น้ำมันรำข้าว PG&P

น้ำมันรำข้าว PG&P
น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว oryzanol

โบทานีก้า PG&P

โบทานีก้า PG&P
โบทานีก้า สูตรข้าวเหนืยวก่ำงอก

เอช พลัส H Plus PG&P

เอช พลัส H Plus PG&P
เอช พลัส กรดอะมิโนธรรมชาติ

ไฟรโตโปร Phyto-Pro

ไฟรโตโปร Phyto-Pro
ไฟรโตโปร คืนความแข็งแรงและความมั่นใจให้กับคุณสุภาพบุรุษ

รวมเกร็ดน่ารู้ “ดูแลตัวเอง” ให้มีสุขภาพดี

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

การใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนล้วนมีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจากการแข่งขันที่สูงขึ้น สภาพอากาศ รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคที่หลายคนมักจะฝากท้องไว้กับร้านอาหาร หรืออาหารถุงที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งอาหารกลุ่มนี้มักมีแคลอรีและไขมันสูง ทั้งยังขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้ใครหลายคนต้องพบกับปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึงตามมา
ในโอกาสนี้ ทีมงาน Life & Family จึงมีเกร็ดน่ารู้ในการดูแลตัวเองง่าย ๆ จากงานสัมมนา และผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านมาฝากกัน ซึ่งสามารถสรุปเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่มีประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ได้จริง ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามอ่านกันได้เลยครับ
- ผู้หญิงทำงานออฟฟิศ ต้องการพลังงานเพียงวันละ 1,600 กิโลแคลอรี จึงควรลดอาหารที่ให้พลังงานสูงๆ เช่น อาหารทอด ผัดน้ำมัน หรือใช้กะทิ เป็นต้น
- ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัยที่ไม่อ้วนและไม่มีปัญหาสุขภาพ กินไข่ได้สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง
- ไม่ควรใช้น้ำมันทอดอาหารซ้ำเกิน 2 ครั้ง และถ้าน้ำมันทอดอาหารมีกลิ่นเหม็นหืน เหนียวข้น มีสีดำ ฟองมาก เป็นควันง่าย และเหม็นไหม้ ควรทิ้งไป ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำอีก
- การปรุงอาหารประเภทผักด้วยการใช้ไฟแรง หรือใช้เวลาสั้น สามารถช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้
- ไข่ปลา ปลาหมึก เครื่องในสัตว์ต่างๆ เนื้อสัตว์ติดมันมากๆ เป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ควรจำกัดการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี
- ไม่ควรเติมน้ำตาลในอาหาร หรือเครื่องดื่มเกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม
- แคลเซียม เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการตลอดชีวิต ควรกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงเป็นประจำ เช่น นม และผลิตภัณฑ์ผม เต้าหู้แข็ง ปลาป่น กุ้งแห้ง ผักใบเขียวเข้ม อย่างไรก็ดี แคลเซียมจะถูกดูดซึมได้เพียงร้อยละ 20-30 ของปริมาณที่บริโภคเข้าไป ทางที่ดี ควรรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
- หากรู้สึกกระหายน้ำ แสดงว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว ดังนั้น ควรจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำแล้วจึงค่อยดื่ม โดยสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอคือ รู้สึกกระหายน้ำ ริมฝีปากแห้ง ไม่ค่อยมีน้ำลาย ผิวหนังแห้ง และปัสสาวะมีสีเข้ม
- กินผักให้หลากสี เช่น ม่วง ขาว เหลือง ส้ม แดง มื้อละ 4-6 ช้อน ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร และพฤกษเคมีที่หลากหลาย
- สำหรับใครที่หิวบ่อย และไม่อยากกินเยอะเพราะกลัวอ้วน การเลือกรับประทานธัญพืชคือตัวช่วยที่ดี โดยเฉพาะธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ข้าวสาลีเต็มเมล็ด หรือข้าวโพด ซึ่งธัญพืชเหล่านี้ มีใยอาหารช่วยให้อิ่มนาน และไม่หิวง่าย นอกจากนั้น การรับประทานซีเรียลโฮลเกรนไขมันต่ำแทนอาหารมื้อหลัก วันละ 2 มื้อ จะช่วยควบคุมปริมาณแคลอรีและไขมันเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากโฮลเกรนมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งจะถูกย่อยอย่างช้าๆ และค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานให้ร่างกายอย่างต่อเนื่องจึงทำให้อยู่ท้องมากกว่าข้าวขาว หรือธัญพืชที่ขัดสี
- ความสำเร็จในการลดน้ำหนัก และสามารถคงน้ำหนักตัวไว้ได้หลังการลดน้ำหนัก จะต้องใส่ใจใน 3 เรื่อง คือ การควบคุมอาหาร ได้แก่ กินอาหารพลังงานต่ำ เช่น สลัดผักต่างๆ น้ำพริกผักจิ้ม ปลานึ่ง ถ้าใส่เนื้อสัตว์ก็ควรใช้เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เนื้อไก่ไม่ติดมัน เต้าหู้ปลา เป็นต้น นอกจากนั้น ควรกินอาหารเช้าทุกวัน หลีกเลี่ยงอาหารทอด ลดอาหารว่าง ของขบเคี้ยว และของหวาน สอง ชั่งน้ำหนักตัวเป็นประจำ โดยชั่งทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สาม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับใครที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก ควรลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นการควบคุมปริมาณอาหารแทนการอดอาหาร ซึ่งอัตราการลดน้ำหนัก 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมที่สุด เพราะการที่น้ำหนักลดลงอย่างช้าๆ จะเป็นการลดไขมันที่สะสมในร่างกายมากกว่ากล้ามเนื้อและน้ำจึงไม่ทำให้เกิดโยโย่
ไม่เพียงแต่อาหารการกินเพื่อการดูแลสุขภาพทางกายเท่านั้น การดูแลตัวเองให้มีความสุขในแต่ละวัน คือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน
- การนั่งอยู่กับโต๊ะทำงาน และเพ่งอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้รู้สึกเพลีย และเมื่อยล้าทั้งกายและใจ ทางที่ดี ลองมองออกไปไกลๆ หรือออกไปสูดหายใจกับธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ที่มีต้นไม้สีเขียวๆ นั่นจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและผ่อนคลายสายตา และความเมื่อยล้าระหว่างวันได้เป็นอย่างดี
- พักสักนิด ช่วยลดความเมื่อยล้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี
- การหัวเราะ และยิ้มบ่อย ๆ เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ส่งผลให้รู้สึกสดชื่น และกระปรี้กระเปร่า
- ควรมีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อเพิ่มความกระฉับกระเฉงในกิจกรรมประจำวันบ้าง เช่น เดินเร็วๆ หรือขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นต้น


ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTV ผู้จัดการ
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ภัยติดรสจัด ทำอ้วนไม่รู้ตัว

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

เมอริล ฮาร์วู้ด ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สังคม มหาวิทยาลัยเพนน์ สเตต สหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า เด็กๆ ที่เลือกกิน 'ดาร์ก ช็อกโกแลต' จะชิมอาหารรสขมๆ ได้หลากหลายเมนูกว่า จะรู้ว่าจานไหนชอบ หรือไม่ชอบ ต่างจากเด็กๆ ที่หม่ำ 'ช็อกโกแลตนม' เมื่อชิมช็อกโกแลตรสเข้มกว่า จะรู้ทันทีว่าขมปี๋ หรือหวานเจี๊ยบเกินไป
นักวิจัยจึงเอามาสรุปว่า การรับประทานอาหารรสจัดมากๆ ทั้งรสเปรี้ยว หวาน ขม และเค็ม หากกินบ่อยๆ ต่อมรับรู้รสบนลิ้นก็จะเคยชินกับรสชาตินั้นๆเช่น เวลากินขนมหวานเสร็จแล้วดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมซึ่งมีรสหวานตาม จะรู้สึกว่าน้ำที่กำลังดื่มไม่มีรสชาติ ทำให้กระดกดื่มเข้าไปเรื่อยๆ แถมยังคิดติ๊ต่างนึกเอาเองอีกว่าไม่เป็นอันตราย เพราะไม่ได้กินของหวาน กลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไตโดยไม่รู้ตัว


ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

สมุนไพรหายหงอก เตือนเคมีก่อมะเร็ง

รพ.สต.ท่าคล้อ คิดค้นสูตรสมุนไพรเปลี่ยนสีผมปลอดภัยต่อร่างกาย เผยใช้ใบกาวหรือใบเทียนกิ่งผสมว่านหางจระเข้และดอกอัญชันเปลี่ยนสีผม เบื้องต้นได้สี “ส้มทอง” เตรียมคิดค้นเพิ่มเติม พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญหาให้อาสาสมัครในพื้นที่ เตือนย้อมผมด้วยสารเคมีเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง

สมุนไพรหายผมหงอก

ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นางอรทัย วงศ์ขันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าคล้อ อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ผลการศึกษาของ ผศ.สุปรียา ยืนยงสวัสดิ์ ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าการเปลี่ยนสีผมด้วยครีมเปลี่ยนสีผม สารเคมีนั้นมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครโมโซมของร่างกาย และการศึกษาของสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการย้อมผมด้วยสารเคมีมีความสัมพันธ์ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และพบว่าคนที่ย้อมผมนานและย้อมบ่อยมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 

จากอันตรายของยาย้อมผมจากสารเคมีดังกล่าว นางอรทัยจึงได้คิดวิธีหาสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ในการเปลี่ยนสีผม โดยในระยะแรกได้นำใบกาวหรือใบเทียนกิ่ง ซึ่งจะให้สีส้มมาย้อม แต่พบว่ามีปัญหาเรื่องการไหลย้อยเลอะเสื้อผ้า จึงได้นำเอาว่านหางจระเข้และดอกอัญชันมาปั่นรวมกัน จะทำให้น้ำที่ได้มีลักษณะหนืด ไม่ยืดย้อย โดยวิธีการทำควรปั่นว่านหางจระเข้ให้ละเอียดก่อนค่อยผสมใบกาวและดอกอัญชัน ก่อนหมักให้สระผมด้วยยาสระผมตามปกติ แต่ไม่ควรใช้ครีมนวดผม เพราะจะทำให้ผมลื่นและย้อมสีผมไม่ติด

นางอรทัยกล่าวว่า การใช้พืชสมุนไพรดังกล่าวในการเปลี่ยนสีผมนั้น หากใช้กับผู้ที่มีผมสีดำอยู่แล้วจะเป็นการบำรุงให้ผมดำเงางาม เพราะว่านหางจระเข้จะมีสรรพคุณช่วยในการบำรุงอยู่แล้ว ขณะที่ดอกอัญชันจะมีสรรพคุณช่วยให้ผมดำ แต่หากใช้กับผู้สูงอายุที่ผมหงอกจะทำให้ผมเปลี่ยนเป็นสีทองแดงตามสีของใบกาว ซึ่งจะติดทนประมาณ 2 เดือน ทั้งนี้ ในกรณีผู้ที่แพ้ว่านหางจระเข้สามารถเปลี่ยนมาผสมกับไข่ขาวแทนได้ โดยมีคุณสมบัติไม่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญคือนอกจากช่วยในเรื่องการเปลี่ยนสีผมแล้ว ยังช่วยรักษารังแคและอาการคันหนังศีรษะด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองหาพืชชนิดอื่นมาใช้ในการเปลี่ยนสีผมเพิ่มเติม

“ใบกาวเป็นพืชที่ชาวนาจะนำมาบดพอกเล็บหลังจากทำนาเสร็จแล้ว เพื่อรักษาอาการปวดเล็บ และพี่ก็สังเกตเห็นว่ามันทำให้เล็บเราเป็นสีส้ม จึงศึกษาจากตำราเพิ่มเติม และทดลองนำมาหมักเปลี่ยนสีผม” นางอรทัยกล่าว และว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทอดสูตรเปลี่ยนสีผมให้กับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) นำไปใช้ในหมู่บ้านของแต่ละคน

         





ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

1 ใน 8 ผู้สูงอายุสุขภาพย่ำแย่-เหงา

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

"หมอบรรลุ" เผยผู้สูงอายุไทย 1 ใน 8 คน สุขภาพแย่ 70-80% มีอาการเหงา เพราะเพื่อนเสียชีวิต แนะ สธ.จัดบริการผู้สูงอายุที่ รพ.สต. 3 เรื่องหลัก พร้อมเสนอปรับปรุงกฎหมายให้รองรับผู้สูงอายุ

1 ใน 8 ผู้สูงอายุสุขภาพย่ำแย่-เหงา

ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน 2555 นพ.บรรลุ ศิริพานิช อดีตประธานสภาผู้สูงอายุ ได้กล่าวระหว่างการอภิปรายเรื่อง 70 ปีไม่มีคิว การบริหารจัดการให้ผู้สูงอายุได้รับบริการที่ดี ว่า ขณะนี้ไทยมีผู้สูงอายุประมาณ 8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12 ของประชากร ไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุมาแล้ว 2-3 ปี โดยผู้สูงอายุ 2 ใน 3 คนจะอยู่ในชนบท และมีผู้สูงอายุสุขภาพไม่ดีประมาณ 1 ล้านคน จึงเห็นว่าสถานบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งตั้งอยู่ในชนบทและอยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุมากที่สุด ต้องให้ความสำคัญจัดบริการผู้สูงอายุ 3 เรื่องใหญ่ ประกอบด้วย 1.งานสร้างเสริมสุขภาพโดยให้ความรู้เรื่องโภชนาการ อาหารการกินให้ถูกต้อง การออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง และการสร้างสุขภาพจิต เนื่องจากผู้สูงอายุร้อยละ 70-80 จะมีอาการเหงาเพราะเพื่อนทยอยเสียชีวิตไป รพ.สต.จึงควรส่งเสริมให้ตั้งชมรมผู้สูงอายุทุกหมู่บ้านหรือทุกตำบล ซึ่งจะมีผู้สูงอายุเฉลี่ย 100- 1,000 คน โดยให้ผู้สูงอายุดำเนินการกันเองเพื่อผู้สูงอายุด้วยกัน การมีชมรม สมาชิกมีการพบปะ ทำกิจกรรมร่วมกัน จะช่วยให้ผู้สูงอายุทุกคนคลายเหงาและมีสุขภาพจิตดีขึ้น ชมรมจะเป็นกุญแจดอกสำคัญนำไปสู่การดำเนินงานกับผู้สูงอายุด้านอื่นๆ

นพ.บรรลุ กล่าวอีกว่า 2.งานบริการดูแลป้องกันโรค เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และ 3.การรักษาพยาบาล เมื่อผู้สูงอายุป่วยหากได้รับบริการใกล้บ้านจะสะดวกมาก เนื่องจากร้อยละ 30 ของผู้สูงอายุที่ไปพบแพทย์ เป็นผู้ไม่มีเงินและเจ้าหน้าที่ควรใช้คำพูดง่ายๆสื่อสารความเข้าใจเนื่องจากผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 16 ไม่ได้เข้าโรงเรียน

ด้าน นพ.วีระพล ธีระพันธ์เจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากที่โรงพยาบาลจัดบริการผู้สูงอายุ 70 ปีที่แผนกผู้ป่วยนอกโดยไม่มีคิว ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 มีผู้สูงอายุใช้บริการวันละ 200 คนจากผู้ใช้บริการทั้งหมดเฉลี่ยวันละ 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาและกระดูก จากการประเมินผลพบว่าผู้สูงอายุพอใจ กลับบ้านเร็วขึ้น ผู้สูงอายุมีความคาดหวังว่าบริการที่ดีไม่ใช่แค่เร็ว แต่ต้องสะดวก เอื้อเฟื้อ เข้าใจ และให้ผู้สูงอายุพูดคุยมีสังคมด้วย

"อยากเสนอการบริการผู้สูงอายุให้แก่กระทรวงสาธารณสุขคือ ให้ดูแลผู้สูงอายุทุกมิติ การจัดบริการต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของผู้สูงอายุ ให้กระทรวงฯ พัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เตรียมผู้ให้บริการ รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้รองรับผู้สูงอายุโดยให้ยึดถือว่าผู้สูงอายุคือผู้ที่มีบุญคุณต่อครอบครัวต่อประเทศ ดูแลผู้สูงอายุเสมือนเป็นบุคคลในครอบครัวเป็นปูย่าตายายจะทำให้บริการดูแลผู้สูงอายุของไทยเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบและอบอุ่นใจ" นพ.วีระพล กล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

ย้ำเตือน“ภัยเห็ดป่า” ปีนี้พบป่วย 400 ราย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำเตือนภัยเห็ดป่า ปีนี้พบผู้ป่วยเปิบเห็ดป่าพิษ 400 ราย อายุน้อยที่สุดเพียง 1 เดือน เสียชีวิต 12 ราย เร่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนในการกินเห็ดป่า หากพบผู้ป่วยประเภทนี้ให้รับไว้ในโรงพยาบาลจนกว่าจะหายเป็นปกติทุกราย ย้ำความเชื่อตรวจสอบเห็ดพิษ 4 วิธีเดิมใช้การไม่ได้ผล และเด็กอ่อนกินนมแม่มีสิทธิได้รับพิษเห็ดด้วย 

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่มีฝนตกชุก ประชาชนในพื้นที่ชนบทโดยเฉพาะแหล่งที่มีพื้นที่ป่าธรรมชาติ มักเข้าไปเก็บเห็ดป่านำมารับประทานในบ้าน หรือนำไปจำหน่าย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบเฝ้าระวังผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและการป้องกัน พบว่าสถานการณ์ใน ปีนี้น่าเป็นห่วง จำนวนผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดป่าที่มีพิษมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าช่วงปี 2550-2554 โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2555 สำนักระบาดวิทยารายงานทั่วประเทศพบผู้ป่วย 400 ราย มากที่สุดที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสียชีวิต 12 ราย คิดเป็นอัตราตาย ร้อยละ 3 

นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยที่สุดพบที่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นทารกอายุเพียง 1 เดือน ซึ่งได้รับพิษเห็ด จากการกินนมของแม่ที่รับประทานแกงเห็ดป่าพิษเข้าไป แสดงว่าพิษของเห็ดสามารถผ่านทางน้ำนมได้ ด้วย แต่รายนี้แพทย์ช่วยชีวิตได้ทัน ส่วนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผลการสอบสวนโรคทั้งจากผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตพบว่า เกิดมาจากการรับประทานเห็ดป่าพิษตระกูลอะมานิต้า(Amanita)ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเข้าไป ที่รู้จัก เช่น เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดตระกูลนี้จะมีสารอะมาท็อกซิน(Amatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดร้ายแรงที่สามารถทำให้ตับและไตวายได้ จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1.อุบลราชธานี 42 ราย 2.เลย 39 ราย 3.สระบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 25 ราย และ5.นครพนม 21 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่เสียชีวิต 12 ราย อยู่ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน 9 ราย เชียงใหม่ 1 ราย และ เพชรบูรณ์ 2 ราย 

นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจากเห็ดป่าพิษจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ผิดหรือมีความเข้าใจเรื่องเห็ดป่าที่มีพิษยังไม่ถูกต้อง สรุปได้ 4 ความเชื่อ ได้แก่ 1.คิดว่าเห็ดที่เก็บมาจากที่ที่เคยเก็บมาก่อนหรือเก็บเป็นประจำทุกปีจะไม่มีพิษ 2. เห็ดที่เก็บมามีรอยแมลงหรือรอยสัตว์กัดแทะอยู่แล้วแสดงว่ากินได้ 3. ใช้วิธีการทดสอบเห็ดพิษตามความเชื่อดั้งเดิมและปฏิบัติกันต่อมา เช่น หุงพร้อมกันกับข้าว ต้มกับช้อนเงิน หรือแช่ในน้ำข้าว หากเห็ดไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ แสดงว่ากินได้ และ 4. เชื่อว่าการนำเห็ดมาปรุงด้วยความร้อนสูง เช่นต้ม แกง จะสามารถทำลายพิษเห็ดได้ การป่วยและเสียชีวิตแสดงให้เห็นว่าวิธีการที่กล่าวมา ไม่สามารถพิสูจน์เห็ดพิษได้จริง ทำให้เมื่อรับประทานเห็ดเข้าไปแล้วก็จะมีอาการเจ็บป่วยตามมา หรือบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 

ดังนั้นเพื่อป้องกันและลดการเสียชีวิตของประชาชน ได้กำชับให้สถานบริการในสังกัดทุกแห่ง หากพบผู้ป่วยจากเห็ดพิษ ให้ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดเพื่อติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนภายใน 24 ชั่วโมงแรก แต่หลังจากผ่าน 24 ชั่วโมงไปแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น ได้แก่ การทำงานของตับและไตล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา และในพื้นที่ที่มีเห็ดป่าตามธรรมชาติมาวางขายตามตลาด ควรมีการสุ่มตัวอย่างเห็ดป่าเหล่านั้นมาตรวจคัดแยกชนิด และตรวจหาสารพิษเป็นระยะๆในช่วงฤดูกาลที่มีเห็ดของทุกปี เพื่อความปลอดภัยประชาชน 

นอกจากนี้ หากมีผู้ป่วยในพื้นที่หรือเคยมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากเห็ดพิษ ได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ หรือรณรงค์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการนำเห็ดป่ามารับประทาน ผ่านช่องทางสื่อต่างๆในพื้นที่ เช่น วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว หรือกระดานแจ้งข่าวสารตามหมู่บ้าน เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักถึงอันตรายจากการกินเห็ดป่า ไม่ควรเก็บเห็ดป่ามารับประทาน โดยเฉพาะเห็ดที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมรีคล้ายไข่ เช่น เห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงากที่ยังเป็นดอกอ่อน เพราะเห็ดสกุลนี้ ขณะเป็นดอกอ่อนจะมีลักษณะเหมือนกันหมด ทำให้ยากต่อการคัดแยกว่าชนิดไหนเป็นเห็ดพิษ ขอให้หญิงแม่ลูกอ่อนที่ให้นมบุตรไม่ควรรับประทานอาหารที่ปรุงจากเห็ดป่า เพราะหากเป็นเห็ดพิษ เด็กที่ดูดนมแม่จะได้รับสารพิษของเห็ดทางน้ำนมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หากรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นเห็ดป่าเข้าไป แล้วมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินเห็ดให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพื่อที่จะสามารถให้การดูแลอย่างถูกวิธี 


ที่มา : สำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข
PG&P
สโนว์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม พีจีแอนด์พี  pg&pthai พีจีแอนด์พีไทย pgpthai พีจีพี thaipgp เพรสซิเด็นท์ เกรน พรอดักท์ สกัดจากธัญพืช ธัญพืชสกัด
PGPTHAI คลิปตัวอย่าง PG&P FEED PG&P

บทความที่ได้รับความนิยม

Backlinks