่าว จึงมั่นใจได้ว่าเนื้อหมูที่ขายในประเทศไม่มีอันตราย" นายสิทธิกล่าว

ส่วนผู้ชื่นชอบการบริโภคเนื้อคอสุกรย่าง ซึ่งการตรวจสอบของ สคบ.พบว่ามียาที่ฉีดเข้าคอหมู หรือฮอร์โมนต่างๆ ที่หลั่งออกมาขณะที่สุกรกำลังถูกฆ่าที่อาจจะเป็นอัตรายกับผู้ทานนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจน และมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากในทางปฏิบัติสารต่างๆ ที่หลั่งออกมามีปริมาณไม่มากนัก อีกทั้งปัจจุบันผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มีความรู้ และให้ความสำคัญกับการใช้สารเคมีที่ถูกต้องมากขึ้น เพราะทราบดีว่าขณะนี้ผู้บริโภคตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

"ผู้ขายรู้ว่าถ้าไม่ปรับปรุงและพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานก็จะไม่สามารถ ขายสินค้าได้ เหมือนเมื่อครั้งที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องการใช้สารเร่งเนื้อแดงที่ทำให้ ราคาเนื้อสุกรตกลง จนกลุ่มผู้ผลิตต้องเร่งดำเนินการแก้ไข"

วอนอย่าซื้อของต่างประเทศ

สำหรับผู้บริโภคที่มีความคิดจะเปลี่ยนไปบริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แทนการซื้อหมูในประเทศมาทานนั้น นายสิทธิกล่าวว่า เขาอยากจะหยุดคิดสักนิดว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะไม่เพียงแต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับผลิตภัณฑ์ที่มี คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน แต่ความสดของอาหารลง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการผลิตและการขนส่งแล้ว

"ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดไม่ใช่จะปลอดภัยเสมอไป เพราะเมื่อเร็วๆ นี้สถาบันอาหารเพิ่งตรวจพบปริมาณสารตกค้างในปลาแซลมอน เนื้อสัตว์ และนมที่นำเข้าจากต่างประเทศ" รองปลัดกระทรวงเกษตรกล่าว

ปศุสัตว์

ด้านนายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการจดทะเบียนฟาร์มผู้ผลิตแล้ว ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ยังได้จัดทำโครงการเนื้ออนามัย โดยร่วมกับบริษัทผู้ประกอบการทำการตรวจสอบมาตรฐาน และคัดเลือกผลิตภัณฑ์ดี เพื่อนำมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคในร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย โดยผลิตภัณฑ์เนื้ออนามัยจะมีเครื่องหมายของกรมปศุสัตว์รับรอง รวมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพทั้งในระดับ ฟาร์ม โรงงานผลิตเนื้อสัตว์ และร้านค้าซูเปอร์มาเก็ตควบคู่กันไปด้วย

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า แม้กรมปศุสัตว์จะเข้มงวดในการดำเนินการตรวจสอบ แต่ยอมรับว่ายังมีโรงฆ่าสัตว์บางแห่งที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะกรมปศุสัตว์ไม่มีอำนาจในการเข้าไปดำเนินการตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์โดยตรง เนื่องจากอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมปศุสัตว์จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโอนอำนาจการดูแลและรักษามาตรฐาน โรงฆ่าตาม พ.ร.บ.โรงฆ่า มายังทรวงเกษตรฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

"ที่ผ่านมาเราไม่ได้ดูแลโดยตรง มีเพียงการประสานงานเป็นครั้งคราวเมื่อต้องการให้ช่วยเหลือเพื่อตรวจสอบ ซึ่งเราขอยืนยันว่าในส่วนหน้าที่ที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ ก็เร่งควบคุมไม่ให้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อสุกรอยู่แล้ว และขอยืนยันว่าเนื้อสุกรที่ตรวจพบนั้นไม่น่าจะมาจากโครงการเนื้ออนามัย แต่น่าจะมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกรมปศุสัตว์กำลังหาทางแก้ไขต่อไป" นายศักดิ์ชัยกล่าว







ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

อย่างไรถึงเรียกว่า…โรคซึมเศร้า

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ความซึมเศร้าเป็นเรื่องที่เกิด ขึ้นได้เป็นธรรมดากับทุกคน เมื่อชีวิตประสบพบกับความผิดหวัง ความล้มเหลว ความไม่ได้ดั่งใจ ต้องเจอในสิ่งที่ไม่อยากเจอ หรือพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ก็ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าขึ้นได้..

อย่างไรถึงเรียกว่า…โรคซึมเศร้า

การแยกแยะว่า ความซึมเศร้านั้นเป็นเพียงแค่ภาวะอารมณ์ซึมเศร้า หรือความซึมเศร้านั้นได้กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะส่งผลกระทบต่อชีวิตต่างกันมากมาย ดังเช่น

ภาวะอารมณ์ซึมเศร้า เป็นปฏิกิริยาทางใจ เมื่อมีเหตุไม่สมหวังมากระทบ ใจจะหวั่นไหว ผิดหวัง เจ็บปวด รู้สึกซึมเศร้า พอเหตุนั้นหมดไปหรือเริ่มปรับตัวได้ ใจก็เข้าสู่ภาวะอารมณ์ปกติ ความซึมเศร้าก็จะค่อย ๆ ลดลงไป ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าแบบนี้มักอยู่ไม่นาน และไม่ได้เป็นต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับเหตุที่มากระทบ

ส่วนโรคซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่งคือ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความผิดปกติที่มีอารมณ์ซึมเศร้านานต่อเนื่อง ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ผู้ที่ป่วยจะมีอาการเศร้าอย่างมากจนไม่มีความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยทำให้กลับมามีความสุขสดชื่นเหมือนเดิม เบื่อหน่ายไปในทุก ๆ สิ่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรืออยากนอนทั้งวัน ไม่อยากทำอะไร รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง มองตัวเองไม่ดี และอาจมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เป็นต้น

ดังนั้น การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ ซึมเซา แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโรค หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง และจะกลับมาเป็นผู้ที่มีจิตใจแจ่มใส พร้อมทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้ดังเดิม ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงโดยหลักจะเป็นในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมร่วมกับอาการทางร่างกายต่าง ๆ

การเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจแบ่งได้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นเดือน ๆ หรือเป็นเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่มากระทบ มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด บุคลิกเดิมของเจ้าตัวเป็นอย่างไร มีการช่วยเหลือจากคนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน และผู้ที่เป็นอาจไม่มีอาการ ตามดังกล่าวไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยอาการหลัก ๆ จะมี คล้าย ๆ กัน เช่น รู้สึกเบื่อ เศร้า ท้อแท้ รู้สึกตนเองไร้ค่า นอนหลับไม่ดี

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจน แต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น อารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจเย็นเหมือนก่อน บางคนกังวลง่ายขึ้น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เก็บมาครุ่นคิดกังวลไปหมด

2. ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน หรือบางคนกลับกันกลายเป็นเจริญอาหารมากผิดปกติ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก อืด แน่นท้องได้

3. การนอนเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่มักนอนไม่หลับ หลับยากขึ้น หลับ ๆ ตื่น ๆ

4. มีอาการทางกายต่าง ๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง ไม่อยากทำอะไร เชื่องช้าหรือในบางรายอาจลุกลี้ลุกลน กระวนกระวายมากขึ้น บางรายมีปากคอแห้ง มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวมากขึ้น

5. ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป มองอะไรก็รู้สึกแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไร ๆ ก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก กลายเป็นคนไม่มั่นใจในตนเอง รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ทั้งที่ญาติหรือเพื่อนก็ยืนยันว่ายินดีช่วยเหลือเขาไม่เป็นภาระอะไรแต่ก็ยัง คงคิดเช่นนั้นอยู่

6. มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องฆ่าตัวตาย จากความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า รู้สึกคับข้องใจ ทรมานจิตใจเหล่านี้อาจทำให้เจ้าตัวคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยครั้ง เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความ รู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้น ได้จากอารมณ์ชั่ววูบ

7. สมาธิความจำแย่ลง หลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ ๆ วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี

8. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดูซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม

9. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง อาจทำงานแบบลวก ๆ เพียงให้ผ่าน ๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรก ๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมาก ๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อย ๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือ ก็มักจะถูกให้ออกจากงาน

10. อาการโรคจิตจะพบในรายที่เป็นรุนแรง ซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยได้แก่ เชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการทางจิตก็จะทุเลา

ปัจจัยที่สำคัญของการเกิดโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ กรรมพันธุ์ พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องสูงในโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มี อาการเป็นซ้ำหลาย ๆ ครั้ง, สารเคมีในสมอง พบว่า ระบบสารเคมีในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่าง ชัดเจน โดยมีสารที่สำคัญได้แก่ ซีโรโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ลดต่ำลง รวมทั้งอาจมีความผิดปกติของเซลล์รับสื่อเคมีเหล่านี้ ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นความบกพร่องในการควบคุมประสานงานร่วมกัน มากกว่าเป็นความผิดปกติที่ระบบใดระบบหนึ่ง

ยาแก้เศร้าที่ใช้กันนั้นก็ออกฤทธิ์ โดยการไปปรับสมดุลของระบบสารเคมีเหล่านี้, บาง คนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า เช่น มองตนเองในแง่ลบ มองอดีตเห็นแต่ความบกพร่องของตนเอง หรือมองโลกในแง่ร้าย บุคคลเหล่านี้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น ตกงาน หย่าร้าง ถูกทอดทิ้งก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม







ที่มา: เว็บไซต์ความรู้สุขภาพจิตและปัญหาสุขภาพจิต

PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks